4 ข้อเสนอ FETCO แผนอัดฉีด "Investment Cycle" รอบใหม่ พาไทยหลุดพ้นวิกฤต "ประเทศรายได้ปานกลาง"

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

4 ข้อเสนอ FETCO แผนอัดฉีด "Investment Cycle" รอบใหม่ พาไทยหลุดพ้นวิกฤต "ประเทศรายได้ปานกลาง"

Date Time: 9 ก.ย. 2569 11:47 น.

Video

เจาะลึกหุ้นชิป AI พุ่งไปแล้วเป็นพัน% ยังเหลืออะไรเป็นโอกาสอีกบ้าง? | Digital Frontiers Talk EP.72

Summary

สรุป 4 ข้อเสนอ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย หวังผ่าวิกฤตเศรษฐกิจโตต่ำ ยื่นสูตรดึงเงินออมระยะยาวภาคประชาชนควบคู่การอัดฉีดทุนต่างชาติ จุดพลังการลงทุนระลอกใหม่ ดัน GDP ประเทศไทยแตะระดับประเทศรายได้สูง

Latest


เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่ออัตราการเติบโตของ GDP ติดหล่มอยู่ที่เฉลี่ยเพียง 2% ต่อปี ขณะที่สัญญาณจาก องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ระบุว่าการเติบโตของประสิทธิภาพการผลิตปัจจัยรวม (Total Factor Productivity: TFP) ของไทย ในช่วงปี 2015-2023 มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 0% ต่อปี สะท้อนว่าศักยภาพการผลิตและนวัตกรรมของประเทศแทบหยุดนิ่งมานานนับทศวรรษ

การก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศรายได้สูง จึงถูกวิจารณ์ว่า ไม่สามารถพึ่งพาเพียงนโยบายกระตุ้นระยะสั้นได้ หากแต่ต้องผลักดันให้ประเทศกลับเข้าสู่ "Investment Cycle" รอบใหม่อย่างแท้จริง 

ข้อเสนอจากสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โดย ไพบูลย์ นลินทรางกูร ชี้ชัดว่า การอัดฉีดการลงทุนจะเกิดขึ้นได้ยั่งยืน ต้องขับเคลื่อนควบคู่ไปกับ "Saving Cycle" หรือยุทธศาสตร์การออมแห่งชาติ เพื่อสร้างฐานเงินทุนระยะยาวภายในประเทศ

สมการการเงินใหม่ ลงทุน 30% ต้องออมในประเทศให้ถึง 28%

สถิติย้อนหลังชี้ว่า อัตราการลงทุนของไทยลดลงจากระดับสูงสุดกว่า 40% ของ GDP ในปี 1991 ลงมาเหลือเพียงราว 23% ในปัจจุบัน FETCO จึงเสนอเป้าหมายดันอัตราการลงทุนกลับขึ้นไปที่ 30% ของ GDP เพื่อสร้างการเติบโตระลอกใหม่

ทว่าโจทย์สำคัญคือแหล่งเงินทุน เนื่องจาก ปัจจุบันการออมในประเทศ (Gross Domestic Savings) อยู่ที่ราว 25% ของ GDP หากต้องการดันการลงทุนไปถึง 30% การออมในประเทศจำเป็นต้องขยับขึ้นไปอยู่ที่ 28% ของ GDP โดยปล่อยให้ส่วนต่างอีกราว 2% ถึง 3% เป็นการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่ชดเชยด้วยเงินออมจากต่างประเทศ (Foreign Saving) การขาดดุลในระดับดังกล่าวถือเป็นกรอบความเสี่ยงที่บริหารจัดการได้ แตกต่างจากวิกฤตปี 2540 ที่ไทยเคยขาดดุลสูงถึง 7-8% จนเกิดปัญหา Liquidity Crisis จากการพึ่งพาเงินร้อนระยะสั้น

4 ข้อเสนอจุดพลัง Investment x Saving Cycle รอบใหม่

ทั้งนี้ เพื่อแก้โจทย์เชิงโครงสร้าง ทั้งด้านเงินทุนและประสิทธิภาพการผลิต FETCO ได้วาง 4 ยุทธศาสตร์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

1. เพิ่มแรงจูงใจการออมผ่าน TISA (Thailand Individual Savings Account) กำหนดวงเงินลงทุนใน TISA ให้สูงกว่าเพดานลดหย่อนภาษีการลงทุนรวมในปัจจุบัน เพื่อกระตุ้นให้เกิดเงินออมสุทธิใหม่เข้าสู่ระบบ มากกว่าจะเป็นเพียงการย้ายเงินออมเดิมจากบัญชีหนึ่งไปอีกบัญชีหนึ่ง

2. ยกระดับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสู่ระบบการออมภาคบังคับ ขยายความครอบคลุมของการออมเพื่อการเกษียณ รองรับสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ และเปลี่ยนเงินออมภาคประชาชนให้กลายเป็น Long-term Capital สำหรับนำไปลงทุนพัฒนาประเทศระยะยาว

3. พัฒนา Trust และ Family Office Ecosystem ปรับปรุงกฎหมายทรักส์ให้ยืดหยุ่น รองรับการบริหารทรัพย์สินของครอบครัวไทยและต่างชาติ สร้างระบบนิเวศดึงดูด Family Office และผู้มีความมั่งคั่งสูงทั่วโลกให้เข้ามาบริหารจัดการเงินในไทย ดันไทยสู่การเป็น Regional Financial Hub

4. เปิดทางนำเงินลงทุนในต่างประเทศกลับไทย ออกมาตรการยกเว้นภาษีเงินได้เป็นการชั่วคราวเป็นเวลา 2 ปี สำหรับเงินลงทุนในต่างประเทศและกำไรที่นำกลับเข้าประเทศไทย โดยมีเงื่อนไขต้องนำเงินทั้งหมดไปลงทุนในตลาดทุนไทยและถือครองอย่างน้อย 1 ปี เพื่อเปลี่ยนสินทรัพย์ต่างประเทศให้กลับมาเป็นทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทย

เปลี่ยนเป้าหมายการลงทุนสู่ Productivity-led Investment

อย่างไรก็ตาม FETCO ยังชี้ว่า การเพิ่มปริมาณเงินลงทุนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการฟื้นเศรษฐกิจ Investment Cycle รอบใหม่ต้องมุ่งเป้าไปที่ "Productivity-led Investment" หรือการลงทุนที่มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วย เพื่อแก้ปัญหา TFP ที่โต 0% โดยเน้นการจัดสรรงบประมาณและทุนระยะยาวลงในโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต 

ได้แก่ Technology & AI, Digital Infrastructure, Semiconductor, Automation, การพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) และอุตสาหกรรม S-Curve ใหม่

การพาเศรษฐกิจไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำถามที่ว่า "จะลงทุนอะไร" เพียงอย่างเดียว แต่ยึดโยงกับวิสัยทัศน์ที่ว่า "จะสร้างการออมอย่างไร และจะจัดหาเงินทุนระยะยาวจากแหล่งใด" เพื่อให้การเติบโตระลอกใหม่เกิดขึ้นบนฐานรากที่มั่นคงและยั่งยืน.

อ่านข่าวเศรษฐกิจและนโยบายรัฐ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่ 

https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ