
ADB ชี้ไทยมีโอกาสเป็นประเทศรายได้สูงในปี 2580 หากเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจและดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีใหม่เข้ามาลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม
ไทยอยู่ในวังวนการเป็น “ประเทศรายได้ปานกลาง” มานาน แต่จากความตั้งมั่นของภาครัฐและเอกชนได้ประกาศเป้าหมายใหม่ที่ภายในปี 2580 หรือนับจากนี้อีก 11 ปี ไทยจะก้าวสู่ “ประเทศรายได้สูง” ก่อนจะไปถึงจุดนั้นไทยต้องเผชิญอุปสรรคหรือความท้าทายแบบไหนมาลองฟังมุมมองจาก ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB กัน
จากคำถามของ Thairath Money ที่ว่า ถ้าเศรษฐกิจไทยยังเติบโตในระดับปัจจุบัน มีปัจจัยต่างๆ เหมือนเดิม เป็นไปได้แค่ไหนที่ไทยจะกลายเป็นประเทศรายได้สูงในปี 2580 ทาง “ชิดชนก อันโนนจารย์” เศรษฐกร ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ประจำประเทศไทย ให้มุมมองว่า อาจเกิดขึ้นได้ยากเพราะการปฏิรูป และการทำให้เกิดผลลัพธ์ขึ้นจริงทั้ง Ecosystem ต้องใช้เวลา แต่ยังมีโอกาสเป็นไปได้ที่ไทยจะก้าวสู่ประเทศรายได้สูงตามเป้าหมายนั้น
“ในช่วง 11 ปีข้างหน้า ถ้า (ไทย) Reform อย่างจริงจัง ถ้าประเทศเราไม่เกิด Accident อะไร สมมุติมี High Tech industry เข้ามาไทย ซึ่งเราสามารถ pick up ได้เร็วเหมือนช่วงสมัยก่อน 50-60 ปีก่อนที่อุตสาหกรรมรถยนต์สร้าง Local Supplier จนเกิดการจ้างงานจริงจน ecosystem ทุกอย่างพร้อม” ชิดชนก กล่าว
โอกาสในการที่ไทยจะก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูง “มาแล้ว” แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะสร้างอย่างไร โดยเฉพาะการดึงดูด New Economy New technology ให้เกิดขึ้นในไทยไม่ว่าจะ Healthcare, Technology ใหม่ๆ อย่าง Data Center ไปจนถึงการเกษตรหรือ Agriculture ที่ไทยมีจุดเด่นจากทรัพยากรดั้งเดิม มีนวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมอาหารที่ได้มาตรฐานและโดดเด่นกว่าประเทศอื่นๆ ทว่าเรื่องการเกษตรยังขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านสภาพอากาศ ขณะที่ด้านการท่องเที่ยวโจทย์คือต้องเพิ่มมูลค่าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้น และสร้างการจ้างงานที่มีคุณภาพให้เกิดขึ้นในประเทศ ต่างจากรูปแบบการบริการเดิมๆ ที่เป็นมา
อย่างไรก็ตามโจทย์ใหญ่ของไทย ที่จะเปิดกว้างให้เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา แต่ต้องมีมาตรฐานในการควบคุมและจัดระเบียบเพื่อไม่ให้สร้างผลกระทบต่อประชาชน เช่น กรณี Data Center อย่างในสิงคโปร์แม้จะดูเปิดกว้างให้เข้าไปลงทุนได้ง่ายแต่ก็มีการกำกับดูแล คัดกรองเข้มข้นที่จะควบคุมการใช้ทรัพยากรประเทศ หรือบางประเทศน่าจะกำลังพิจารณาเหมือนเก็บภาษีที่สูงขึ้นถ้ามีการใช้ทรัพยากรสูง หรือบังคับให้มีการใช้ Local Content มากขึ้น ซึ่งไทยอาจยังบังคับใช้ข้อนี้ไม่ได้เพราะบางอย่างไม่มี local content ในประเทศ แต่เทคฯ ใหม่ที่เข้ามาควรสร้างให้เกิดการจ้างงานในไทยด้วย
ส่วนความท้าทายหลักของไทยยังคงเป็นเรื่องการเพิ่มผลิตภาพ ท่ามกลางปัญหาสังคมสูงวัยที่มีประชากรลดลง ดังนั้นโจทย์ใหญ่ของไทยอาจไม่ใช่แค่เรื่องจำนวนประชากร แต่จะทำอย่างไรให้คนที่มีอยู่ มีประสิทธิภาพมากขึ้น มี Productivity ทำงานได้เยอะขึ้น แต่เหนื่อยน้อยลง
อันนา ฟิงค์ เศรษฐกรอาวุโส ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ประจำประเทศไทย กล่าวถึงการปรับประมาณการล่าสุดของ ADB ในรอบเดือน ก.ย. 2569 ว่า การขยายตัวเศรษฐกิจ (GDP) ไทยปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.0% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 1.8% (ในช่วงเดือน ก.ค. 2569) สาเหตุเพราะการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้นจากแรงหนุนของสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี การลงทุนภาคเอกชน และมาตรการรัฐที่ออกมาเพื่อลดผลกระทบต่อราคาพลังงานที่สูงขึ้น
แต่ได้ปรับลดประมาณการสำหรับปี 2570 ว่า GDP ไทยจะเหลือ 1.9% จากก่อนหน้าที่คาดว่าจะอยู่ราว 2.0% เพราะมองว่าผลจากมาตรการของรัฐจะหมดลง รวมถึงแรงหนุนจากการส่งออกจะเข้าสู่ระดับปกติ ทำให้การเติบโตชะลอลง แต่ยังมีแรงส่งจากภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัวมาสู่ระดับ 35 ล้านคน
ในด้านอัตราเงินเฟ้อ แม้จะปรับตัวสูงขึ้นจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นแต่ยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายของ ธนาคารกลาง โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 2.5% ในปี 2569 (ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 2.9%) ขณะที่ปี 2570 คาดว่าจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 1.3% จากราคาพลังงานที่น่าจะปรับตัวลดลง ทำให้แรงกดดันด้านอุปทานเริ่มคลี่คลายลง
สุดท้ายนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนต่างๆ ADB มองว่ามี 4 ปัจจัยที่ต้องจับตามองเพราะอาจส่งผลกระทบต่อไทย ดังนี้
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney