อนุทิน โชว์ผลโรดโชว์นิวยอร์ก เปลี่ยน “โอกาส” เป็น “ธุรกิจจริง” SET-NYSE ทำ MOU 5 ด้านเชื่อมตลาดทุน

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

อนุทิน โชว์ผลโรดโชว์นิวยอร์ก เปลี่ยน “โอกาส” เป็น “ธุรกิจจริง” SET-NYSE ทำ MOU 5 ด้านเชื่อมตลาดทุน

Date Time: 25 ก.ย. 2569 10:15 น.

Video

วัยสร้างตัว ซื้อบ้านหรือซื้อรถก่อนดี? ให้ชีวิตไม่พัง | Money Issue EP.73

“Summary“

นายกฯ โชว์ผลโรดโชว์นักลงทุน-ผู้จัดการกองทุนต่างชาติ มั่นใจประเทศไทยมากขึ้น ย้ำบทบาทรัฐบาล เปลี่ยน “โอกาส” เป็น “ธุรกิจจริง” ด้าน SET ทำ MOU NYSE เพิ่มศักยภาพตลาดทุนไทย 5 ด้าน

Latest


อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ติดตามคณะเดินทางเยือนนิวยอร์ก ถึงภาพรวมการจัดงานโรดโชว์พบผู้จัดการกองทุนและนักลงทุนสถาบันต่างประเทศจากทั่วโลก ที่มหานครนิวยอร์กประเทศสหรัฐอเมริกาว่า สถาบันการเงินที่ลงทุนในประเทศไทยมีทีท่าเป็นบวกทั้งหมด

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คำถามที่นักลงทุนถามมา ทีมประเทศไทยตอบได้ดี ทำให้นักลงทุนมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นอีก รวมทั้งจากการจัดอันดับของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือทั้ง 3 สถาบันที่ปรับมุมมองประเทศไทยดีขึ้น เหมือนเป็นการยืนยันถึงความพร้อมและความมั่นคงของประเทศไทยอยู่แล้ว

“สถาบันการเงินที่ไปลงทุนในประเทศไทยเป็นบวกหมดเลย คำถามของเขา ผมคิดว่าพวกเราได้ตอบทำให้เขามีความมั่นใจเพิ่มขึ้นไปอีก จริงๆ แล้วเขาก็มี outlook ที่ดีกับประเทศของเราอยู่แล้ว เพราะจากการจัดอันดับของสถาบันที่น่าเชื่อถือทั้ง 3 สถาบัน S&P, Moody's และ Fitch ตรงนั้นเป็นเหมือนแสตมป์ยืนยันถึงความพร้อมและความมั่นคงของประเทศไทยอยู่แล้ว” นายกรัฐมนตรี กล่าว

วันนี้ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ที่ได้ไปนำเสนอประเทศไทย หรือ Thailand Roadshow ด้วยตัวเอง ทีมประเทศไทยสามารถให้ภาพที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับประเทศไทย


รวมถึงการตอบข้อสงสัยที่นักลงทุนมี เช่น เรื่องนโยบายทางการเงิน เรื่องความมีเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท เรื่องนโยบายภาครัฐ เรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เรื่องการบริหารจัดการงบประมาณ หนี้ครัวเรือน และการส่งเสริมการลงทุนทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งทีมประเทศไทยก็ตอบคำถามได้หมด และสัมผัสได้ว่านักลงทุนมีความมั่นใจต่อประเทศไทยมาก

“เราไม่ได้พบแค่กลุ่มเดียว ได้พบทั้งสถาบันการเงิน ตลาดเงินตลาดทุนของเขา และพบกับบริษัทข้ามชาติใหญ่ๆ เช่น Google และ Microsoft ที่พร้อมจะไปลงทุนในประเทศไทยในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง แต่เราคุยไปถึงว่าไม่ใช่แค่เอาเงินไปลงทุน เราพูดถึงการ training การทำให้คนไทยได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยี และความรอบรู้ในเรื่อง AI และเทคโนโลยีที่จะเป็นอุตสาหกรรมของโลกจากนี้ไป”

“เขาเลือกประเทศไทยและให้ความมั่นใจเรื่อง Data Center เราก็บอกให้เขาฟังว่ากำลังจัดตั้งคณะกรรมการมากำกับดูแลเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม เพราะเป็นธุรกิจที่ใช้พลังงานและทรัพยากรน้ำเยอะ เราต้องบอกให้เขาฟังว่าจะต้องบริหารจัดการอย่างไร อยู่ในโลเคชันไหนที่สามารถเข้าถึงแหล่งพลังงานได้ ซึ่งเราได้รับฟังข้อคิดเห็นจากเขา การจัดตั้งคณะกรรมการของเราไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหวั่นไหวหรือคิดจะย้ายไปประเทศอื่น เพราะเรายืนยันว่าจะให้การส่งเสริมธุรกิจของเขาต่อไป” นายกรัฐมนตรี กล่าว

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะกลุ่มเล็ก พบนักลงทุนร่วมกับ Jefferies Group LLC ณ Lever House นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา วันที่ 24 กันยายน 2569
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะกลุ่มเล็ก พบนักลงทุนร่วมกับ Jefferies Group LLC ณ Lever House นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา วันที่ 24 กันยายน 2569

รัฐบาลมีหน้าที่เปลี่ยน “โอกาส” เป็น “ธุรกิจจริง”

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 คณะของนายกรัฐมนตรียังได้พบกับบริษัทการเงินของโลก Jefferies Group LLC ซึ่งจัดเวทีให้นายกรัฐมนตรี พบกับกองทุนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา

โดยนายกรัฐมนตรี ระบุว่า หน้าที่ของรัฐบาลคือ การเปลี่ยน “โอกาส” ให้เกิดเป็น “ธุรกิจจริง” เพื่อเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน และให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมใช้โอกาสนี้เชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในไทย โดยไทยกำลังนำเสนอโอกาสใหม่ ๆ ที่ไทยควรได้รับการพิจารณาจากนักลงทุน

เช่น นักลงทุนที่เข้ามาดำเนินโครงการใหม่ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นสร้างระบบนิเวศธุรกิจใหม่ เพราะประเทศไทยสั่งสมฐานการผลิต กลุ่มอุตสาหกรรม ระบบคมนาคม และเครือข่ายผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ที่ให้บริการแก่ลูกค้าทั่วโลก สามารถใช้ไทยเป็นฐานการดำเนินธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ในประเทศ เพื่อเข้าถึงตลาดในภูมิภาคได้

ไทยยังมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ความต้องการระบบจัดเก็บข้อมูล การส่งผ่านข้อมูลที่รวดเร็ว ระบบไฟฟ้าที่มีความมั่นคง และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับบริการดิจิทัล กลายเป็นโอกาสสำคัญดึงดูดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าเพิ่มเข้ามาสู่ประเทศไทยได้

ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจไทยยังคงมีเสถียรภาพ จากเงินสำรองระหว่างประเทศของไทยที่แข็งแกร่ง หนี้สาธารณะที่อยู่ภายใต้กรอบเพดานตามกฎหมาย ส่งผลให้ประเทศไทยยังคงมีพื้นที่ทางการคลังในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายนอก

ทั้งนี้ สัญญาณความสนใจการลงทุนในประเทศไทยอย่างชัดเจนว่า แค่ช่วงครึ่งแรก มีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ สูงถึง 1.37 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 80 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องว่า ภาคธุรกิจสนใจและกำลังมองหาโอกาสการลงทุน และประเทศไทยก็เหมาะและพร้อมเปิดรับการลงทุน

รัฐบาลยังยินดีต้อนรับการลงทุนใน Data Center แต่ก็ตระหนักถึงผลกระทบด้านการใช้พลังงานและทรัพยากรน้ำ จึงมีการทบทวนหลักเกณฑ์ เพื่อดึงดูดโครงการที่มีความเหมาะสม เพื่อสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจในระยะยาว

อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ร่วมคณะนายกรัฐมนตรี ให้ข้อมูลนักลงทุนร่วมกับ Jefferies Group LLC ณ Lever House นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา วันที่ 24 กันยายน 2569
อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ร่วมคณะนายกรัฐมนตรี ให้ข้อมูลนักลงทุนร่วมกับ Jefferies Group LLC ณ Lever House นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา วันที่ 24 กันยายน 2569

นายกรัฐมนตรีกล่าวในช่วงท้าย ย้ำไทยยังมีโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดี ทั้งจากการลงทุนที่จะเข้ามาในประเทศไทยและจากบริษัทไทยที่มีความพร้อมลงทุน ดังนั้น หน้าที่ของรัฐบาล คือ การช่วยเปลี่ยนโอกาสดังกล่าวให้เกิดขึ้นเป็นธุรกิจจริง เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน ขณะเดียวกันก็เปิดกว้างรับฟังมุมมองจากนักลงทุนว่าเห็นโอกาสด้านใดมากที่สุด รวมถึงข้อกังวลต่าง ๆ เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา

ทั้งนี้ Jefferies Group LLC เป็นบริษัทการเงินและการลงทุนระดับโลก ให้บริการด้านตลาดทุน การซื้อขายหลักทรัพย์ และการบริหารสินทรัพย์ โดยมีเครือข่ายครอบคลุมศูนย์กลางทางการเงินทั่วโลก และมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงนักลงทุนกับโอกาสการลงทุนในตลาดทุนระหว่างประเทศ

ลินน์ มาร์ติน ประธาน NYSE ต้อนรับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเยือนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา วันที่ 24 กันยายน 2569
ลินน์ มาร์ติน ประธาน NYSE ต้อนรับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเยือนตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา วันที่ 24 กันยายน 2569

เปิดประตูธุรกิจไทยระดมทุนตลาดทุนโลก

ในวันเดียวกัน (24 ก.ย.) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้ายกระดับเศรษฐกิจไทยบนเวทีโลก เป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) พร้อมร่วมพิธีลั่นระฆังเปิดการซื้อขาย (Opening Bell) ประชาสัมพันธ์ศักยภาพ และความพร้อมของไทยต่อหน้านักลงทุนระดับโลก โดยเป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 3 ที่เข้าร่วมพิธีดังกล่าว

เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ความร่วมมือ SET - NYSE ช่วยให้บริษัทไทยเข้าถึงนักลงทุนและแหล่งเงินทุนระดับโลก สนับสนุนการระดมทุน การขยายธุรกิจ และการลงทุนข้ามพรมแดน ขณะเดียวกัน ก็เปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างประเทศเห็นศักยภาพของบริษัทไทยและอุตสาหกรรมใหม่ ๆ มากขึ้น ดึงดูดเงินลงทุน เทคโนโลยี และการลงทุนใหม่เข้าสู่ประเทศไทย

โดยนายกรัฐมนตรีมองว่า บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ เป็นมากกว่าข้อตกลงระหว่างตลาดหลักทรัพย์สองแห่ง แต่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา รวมถึงทำให้ตลาดทุนสองประเทศมีความใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น

ขณะที่ สหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของไทย นิวยอร์กคือ หัวใจสำคัญของการเงินโลก ความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่าง NYSE และ SET จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้แก่บริษัทและนักลงทุนในทั้งสองประเทศ พร้อมทั้งกระชับความเชื่อมโยงของตลาดและส่งเสริมการลงทุนข้ามพรมแดนให้มากยิ่งขึ้น และการลงนามในวันนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนศักยภาพดังกล่าวให้กลายเป็นความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม

“นายกรัฐมนตรีต้องการเปลี่ยนความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง ทั้งการลงทุน การขยายธุรกิจ และการสร้างงาน เพื่อส่งต่อประโยชน์สู่ประชาชนไทย” เอกภพ ระบุ

MOU NYSE-SET พาตลาดทุนไทยไปไกลใน 5 ด้าน

อีกทั้งในวันเดียวกัน (24 ก.ย.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange: NYSE) โดยมีนายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นสักขีพยาน

โดยความร่วมมือนี้ ทั้งสองตลาดจะวางกรอบการดำเนินงานร่วมกันด้านการจดทะเบียนหลักทรัพย์ในทั้งสองตลาด (Dual Listing) ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และดัชนีร่วมกัน

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง ลินซ์ มาร์ติน ประธานตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange: NYSE) และ อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ณ ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง ลินซ์ มาร์ติน ประธานตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange: NYSE) และ อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ณ ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กล่าวว่า MOU ครอบคลุมความร่วมมือ 5 ด้าน ได้แก่

  1. การจดทะเบียนหลักทรัพย์ทั้งสองตลาดพร้อมกัน (Dual Listing)
  2. การพัฒนาและการจดทะเบียนข้ามตลาด (Cross listing) ของกองทุน ETF (Exchange-Traded Fund)
  3. ข้อมูลตลาดและผลิตภัณฑ์ดัชนี
  4. การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้าน ESG
  5. การแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ระหว่างสองตลาดหลักทรัพย์

“ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเชื่อมโยงภาคธุรกิจและผู้ลงทุนระหว่างไทยกับสหรัฐฯ พร้อมเพิ่มทางเลือกในการระดมทุนให้กับบริษัทจดทะเบียนไทย สร้างโอกาสการเข้าถึงผู้ลงทุนสถาบันและแหล่งเงินทุนในตลาดชั้นนำของโลก เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนทั่วโลกเข้าถึงการลงทุนในประเทศไทยได้มากขึ้น รวมถึงช่วยเพิ่มช่องทางการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้แก่บริษัทต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในไทย สอดรับกับโครงการ BOI to IPO" อัสสเดช กล่าว

ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าว สะท้อนความมุ่งมั่นของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และเชื่อมโยงตลาดทุนไทยเข้ากับโอกาสใหม่ ๆ ตามวิสัยทัศน์การเป็นเส้นทางแห่งความเชื่อมั่นสู่โอกาสของทุกคน ‘The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities’

ด้าน วิลล์ กูดวิน หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการเชิงกลยุทธ์และกิจการองค์กร ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก กล่าวว่า NYSE ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์อันดีที่มีมาอย่างยาวนานกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ MOU ฉบับนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการกระชับความร่วมมือระหว่างตลาดทั้งสองให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่ผู้ออกหลักทรัพย์และผู้ลงทุน เราตั้งตารอที่จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับตลาดหลักทรัพย์ไทย เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวของตลาดทุนไทย”

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ NYSE มีความร่วมมือกันมาตั้งแต่ปี 2535 โดยเริ่มจากงานด้านการกำกับดูแลตลาด และพัฒนาความสัมพันธ์ต่อเนื่องมากว่า 3 ทศวรรษจนถึงปัจจุบัน ที่ขยายขอบเขตการทำงานร่วมกันจนเกิดข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้

นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลั่นระฆังเปิดการซื้อขายหลักทรัพย์ประจำวัน ณ ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา วันที่ 24 กันยายน 2569
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลั่นระฆังเปิดการซื้อขายหลักทรัพย์ประจำวัน ณ ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา วันที่ 24 กันยายน 2569

อ่านข่าวเศรษฐกิจและนโยบายรัฐ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ 

https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ