รับมูลค่าเศรษฐกิจขยับสูง 6 ล้านล้าน สสว.ปรับแนวทางอัดฉีด“เอสเอ็มอี”

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

รับมูลค่าเศรษฐกิจขยับสูง 6 ล้านล้าน สสว.ปรับแนวทางอัดฉีด“เอสเอ็มอี”

Date Time: 9 ก.ย. 2569 07:55 น.

Video

TOTO "บริษัทขายชักโครก" ทำไมถึงกลายเป็นเบื้องหลังสำคัญยุค AI บูม | Digital Frontiers EP.73

Summary

สสว. ปรับกลยุทธ์ส่งเสริม SME จากรูปแบบ One Size Fits All เป็นการสนับสนุนเฉพาะเจาะจงตามขนาดธุรกิจ อุตสาหกรรม และช่วงอายุธุรกิจ

  • ปี 2568 คาดการณ์มูลค่าเศรษฐกิจ SME อยู่ที่ 6.6 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 34.83% ของ GDP ประเทศไทย
  • สสว. ระบุว่าหากรวมกลุ่มธุรกิจที่เติบโตจนข้ามเกณฑ์เป็นขนาดใหญ่ (Upsize) สัดส่วน GDP ของ SME จะสูงขึ้นเป็น 36.86% ในปี 2568
  • มูลค่าการส่งออก SME ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 เติบโตขึ้น 27.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 894,431 ล้านบาท
  • ภารกิจสำคัญของ สสว. คือการใช้ข้อมูลเชิงลึกเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อวัดผลลัพธ์จากรายได้และการเข้าถึงแหล่งทุนที่เพิ่มขึ้นของ SME

Latest


น.ส.ปณิตา ชินวัตร รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) เปิดเผยว่า สสว. ได้ปรับแนวทางส่งเสริม เอสเอ็มอีจากเดิมที่ใช้รูปแบบเดียวกับผู้ประกอบการทุกกลุ่ม (One Size Fits All) เป็นการพัฒนาแบบเฉพาะเจาะจงตามขนาดธุรกิจ (Scale) อุตสาหกรรม(Sector) และช่วงอายุธุรกิจ (Stage) พร้อมใช้ข้อมูลเชิงลึกเป็นฐานกำหนดนโยบาย เพื่อให้การสนับสนุนตรงกับศักยภาพและปัญหาของผู้ประกอบการ

ล่าสุดข้อมูล ของสสว. พบว่า ปี 2568 เอสเอ็มอีมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ 6,606,631 ล้านบาท ขณะที่สัดส่วนอัตราการเติบโตของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี)ของเอสเอ็มอีต่อ จีดีพีประเทศไทยอยู่ที่ 34.83% ใกล้เคียงกับปี 2567 ที่ 34.86% แต่ตัวเลขดังกล่าวยังไม่สะท้อนการเติบโตทั้งหมด เนื่องจาก เอสเอ็มอีบางส่วนสามารถขยายกิจการจนมีรายได้เกินเกณฑ์และเลื่อนสถานะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ (Upsize) ทำให้หลุดออกจากการคำนวณ จีดีพีของ เอสเอ็มอี

ขณะเดียวกันหากนำมูลค่าของกลุ่มที่Upsize กลับมาคำนวณ พบว่าสัดส่วน จีดีพีของ เอสเอ็มอีจะเพิ่มเป็น37.37% ในปี 2567 และ 36.86% ในปี 2568 สะท้อนว่า เอสเอ็มอีไทยมีการเติบโตมากกว่าที่ตัวเลขปกติแสดง ขณะที่ช่วง 6 เดือนแรกปี นี้เอสเอ็มอีมีมูลค่าการส่งออก 894,431 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

น.ส.ปณิตากล่าวว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่เติบโตชะลอตัวต่อเนื่อง เอสเอ็มอีถือเป็นเครื่องยนต์สำคัญของประเทศ จึงต้องยกระดับจากการแข่งขันด้านราคาไปสู่การแข่งขันด้วยคุณภาพและคุณค่าผ่านนวัตกรรม มาตรฐาน การออกแบบแบรนด์ และทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงเพิ่มโอกาสเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ

สำหรับภารกิจต่อไป สสว. จะเน้น 3 ด้าน ได้แก่ ใช้ข้อมูลเชิงลึก เชื่อมโยงหน่วยงาน และวัดผลจากผลลัพธ์ โดยต้องรู้จัก เอสเอ็มอีในระดับรายกลุ่มเพื่อเชื่อมหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา และภาคเอกชนให้ทำงานในทิศทางเดียวกัน

ขณะเดียวกัน การประเมินผลจะไม่เน้นเพียงจำนวนโครงการหรือผู้เข้าร่วม แต่ต้องวัดว่า เอสเอ็มอีมีรายได้เพิ่มขึ้น และเข้าถึงตลาดหรือแหล่งทุนใหม่ และสามารถเติบโตได้จริงเพื่อผลักดัน เอสเอ็มอีให้พึ่งพาศักยภาพของตัวเอง แข่งขันได้ในระดับสากล และเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ