
คลังชง ครม. ต่อลมหายใจ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” อีก 2 เดือน อุ้มคนไทยฝ่าวิกฤตของแพง-พลังงานพุ่งจากพิษสงครามยืดเยื้อ ควักงบเงินกู้ก้อนที่เหลือ 5 หมื่นล้านลุยต่อ พร้อมเติมเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ดีเดย์ 1 ต.ค. 69 นี้ ย้ำต้องพยุงค่าครองชีพให้คุ้มค่าเงินทุกบาท!
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่า วันที่ 22 ก.ย.2569 กระทรวงการคลัง จะเสนอขยายระยะเวลามาตรการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา โดยใช้วงเงินที่มีอยู่ คาดว่าจะต่ออายุมาตรการได้ 2 เดือน ยังคงเป็นรูปแบบเดิม เนื่องจากโครงการไทยช่วยไทยพลัสจัดทำขึ้นเพื่อบรรเทาวิกฤตพลังงานและราคาข้าวของที่แพงขึ้นจากสถานการณ์สงคราม ซึ่งกระทบต่อการบริโภคของประชาชน โดยปัจจุบันสงครามและวิกฤตพลังงานยังคงยืดเยื้อ ปัจจุบันยังมีเม็ดเงินคงเหลือในวงเงินส่วนแรก วงเงินของ พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท สำหรับเยียวยาประชาชนอยู่เกือบ 50,000 ล้านบาท
“สถานการณ์สงครามยังไม่จบ ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวสูงขึ้น และมีแนวโน้มเกิดภาวะเงินเฟ้อตามมาอย่างแน่นอน จึงมีความจำเป็นต้องเดินหน้าต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยพลัสเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป แต่จะช่วยเท่าไรต้องขอดูงบประมาณก่อนเพราะเรามีเงินจำกัด เราอยากใช้วงเงินที่มีให้คุ้มค่า”
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ตามพ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบให้ขยายระยะเวลามาตรการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ออกไป จากเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย.2569 นี้ โดยจะใช้เงินในส่วนของวงเงินเยียวยาที่เหลือ 40,000-50,000 ล้านบาท คาดว่าจะมีวงเงินเพียงพอที่จะใช้ในช่วงขยายระยะเวลามาตรการดังกล่าว ส่วนจะต่อเนื่องหรือไม่ รวมถึงระยะเวลา ขึ้นอยู่กับกระทรวงการคลัง จะเสนอให้ครม.พิจารณา
ทั้งนี้ เมื่อรัฐบาลต่ออายุมาตรการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ให้กับประชาชน ก็ต้องเติมเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย ซึ่งจะยึดตามจำนวนผู้ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐที่ผ่านคุณสมบัติ ซึ่งจะได้รับสิทธิตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 เป็นต้นไป ส่วนคนที่ไม่ผ่านคุณสมบัติสวัสดิการแห่งรัฐ ก็จะได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัส
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันมีผู้ได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัส 26 ล้านคน มียอดการใช้จ่ายสะสม ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-16 ก.ย.2569 รวมมูลค่า 159,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรัฐสะสม 88,000 ล้านบาท ประชาชนจ่าย 65,000 ล้านบาท ขณะที่ผู้ผ่านคุณสมบัติสวัสดิการแห่งรัฐ 9.5 ล้านคน และอยู่ระหว่างการขอทบทวนสิทธิราว 5 ล้านคน