“จีเอ็มเอ็ม มิวสิค” กำไรครึ่งปีแรกพุ่ง 29.2% ศิลปิน-เพลง-โชว์บิซหนุนส่ง

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“จีเอ็มเอ็ม มิวสิค” กำไรครึ่งปีแรกพุ่ง 29.2% ศิลปิน-เพลง-โชว์บิซหนุนส่ง

Date Time: 7 ต.ค. 2569 07:20 น.

Video

อธิบายง่ายๆ Stablecoin ทำงานยังไง ? | Digital Frontiers EP. 76

“Summary“

GMM MUSIC ทำรายได้ครึ่งปีแรก 2569 รวม 2,161.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% และกำไรสุทธิ 280.7 ล้านบาท เติบโต 29.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

  • ธุรกิจบริหารศิลปินเป็นรายได้หลัก ทำเงิน 730.8 ล้านบาท เติบโต 17.9% จากงานแสดง พรีเซ็นเตอร์ และงานจ้างพิเศษ
  • ธุรกิจดิจิทัลมิวสิคเติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะรายได้จากแพลตฟอร์ม TikTok ที่พุ่งสูงขึ้น 82.9% ตามด้วย Spotify 29.5% และ YouTube 6.4%
  • ธุรกิจโชว์บิซทำรายได้ 496.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากจำนวนผู้ชมรวมกว่า 2.7 แสนคน แม้จะเป็นช่วงครึ่งปีแรกที่มีจำนวนงานน้อยกว่าครึ่งปีหลัง
  • บริษัทเดินหน้าแผน Re-engineering องค์กรและกลยุทธ์ 5 ปี เพื่อสร้างรายได้แบบต่อเนื่อง (Recurring Income) จากลิขสิทธิ์และคอนเทนต์เดิม

Latest


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จีเอ็มเอ็ม มิวสิค หรือ GMM MUSIC ฝ่ากำลังซื้อชะลอตัว โชว์ผลงานครึ่งปีแรก 2569 ทำรายได้ 2,161.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% ขณะที่กำไรสุทธิแตะ 280.7 ล้านบาท โต 29.2% ดันอัตรากำไรสุทธิขยับขึ้นเป็น 13% จาก 11.3% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แรงส่งสำคัญมาจากธุรกิจบริหารศิลปิน ดิจิทัลมิวสิค ลิขสิทธิ์ และคอนเสิร์ตที่ยังเดินหน้าขยายตัว สะท้อนตลาดเพลงและความบันเทิงยังมีแรงซื้อในบางเซ็กเมนต์ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นเต็มที่

ตัวเลขดังกล่าวถือว่าน่าสนใจเมื่อเทียบกับภาพรวมธุรกิจบันเทิงที่เผชิญแรงกดดันจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจและกำลังซื้อ โดย GMM MUSIC สามารถรักษาการเติบโตของทั้งรายได้และกำไรได้พร้อมกัน ที่สำคัญกำไรเติบโตเร็วกว่ารายได้ สะท้อนการบริหารต้นทุนและโครงสร้างธุรกิจที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

กลุ่มที่ทำรายได้สูงสุดยังเป็นธุรกิจบริหารศิลปิน ซึ่งครึ่งปีแรกทำรายได้ 730.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.9% ทำสถิติสูงสุด โดยรายได้จากงานแสดงเติบโต 18.4% ส่วนงานพรีเซ็นเตอร์และงาน Tailormade เพิ่มขึ้น 17.4% สะท้อนว่ามูลค่าทางการตลาดของศิลปินยังสามารถต่อยอดออกไปได้มากกว่ารายได้จากการขายเพลงเพียงอย่างเดียว

อีกเครื่องยนต์สำคัญคือธุรกิจดิจิทัลมิวสิค ทำรายได้ 533.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.2% สูงกว่าการเติบโตของรายได้รวมบริษัท โดยแรงหนุนมาจากการบริหารคลังเพลงเดิม หรือ Back Catalogue ร่วมกับแพลตฟอร์มระดับโลก ทั้ง YouTube, Spotify, TikTok และ Meta ซึ่งช่วยเปลี่ยนทรัพย์สินทางดนตรีที่มีอยู่ให้สร้างรายได้ต่อเนื่อง

เมื่อแยกตามแพลตฟอร์ม TikTok มีรายได้เติบโตโดดเด่นถึง 82.9% ขณะที่ Spotify เพิ่มขึ้น 29.5% และ YouTube ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหลักยังเติบโตอีก 6.4% สะท้อนพฤติกรรมการฟังเพลงที่เปลี่ยนไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง และเปิดช่องให้ค่ายเพลงสร้างรายได้จากคอนเทนต์เดิมได้ยาวนานขึ้น

ด้านธุรกิจบริหารลิขสิทธิ์ทำรายได้ 156.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.3% โดยเมื่อรวมกับรายได้จากธุรกิจดิจิทัลแล้ว จะกลายเป็นฐานรายได้แบบ Recurring ที่คิดเป็นประมาณหนึ่งในสามของรายได้ทั้งหมด ถือเป็นส่วนสำคัญในการลดความผันผวนของธุรกิจเพลง เพราะสามารถสร้างกระแสรายได้จากสิทธิในเพลงและคอนเทนต์ได้อย่างต่อเนื่อง

ส่วนธุรกิจโชว์บิซ แม้โดยธรรมชาติแล้วครึ่งปีแรกจะมีจำนวนคอนเสิร์ตและมิวสิคเฟสติวัลน้อยกว่าครึ่งปีหลัง แต่ GMM SHOW ยังทำรายได้ 496.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากจำนวนผู้ชมที่เพิ่มขึ้น การเปิดตัวเทศกาลดนตรีแบรนด์ใหม่ และการขยายการจัดงานไปยังพื้นที่ต่างๆ โดยช่วง 6 เดือนแรกมีผู้ชมรวม 272,462 คน

ภาพของธุรกิจคอนเสิร์ตยังมีแรงส่งจากการจำหน่ายบัตรที่รวดเร็ว หลายงานสามารถ Sold Out ได้ในเวลาไม่นาน ขณะที่งานในช่วงครึ่งปีหลังยังมีสัญญาณตอบรับที่ดี ซึ่งหากรักษาโมเมนตัมดังกล่าวไว้ได้ มีโอกาสช่วยผลักดันรายได้และกำไรทั้งปีให้เติบโตต่อเนื่อง

นายภาวิต จิตรกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอ็มเอ็ม มิวสิค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลงานครึ่งปีแรกเป็นผลจากการวางแผนงานล่วงหน้าและการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่ค่ายเพลง ศิลปิน ทีมบริหาร ไปจนถึงการดำเนินงานด้านต่างๆ โดยบริษัทอยู่ระหว่างเดินหน้าแผน Re-engineering องค์กร ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีก่อน และวางกรอบแผนงานระยะ 5 ปี เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและสร้างการเติบโตในระยะยาว

สำหรับภาพรวมธุรกิจจากนี้ GMM MUSIC ยังให้น้ำหนักกับการต่อยอดสินทรัพย์ด้านดนตรี ทั้งตัวศิลปิน เพลง ลิขสิทธิ์ และฐานผู้ชม ผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่กัน เป้าหมายสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการสร้างรายได้จากเพลงใหม่ แต่รวมถึงการนำเพลงและคอนเทนต์ที่มีอยู่กลับมาสร้างมูลค่าในหลายช่องทาง

ผลประกอบการครึ่งปีแรกจึงสะท้อนภาพธุรกิจเพลงที่กำลังเปลี่ยนจากการพึ่งพารายได้แบบครั้งเดียว ไปสู่โมเดลที่มีทั้งรายได้จากศิลปิน การแสดง แพลตฟอร์มดิจิทัล ลิขสิทธิ์ และคอนเสิร์ตเข้ามาช่วยกันพยุงฐานรายได้ ทำให้ GMM MUSIC ยังสามารถเติบโตได้ แม้เศรษฐกิจและกำลังซื้อโดยรวมยังอยู่ในช่วงต้องจับตา


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ