
การประชุมบอร์ดกสทช. ครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 ล่มเนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ โดยมีกรรมการเข้าประชุมเพียง 1 ราย คือ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือกสทช. ได้ล่มไปเป็นครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 นำไปสู่การขยายขอบเขตความเสียหายที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะอยู่แค่เฉพาะบุคคลในฐานะบอร์ดและสำนักงานกสทช.เท่านั้นแล้ว แต่กระทบต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องภายใต้การกำกับดูแลของบอร์ดและสำนักงานกสทช. ทั้งกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม รวมทั้งประชาชนทั่วไป
ก่อนหน้านี้ ความขัดแย้งระหว่างบอร์ดและสำนักงานกสทช.ซึ่งก่อตัวและทวีความรุนแรงเรื่อยๆ นับตั้งแต่บอร์ดชุดนี้เข้าปฏิบัติหน้าที่เมื่อเดือนเม.ย. 2565 นำไปสู่การฟ้องร้องระหว่างกันหลากหลายคดี ครอบคลุมทั้งศาลแพ่ง ศาลอาญา ศาลปกครอง ตั้งแต่นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการกสทช. ฟ้อง 4 บอร์ด และ 4 บอร์ดฟ้องนพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานบอร์ดกสทช. กรณีไม่ลงนามตั้งคณะกรรมการสอบวินัยนายไตรรัตน์ ส่วนนพ.สรณฟ้อง 4 บอร์ดกรณีทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง เป็นต้น
แต่จากนี้เมื่อความขัดแย้งยังไม่มีทางออก คาดว่าจะมีข้อฟ้องร้องเพิ่มเติมอีกหลายคดี เพื่อทำให้ฝ่ายตรงข้ามสะดุดข้อกฎหมายเพื่อยุติศึก หลังจากที่ทั้ง 2 ฝ่ายยังตีความกฎหมายไปคนละด้านและยืนกรานว่าแนวทางของตนมีความชอบธรรม
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 ที่สำนักงานกสทช. ได้จัดมีการประชุมบอร์ดกสทช. ครั้งที่ 10 นับตั้งแต่การประชุมนัดวันที่ 27 ก.ค. 2569 ซึ่งเป็นการประชุมบอร์ดนัดแรก หลังเกิดข้อพิพาทในการดำรงตำแหน่งของนพ.สรณ
ซึ่งก็เป็นไปตามคาด การประชุมในวันที่ 10 ก.ย. 2569 ล่มเป็นนัดที่ 10 ต่อเนื่อง โดยนพ.สรณเป็นบอร์ดที่เข้าประชุมเพียงรายเดียวเมื่อเวลา 9.38 น. จากนั้นเวลาประมาณ 10.00 น.เศษ น.ส.อรดา เทพยายน ผู้ช่วยเลขาธิการกสทช. ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการกสทช. ประกาศเนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ โดยนายต่อพงศ์ เสลานนท์และพล.ต.อ. ณัฐธร เพราะสุนทร สแตนบายเข้าร่วมประชุมออนไลน์ ส่วนบอร์ดอีก 4 คนประกอบด้วย พล.อ.ท. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ นายศุภัช ศุภชลาศัย น.ส.พิรงรอง รามสูต และนายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ไม่อยู่ในห้องประชุม จึงขอเลื่อนประชุมไปในวันที่ 16 ก.ย. 2569
น.ส.อรดา แจงในที่ประชุมอีกว่า ขณะนี้มีวาระพิจารณาคั่งค้างที่พ้นกำหนดแล้ว ได้แก่ วาระการจัดสรรเลขหมาย การอนุญาตประกอบกิจการ วาระพิจารณาสิทธิในการใช้วงโคจรดาวเทียม 119.5 องศาตะวันออกของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) รวมทั้งการจ่ายค่าเสียหาย 10 ล้านบาท หลังสำนักงานกสทช.แพ้คดีศาลปกครองสูงสุดตัดสินเป็นที่เรียบร้อย โดยการจ่ายเงินล่าช้ามีภาระดอกเบี้ยที่เดินหน้าทุกวัน
ขณะที่นพ.สรณ ตอบคำถามสื่อมวลชนขณะเดินออกจากห้องประชุม ถึงการแก้ปัญหาประชุมล่ม 10 ครั้งว่า “ทำไมมาถามผม ทำไมไม่ไปถามคนอื่น”
ด้าน 3 บอร์ดประกอบด้วย พล.อ.ท. ธนพันธุ์ นายศุภัช น.ส.พิรงรอง เปิดแถลงข่าว สิ่งที่สำนักงานกสทช.กำลังทำอยู่ เป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง ลดความน่าเชื่อถือ ลดศรัทธา โดยไม่ยอมจัดประชุมบอร์ด 6 คนภายใต้กฎหมาย แต่กลับเดินหน้าจัดการประชุมที่มีนพ.สรณเป็นประธาน ทั้งที่นพ.สรณต้องพ้นจากตำแหน่งตามคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดไปแล้ว เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ในฐานะ 3 บอร์ดจะส่งหนังสือเชิญบอร์ดทั้ง 6 เข้าประชุมร่วมกัน ซึ่งตามกฎหมายมาตรา 20 วรรค 3 ภายใต้พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ เปิดทางให้บอร์ดสามารถจัดประชุมร่วมกันได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่การประชุมบอร์ดล่มติดต่อกัน 10 ครั้ง เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมาบรรดาสื่อมวลชนที่ปักหลักทำข่าวนี้อย่างหนาแน่นในช่วงก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ เริ่มบางตาลงอย่างเห็นได้ชัด
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2569 ศาลปกครองกลางได้นัดไต่สวนคู่กรณีเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงคดีนพ.สรณ ฟ้องให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาบอร์ดกสทช. ที่ระบุว่านพ.สรณมีลักษณะต้องห้ามและต้องสละสิทธิ์จากตำแหน่ง โดยเป็นการนัดไต่สวนครั้งแรกในวันที่ 21 ก.ย. 2569 โดยในคำสั่งเรียกคู่กรณีดังกล่าว มีการระบุด้วยว่าอธิบดีศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาโดยเร่งด่วนด้วย
ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยในคดีที่นายเมธา มาสขาว รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ผู้ร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 โดยกล่าวอ้างว่านพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกสทช. ผู้ถูกร้องที่ 1 นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช. ผู้ถูกร้องที่ 2 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องที่ 3 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องที่ 4 อดีตเลขาธิการวุฒิสภา ผู้ถูกร้องที่ 5 เลขาธิการวุฒิสภา ผู้ถูกร้องที่ 6และประธาน วุฒิสภา ผู้ถูกร้องที่ 7 ร่วมกันละเว้นการดำเนินการตามกฎหมาย ทำให้นพ.สรณยังคงปฏิบัติหน้าที่ เป็นประธานกสทช. ฝ่าฝืนกฎหมาย ทำให้นายเมธา ผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพจากการใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ
โดยศาลฯเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ ไม่ปรากฏว่านายเมธาได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากการกระทำของผู้ถูกร้องทั้งเจ็ด จึงไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวได้
วันเดียวกัน ยังมีนายกิตตินันท์ คำคุณ นักกิจกรรมวิสาหกิจชุมชน เกษตรดิจิทัลจากเชียงใหม่ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เชียงใหม่ กรณีบอร์ดกสทช.ไม่เข้าร่วมประชุม เป็นการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ด้วย