
“เอกนิติ” รับฟังเสียงสะท้อนพ่อค้าแม่ค้า จ่อขยายเวลาไทยช่วยไทย พลัส ไปอีก 1-2 เดือน ผนึกกำลังสถาบันการเงินของรัฐและ บสย. เปิดตัว “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” ดึงข้อมูลจาก “ถุงเงิน” ช่วยวิเคราะห์เพื่ออนุมัติสินเชื่อให้พ่อค้าแม่ค้า ชูจุดเด่นวงเงินสูงสุดถึง 3 ล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำ ไร้ค่าธรรมเนียม และไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังแถลงข่าวเปิดตัว “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” พร้อมเดินสำรวจร้านค้าด้านหลังกระทรวงการคลังว่า มีเสียงสะท้อนจากพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ที่ต้องการให้รัฐบาลขยายระยะเวลาโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60:40” ออกไปอีก 1-2 เดือน ซึ่งตนได้รับเรื่องนี้ไปพิจารณาอย่างเร่งด่วน ยืนยันว่ามีเม็ดเงินเหลือเพียงพอดำเนินการต่อได้ จะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการขยายระยะเวลาโครงการ รวมถึงการพิจารณาปรับเปลี่ยนสัดส่วนการร่วมจ่ายภายใน 2-3 สัปดาห์นี้ โดยปัจจุบันโครงการไทยช่วยไทย พลัส มีผู้ใช้งานรวม 40 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ใช้ทั่วไป 26 ล้านคน และกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 13 ล้านคน มีร้านค้ารายย่อยเข้าร่วมกว่า 1.2 ล้านรายทั่วประเทศ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไปแล้วกว่า 150,000 ล้านบาท โดยเม็ดเงินกระจายอยู่ในกรุงเทพฯ ประมาณ 16-17% และส่วนที่เหลือกำลังกระจายไปสู่ภูมิภาคทั่วประเทศ
“การเปิดตัวสินเชื่อ AI นกกระซิบ เป็นการต่อยอดโครงการไทยช่วยไทย พลัส เพื่อยกระดับความช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย โดย “นกกระซิบ” เป็นระบบ AI ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ให้บริการฟรีบนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ทำหน้าที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการขาย แจ้งว่าวันไหนยอดขายดี และช่วยวิเคราะห์ต้นทุนวัตถุดิบต่าง ๆ เพื่อให้ร้านค้าสามารถวางแผนซื้อของได้ถูกลงและมีกำไรเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้โครงการไทยช่วยไทย พลัส จะสิ้นสุดลง ฟังก์ชัน “นกกระซิบ” ก็จะยังคงใช้งานต่อได้ตราบใดที่ร้านค้ายังคงใช้งานแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” อยู่ เป้าหมายสำคัญคือการแก้ปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ซึ่งในอดีตมักต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ โดย AI “นกกระซิบ” จะช่วยสรุปยอดเงินเข้าบัญชีเพื่อใช้เป็นหลักฐานส่งให้ธนาคารพิจารณาสินเชื่อได้ทันทีบนโทรศัพท์มือถือ โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่ต้องใช้เอกสารวุ่นวาย และไม่ต้องเดินทางไปที่สาขาธนาคาร ต่อไปนี้อยากได้สินเชื่อไม่ต้องไปดูป้ายเงินด่วนตามเสาไฟฟ้าแล้ว สามารถกดขอสินเชื่อผ่านปุ่มในแอปพลิเคชันได้เลย”
ด้าน นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวถึงสินเชื่อนกกระซิบเพื่อร้านค้าถุงเงิน ว่า ได้จัดทำสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ ทั้งธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก การบริการ และร้านค้าออนไลน์ 2 โครงการ ซึ่งไม่คิดค่าธรรมเนียมในการขอสินเชื่อ ได้แก่ สินเชื่อ SME ไซส์เล็ก สำหรับร้านค้าที่ใช้ AI นกกระซิบ บนแอปพลิเคชันถุงเงิน วงเงินสินเชื่อสูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 3.5% ต่อปี คงที่ใน 2 ปีแรก และสินเชื่อสิบหมื่น เพื่อเป็นเงินก้อนสำหรับพ่อค้าแม่ค้าถุงเงิน วงเงินสินเชื่อสูงสุด 500,000 บาทต่อราย ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 11% ต่อปี และผ่อนเริ่มต้นที่ 500 บาทต่อเดือน
ขณะที่ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ได้จัดทำสินเชื่อ “ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ” สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่ใช้บริการแอปพลิเคชันถุงเงิน โดยนำข้อมูลยอดขายและประวัติการรับชำระเงินผ่าน QR มาใช้ประกอบการพิจารณาร่วมกับข้อมูลเชิงพฤติกรรมและระบบประเมินเครดิตของธนาคาร อนุมัติวงเงินสินเชื่อสูงสุด 50,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยคงที่ 0.75% ต่อเดือน โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน และไม่คิดค่าธรรมเนียมในการขอสินเชื่อ
นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า ได้ร่วมสนับสนุนกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และ SMEs ที่ขาดหลักประกันหรือผู้ค้ำประกันให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น ผ่าน 2 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัส และโครงการค้ำประกันสินเชื่อเครดิตพลัส โดยมีวงเงินค้ำประกันต่อรายเริ่มต้นที่ 5,000 บาท ถึง 100 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการค้ำประกันเริ่มต้นที่ 1% ต่อปี พร้อมทั้งยกเว้นค่าดำเนินการค้ำประกันและค่าธรรมเนียมการออกหนังสือค้ำประกัน เพื่อช่วยลดต้นทุนในการเข้าถึงสินเชื่อ