
“นพ.สรณ” โยนระเบิดขวดตั้งโต๊ะแถลงข่าว หลังประชุมบอร์ดกสทช.ล่มเป็นครั้งที่ 11 ขอให้สื่อช่วยสืบสวนว่าใครได้ผลประโยชน์ในการเร่งให้ตนพ้นตำแหน่ง ประกาศไปเอง! ศาลไต่สวนนัดแรกคดีฟ้องคณะกรรมการสรรหา 21 ก.ย. 2569 ด้าน “พิรงรอง” ย้อนถาม “ทำไมลุกจากเก้าอี้ไม่ได้” เผยบอร์ด 6 คนที่เหลือหารือนอกรอบแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้จัดให้มีการประชุมบอร์ด กสทช.ขึ้นเป็นครั้งที่ 11 นับจากมีข้อพิพาทในการดำรงตำแหน่งของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานบอร์ด กสทช.
โดย ณ เวลา 9.39 น. นพ.สรณ ได้เดินเข้าห้องประชุมเพียงคนเดียวเช่นเคย ขณะที่นายต่อพงศ์ เสลานนท์ และ พล.ต.อ. ณัฐธร เพราะสุนทร ซึ่งมักเข้าประชุมออนไลน์ ทำหนังสือลาเนื่องจากติดภารกิจต่างประเทศ ส่วนนายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ซึ่งปกติลาประชุม ทำหนังสือแจ้งไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ เช่นเดียวกับ พล.อ.ท. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ นายศุภัช ศุภชลาศัย น.ส.พิรงรอง รามสูต บอร์ด 3 คนที่ยืนยันไม่เข้าร่วมประชุมบอร์ดที่มี นพ.สรณ เป็นประธานมาตั้งแต่ครั้งแรก
จนเวลา 10.02 น. นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช. ได้ประกาศองค์ประชุมไม่ครบ เลื่อนการประชุมไปเป็น 23 ก.ย. 2569 มีการขานวาระที่ น.ส.พิรงรอง ทำหนังสือ 3 ฉบับแจ้งว่ามีวาระเร่งด่วนรอ บอร์ดพิจารณา 22 วาระ ประกอบด้วย คำตัดสินของศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาสิทธิในการใช้วงโคจรดาวเทียม การร้องเรียนของผู้บริโภค เป็นต้น
จากนั้น นพ.สรณ ได้เปิดแถลงข่าว ระบุ เชื่อว่าหลายคนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าเป็นการเล่นละครเรื่องเดิม จัดการประชุมบอร์ดเหมือนเดิม แต่หวังผลที่แตกต่าง ยืนยันว่าตามกฎหมาย ตนยังเป็นประธานบอร์ด กสทช.อยู่ การจัดประชุม รวมทั้งการกำหนดวาระยังเป็นหน้าที่
“ขณะนี้มีวาระรอการพิจารณาอยู่เป็นจำนวนมาก บอร์ดควรหาทางออกร่วมกัน ลดทิฐิ และอย่าให้เกิดการเมืองภายในองค์กรอิสระ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความเสียหายที่บอร์ดต้องร่วมกันรับผิดชอบ ทั้งด้านการเงินและการงาน หากการประชุมมีมติไม่เอกฉันท์ก็ควรมานั่งคุยกัน วาระไหนเสียงเอกฉันท์ก็สามารถดำเนินการต่อไปได้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บอร์ดเห็นไม่ตรงกันทางกฎหมาย”
นพ.สรณ กล่าวอีกว่า อยากฝากสื่อให้สืบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น ว่ามีใครได้ประโยชน์จากการเอาตนออกจากตำแหน่ง “ไม่ใช่เรื่องบาปบุญหรือกรรมเก่า แต่สื่อต้องตรวจสอบว่า ทำไมจึงมีกระบวนการเร่งให้ผมออก ก่อนหน้านี้ผมดำรงตำแหน่งมา 4 ปีครึ่ง ยังเหลือวาระอีก 1 ปีครึ่ง ระหว่างนี้มีเรื่องราวมากมายที่ทำให้ฉากทัศน์ (Landscape) เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทีวีดิจิทัล ดาวเทียม ดาต้าเซ็นเตอร์ AI ฉากทัศน์ที่เปลี่ยนไปเหล่านี้ไปขวางใคร ต้องไปสืบ”
หลังจากนั้นบอร์ด 3 คน ได้แก่ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ นายศุภัช และน.ส.พิรงรอง ร่วมกันแถลงข่าวระบุ ได้มีการหารือกันอย่างไม่เป็นทางการระหว่างบอร์ดที่เหลือทั้ง 6 คนแล้ว ทิศทางเป็นบวกมากขึ้น ขณะนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่านายสมภพ ซึ่งปกติทำหนังสือลาประชุมมาโดยตลอด แต่วันนี้แจ้งว่าไม่สามารถเข้าร่วมประชุมกับประธานบอร์ดได้ โดยน.ส.พิรงรอง กล่าวว่า นพ.สรณเข้าประชุมอยู่คนเดียว สิ่งนี้ชัดเจนแล้วว่าบอร์ดส่วนมากคิดอย่างไร “ที่ประธานบอร์ดขอให้สื่อไปสืบสวนว่าใครอยากเร่งให้ประธานบอร์ดออกจากตำแหน่งนั้น ในทางตรงกันข้ามขอย้อนถามว่า ทำไมนพ.สรณจึงลุกออกจากเก้าอี้ไม่ได้ เป็นเพราะอะไร”
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า วันที่ 21 ก.ย. 2569 ซึ่งศาลปกครองกลางได้นัดไต่สวนนัดแรก คดีที่นพ.สรณฟ้องเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาบอร์ดกสทช. ที่บอกว่านพ.สรณมีลักษณะต้องห้ามและให้สละสิทธิ์จากตำแหน่งกรรมการกสทช. โดยนพ.สรณบอกกับผู้สื่อข่าวว่า จะไปเข้าร่วมการไต่สวนด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก