ดีลภาษี “ไทย-สหรัฐฯ” จบแล้ว “อนุทิน” จ่อทวงสัญญา “ทรัมป์”

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ดีลภาษี “ไทย-สหรัฐฯ” จบแล้ว “อนุทิน” จ่อทวงสัญญา “ทรัมป์”

Date Time: 18 ก.ย. 2569 06:00 น.

Video

DCA แล้วเจ๊ง? หุ้นไทยยังไหวไหม? และวิธีคัดหุ้นเปลี่ยนชีวิต? | Money Issue EP.74

Summary

การเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) ระหว่างไทยและสหรัฐฯ ใกล้ได้ข้อยุติ โดยเหลือเพียงการปรับแก้ถ้อยคำและรายละเอียดบางส่วนในร่างความตกลง

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตรียมหารือรายละเอียดกับ รมว.พาณิชย์ ในวันที่ 18 ก.ย. เพื่อเตรียมข้อมูลสำหรับการเจรจาระดับผู้นำกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
  • เป้าหมายหลักของไทยคือการรักษาอัตราภาษีนำเข้าให้อยู่ในกรอบไม่เกิน 19% เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ ไม่ให้เสียเปรียบประเทศคู่แข่ง
  • ทีมไทยแลนด์ยังคงเดินหน้าเจรจากับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) อย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งสรุปรายละเอียดก่อนมาตรการภายใต้มาตรา 301 ของสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้
  • ภารกิจหลักของนายกรัฐมนตรีในการเดินทางไปสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 21–27 ก.ย. คือการเข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ณ นครนิวยอร์ก

Latest


นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เปิดเผยถึงผลการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย–สหรัฐฯ ว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ รายงานว่าเรื่องหลักการหารือกันจะถึงข้อสุดท้ายแล้ว หารือกันเกือบทั้งหมดแล้วเหลืออยู่นิดหนึ่ง และพยายามจะให้ระดับผู้นำของสองประเทศได้พูดคุยกัน โดยวันที่ 18 ก.ย. ตนจะหารือกับนางศุภจีในรายละเอียด ทั้งนี้ ผลการเจรจาถือว่าเป็นไปในแนวทางที่ดี

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะต่อสายหารือกับประธานาธิบดีทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ได้รับการรายงานรายละเอียดการพูดคุยมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งอยู่ในจังหวะที่ผู้แทนการค้าทั้งสองฝ่าย พร้อมที่จะให้มีการต่อสายพูดคุยในประเด็นสุดท้าย ถ้าได้มีโอกาสคุยก็จะขอประธานาธิบดีทรัมป์ ในเรื่องที่ท่านบอกว่าประเทศไทยเราปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา เรื่องการเก็บกวาดทุ่นระเบิดและปราบสแกมเมอร์ เราทำตามหมดเลยทุกอย่าง จำได้ไหม ที่ประธานาธิบดีทรัมป์บอกว่าจะพิจารณาอัตราภาษีให้เป็นพิเศษ ก็จะถามว่าไทยจะได้ตรงนี้หรือไม่

ด้านนางศุภจี กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย–สหรัฐ (Agreement on Reciprocal Trade : ART) ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันกำหนดการหารือระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ จากเดิมที่คาดว่าจะมีการหารือในวันที่ 17 หรือ 18 ก.ย. 69

ทั้งนี้ แนวทางของฝ่ายไทยต้องการให้การเจรจาในระดับเจ้าหน้าที่ รวมถึงรายละเอียดของความตกลง ART มีความชัดเจนมากที่สุดก่อน เพื่อจัดทำข้อมูลและข้อเสนอสำหรับนำไปหารือในระดับผู้นำ โดยขณะนี้ “ทีมไทยแลนด์” ยังคงเดินหน้าเจรจากับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) อย่างต่อเนื่อง ทั้งผ่านการหารือระดับเจ้าหน้าที่ และระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

สำหรับการเดินทางของนายกรัฐมนตรี และคณะไปสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 21–27 ก.ย. 69 ภารกิจหลักคือการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่นครนิวยอร์ก ในฐานะผู้แทนประเทศไทย เพื่อกล่าวถ้อยแถลง และเข้าร่วมภารกิจในเวทีระหว่างประเทศ ส่วนการหารือนอกรอบกับผู้นำสหรัฐฯ ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดการอย่างเป็นทางการ

นางศุภจี กล่าวว่า การเจรจา ART มีความคืบหน้าอย่างมาก และเข้าสู่ช่วงท้ายของการหารือแล้ว โดยประเด็นสำคัญส่วนใหญ่มีความชัดเจน เหลือเพียงการปรับแก้ถ้อยคำในร่างความตกลง และรายละเอียดบางส่วนที่ทั้งสองฝ่ายยังต้องหารือเพื่อให้ได้ข้อยุติ ซึ่งทีมเจรจายังคงเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โจทย์สำคัญของไทยคือการเร่งสรุปรายละเอียด ART ให้ได้ก่อนที่กระบวนการภายใต้มาตรา 301 ของสหรัฐฯ จะเดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป เพื่อจำกัดความเสี่ยงด้านภาษีและรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ โดยไทยต้องการให้อัตราภาษีอยู่ในกรอบที่เคยหารือกัน และไม่สูงกว่าประเทศคู่แข่งในภูมิภาค หรือไม่เกิน 19%

ส่วนกรณีที่สหรัฐฯ จะไม่ทำการค้ากับประเทศที่ได้ดุลการค้ากับสหรัฐฯนั้น เป็นเรื่องที่สหรัฐฯตั้งใจอยู่แล้ว เพื่อปรับโครงสร้างดุลการค้ากับประเทศคู่ค้า โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีดุลการค้ากับสหรัฐฯ ในระดับสูง ทำให้การเจรจา ART มีความสำคัญต่อทั้งสองฝ่าย ขณะที่ไทยต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกและภาคการผลิตที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้อัตราภาษีของไทยสูงกว่าคู่แข่งจนส่งผลต่อคำสั่งซื้อและการลงทุน

“เป้าหมายของไทยในการเจรจา ART คือพยายามรักษาอัตราภาษีให้อยู่ในกรอบที่เคยหารือกัน ซึ่งอยู่ที่ระดับ 19% และต้องไม่ทำให้สินค้าไทยเสียเปรียบประเทศคู่แข่งในภูมิภาค เพราะหากไทยมีอัตราภาษีสูงกว่าคู่แข่งมาก จะกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย และเพิ่มแรงกดดันต่อภาคการผลิตที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ”


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ