“อนุทิน” ดึงทุนมะกันเข้าไทย จับมือ Google ปั้น “ดาต้าเซ็นเตอร์สีเขียว” นักลงทุนแห่ฟังวิสัยทัศน์

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“อนุทิน” ดึงทุนมะกันเข้าไทย จับมือ Google ปั้น “ดาต้าเซ็นเตอร์สีเขียว” นักลงทุนแห่ฟังวิสัยทัศน์

Date Time: 25 ก.ย. 2569 06:00 น.

Video

อธิบาย Stablecoin แบบเข้าใจง่าย จะเปลี่ยนโลกยังไง ทำไมถึงสำคัญ? | Digital Frontiers EP.76

“Summary“

นายกฯ จับมือ Google พัฒนามาตรฐาน Data Center เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดสถาบัน Open Data ปั้นแรงงานดิจิทัล กองทุนยักษ์ 25 รายฟังแผนเศรษฐกิจไทย

Latest


ผู้สื่อข่าวรายงานจากมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้หารือกับนาง Ruth Porat ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Alphabet และ Google ที่สำนักงาน Google โดยประเด็นหลักอยู่ที่การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ เทคโนโลยี AI และการพัฒนาทักษะแรงงาน โดยรัฐบาลไทยต้องการให้ดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยมีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมชัดเจน ทั้งประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การจัดการน้ำ และการดูแลพื้นที่โดยรอบ เนื่องจากดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใช้พลังงานและทรัพยากรจำนวนมากตามการขยายตัวของ AI

โดย Google มีแผนลงทุนในไทยประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ใน จ.ชลบุรี และ Google Cloud Region ในกรุงเทพฯ โดยโครงการในพื้นที่ EEC จะให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและผลกระทบต่อชุมชน

นอกจากโครงสร้างพื้นฐานแล้ว Google ยังเตรียมเปิด “สถาบัน Open Data” ในไทย เน้นพัฒนาทักษะดิจิทัลและการใช้ข้อมูล เปิดโอกาสให้แรงงานไทยและสตาร์ตอัปเข้าถึงองค์ความรู้ เพื่อต่อยอดการทำงานและธุรกิจในเศรษฐกิจดิจิทัล

จากนั้นนายกรัฐมนตรีของไทยได้พบปะภาคธุรกิจสหรัฐฯ ซึ่งจัดโดยสภาธุรกิจสหรัฐฯ–อาเซียน และหอการค้าสหรัฐฯ มีผู้บริหารบริษัทชั้นนำเข้าร่วมหลายราย โดยหารือทั้งการลงทุนและการค้าไทย–สหรัฐฯ

ทั้งนี้ ประเด็นที่รัฐบาลนำเสนอคือทำเลของไทยในฐานะศูนย์กลางอาเซียน นักลงทุนที่เข้ามาตั้งฐานในไทยสามารถเชื่อมตลาดภูมิภาคที่มีประชากรราว 700 ล้านคน ขณะเดียวกันไทยอยู่ระหว่างสรุปเงื่อนไขการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ และปรับระบบ Thailand Fast Pass เพื่อลดขั้นตอนการทำธุรกิจ

ข้อมูลที่รัฐบาลนำเสนอระบุว่า ช่วงครึ่งแรกปี 2569 มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนมูลค่าประมาณ 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 37% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และตั้งเป้าให้ไทยอยู่ในกลุ่ม 20 ประเทศที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงภายในปี 2573

ฝั่งสหรัฐฯ นาย Brian McFeeters ประธานและซีอีโอสภาธุรกิจสหรัฐฯ–อาเซียน ระบุว่า ภาคธุรกิจสหรัฐฯ ยังมองไทยเป็นตลาดยุทธศาสตร์ และพร้อมหารือโอกาสด้านการค้าและการลงทุน ขณะที่นาย Michael DeSombre ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ระบุถึงช่องทางความร่วมมือด้านการลงทุน เทคโนโลยี พลังงาน และห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Superintelligence ในภาคการผลิต โลจิสติกส์ การเงิน เกษตร และบริการภาครัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ วันที่ 22 ก.ย. นายกรัฐมนตรีนำคณะผู้บริหารภาครัฐและตลาดทุนไทยพบผู้จัดการกองทุนและนักลงทุนสถาบันในนิวยอร์ก โดยมีกองทุนชั้นนำประมาณ 25 รายเข้าร่วม มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมกันราว 40 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นไทยประมาณ 5 แสนล้านบาท ขณะที่ปีนี้มีเงินไหลกลับมาราว 10% โดยนักลงทุนต่างชาติยังมีคำถามเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และศักยภาพของตลาดไทยในระยะยาว

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า นักลงทุนสถาบันต่างประเทศต้องประเมินทิศทางประเทศก่อนตัดสินใจลงทุน จึงมีการนำเสนอเป้าหมายการขยับไทยสู่ประเทศรายได้สูงภายในปี 2580 รวมถึงการเปลี่ยนผ่านพลังงานหมุนเวียน และมาตรการพัฒนาตลาดทุน เช่น JUMP+ และ BOI to IPO เพื่อเพิ่มบริษัทและธุรกิจใหม่เข้าสู่ตลาด

ด้านธนาคารแห่งอเมริการะบุว่า นักลงทุนที่เข้าร่วมโรดโชว์เป็นผู้บริหารระดับสูงของกองทุนรายใหญ่ โดยคำถามที่ได้รับครอบคลุมตั้งแต่โลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐานข้อมูล พลังงาน ไปจนถึงปัญหาสังคมสูงวัย ขณะที่นักลงทุนบางส่วนมองหาโอกาสกระจายเงินลงทุนออกจากตลาดสหรัฐฯ ไปยังเอเชีย

โจทย์ของไทยจากเวทีนิวยอร์กจึงอยู่ที่การเปลี่ยนความสนใจของทุนต่างชาติให้เป็นการลงทุนจริง ขณะที่ดาต้าเซ็นเตอร์และ AI กำลังเพิ่มความต้องการทั้งพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานข้อมูล และแรงงานทักษะสูง หากไทยต้องการรับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ การเตรียมระบบไฟฟ้า พลังงานสะอาด บุคลากร และกติกาการทำธุรกิจ จึงเป็นปัจจัยที่ต้องเดินไปพร้อมกัน


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ