เลิกพึ่งรัฐ พึ่งแอปฯ Thai Water ดีมั้ย

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

เลิกพึ่งรัฐ พึ่งแอปฯ Thai Water ดีมั้ย

Date Time: 8 ต.ค. 2569 04:05 น.

Video

ผู้เปิดพื้นที่ให้กาแฟไทยจากดอยปางขอน เชียงราย เติบโตไกลในโลกอีคอมเมิร์ซ | BrandStory Exclusive EP.31

“Summary“

ทั้งๆที่มี “คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ” ที่ “สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน)” หรือ สสน. สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้พัฒนาระบบ และเก็บรวบรวมข้อมูลทรัพยากรน้ำของประเทศมาตั้งแต่ปี 41 เพื่อใช้บริหารจัดการน้ำ แต่ไทยก็ยังรับมือกับสถานการณ์น้ำ ทั้งน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

แปลกใจ!!กับการบริหารจัดการน้ำ และการรับมือสถานการณ์น้ำของประเทศไทย ที่ไร้ทิศทาง ไร้ความพร้อม จนประชาชนจำนวนมากเดือดร้อน และเกิดการสูญเสียมหาศาล

ทั้งๆที่มี “คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ” ที่ “สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน)” หรือ สสน. สังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้พัฒนาระบบ และเก็บรวบรวมข้อมูลทรัพยากรน้ำของประเทศมาตั้งแต่ปี 41

เพื่อใช้บริหารจัดการน้ำ ติดตาม เฝ้าระวัง ควบคุมสถานการณ์ เตือนภัย ลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างทันท่วงที ปัจจุบันมีหน่วยงานภาครัฐกว่า 50 หน่วยงาน จากทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องใช้งานระบบ โดยข้อมูลที่จัดเก็บสามารถคาดการณ์สถานการณ์น้ำได้ล่วงหน้าถึง 6 เดือน แจ้งเตือนสถานการณ์ และความรุนแรงได้เป็นรายเดือน รายวัน รายชั่วโมง และแม่นยำถึง 97%

แต่ไทยก็ยังรับมือกับสถานการณ์น้ำ ทั้งน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขัง หรือน้ำแล้งไม่ได้อย่างทันท่วงที ปัญหาเกิดจากอะไร?? ชวนผู้อ่านลองคิดกันเล่นๆ

เป็นเพราะเหตุผลเหล่านี้หรือไม่ เช่น “อีโก้” (Ego) หรือความถือตัวของแต่ละหน่วยงานพยากรณ์ เตือนภัยที่จัดเก็บข้อมูล และพยากรณ์ได้เอง จึงไม่ต้องใช้ข้อมูล “คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ” เพราะถ้ายอมรับความถูกต้องแม่นยำ ต่อไปอาจถูกตัดงบประมาณจัดหาอุปกรณ์ต่างๆมาใช้พยากรณ์อีก

หรือความไม่เชื่อมั่นในความถูกต้องแม่นยำของข้อมูล หรือรัฐมนตรีในกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการคาดการณ์ พยากรณ์ เตือนภัย บรรเทาทุกข์ประชาชน เช่น มหาดไทย ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฯลฯ อยู่คนละพรรคการเมืองกับ “อว.” จึงเพิกเฉยกับข้อมูลของ “คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ”

ถึงขนาดมีการส่งข้อมูลคาดการณ์ฝนในกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึงพื้นที่ต่างๆ ในช่วงวันที่ 24–27 ก.ย.69 ให้ผู้มีอำนาจสั่งการล่วงหน้า 1–2 วัน แต่กลับไม่ใส่ใจไยดี และไม่สั่งการใดๆ เพื่อเตรียมรับมือ จนเกิดน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ ถ้าเป็นเช่นนี้จริง ประชาชนสามารถฟ้องร้องตามมาตรา 157 เพิกเฉยละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่

หรือมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำมากเกินไป หน่วยงานเตือนภัยไม่รู้จะใช้ข้อมูลใคร

หรือไม่มีคนมีอำนาจสั่งการแต่เพียงผู้เดียว (Single Command) หน่วยปฏิบัติไม่รู้จะฟังใครอีก

หรือรัฐบาล กรุงเทพมหานคร (กทม.) ไม่เตรียมรับมือ ไม่ตื่นตัวกับปัญหา ทั้งที่เข้าหน้าฝน หนำซ้ำคาดการณ์ด้วยว่า จะเกิดฝนตกหนัก น้ำฝนสะสมเกิน 250 มม. กรุงเทพฯ เกิน 70 มม. ก็น้ำท่วมแล้ว

หรือรัฐบาลจะรอแค่จัดหางบประมาณเยียวยาประชาชน ซึ่งก็กังวลว่า “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ที่ “กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย” (ปภ.) ใช้ข้อมูลจากดาวเทียมของ GISDA ซึ่งไม่ได้อัปเดตแบบ Real Time อาจเกิดความคลาดเคลื่อนในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้

ความไร้ทิศทาง และไร้ประสิทธิภาพเช่นนี้ ต้องแก้ไขหรือไม่ คิดเอา!!

แต่ถ้าไม่อยากเป็นผู้ประสบภัย เช็กสถานการณ์น้ำที่เว็บไซต์ “คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ” หรือแอปฯ Thai Water.

ฟันนี่เอส


คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ