อานิสงส์น้ำหนุน “โรงไฟฟ้าไซยะบุรี-น้ำงึม 2” CKPower รับเต็มครึ่งปีหลัง

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

อานิสงส์น้ำหนุน “โรงไฟฟ้าไซยะบุรี-น้ำงึม 2” CKPower รับเต็มครึ่งปีหลัง

Date Time: 9 ก.ย. 2569 07:00 น.

Video

เจาะลึกหุ้นชิป AI พุ่งไปแล้วเป็นพัน% ยังเหลืออะไรเป็นโอกาสอีกบ้าง? | Digital Frontiers Talk EP.72

Summary

โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (XPCL) มีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงกว่าปีก่อน 17.7% ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 11.2%

  • คาดการณ์ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงช่วงไตรมาส 4 จะอยู่ในเกณฑ์ดีจากฝนและน้ำจากต้นน้ำในจีน ช่วยหนุนศักยภาพการผลิตไฟฟ้าของ XPCL ในช่วงปลายปี
  • โรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 (NN2) มีแนวโน้มปริมาณน้ำไหลเข้าเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของไตรมาส 3 ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการน้ำและความพร้อมจ่ายไฟฟ้า
  • โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น กลับมาเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตปกติแล้ว หลังเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุงในช่วงไตรมาสแรก
  • CKPower เดินหน้าขยายกำลังผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับ BEM เพิ่มอีก 5 เมกะวัตต์ โดยเริ่มจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ในเดือนกันยายนนี้

Latest


นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง เปิดเผยว่าการดำเนินงานของบริษัทฯในช่วงครึ่งปีหลังนี้มีปัจจัยสนับสนุนจากหลายด้าน ทั้งกำลังผลิตใหม่จากพลังงานแสงอาทิตย์ สถานการณ์น้ำของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ และการกลับมาเดินเครื่องเต็มกำลังของโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น หรือ BIC    

สำหรับโรงไฟฟ้าไซยะบุรี หรือ XPCL ซึ่งเป็นหนึ่งในสินทรัพย์หลักของ CKPower ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 17.7% ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 11.2% สะท้อนว่าน้ำในแม่น้ำโขงยังเป็นแรงหนุนต่อปริมาณการผลิตไฟฟ้า     

ขณะที่ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ บริษัทฯ ประเมินว่าปริมาณน้ำยังมีโอกาสอยู่ในเกณฑ์ดี จากปริมาณฝนในลุ่มน้ำโขง ประกอบกับแนวโน้มการระบายน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำในจีน ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในระดับสูงช่วงเดือน ต.ค.ถึงต้น พ.ย. และอาจมีการระบายน้ำเพิ่มเติมบางช่วงในเดือน ธ.ค. ทำให้ปริมาณน้ำไหลผ่านไซยะบุรีมีแนวโน้มสูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย หากสถานการณ์เป็นไปตามคาด ปัจจัยดังกล่าวจะมีผลโดยตรงต่อความสามารถในการผลิตไฟฟ้าของ XPCL ในช่วงปลายปี ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของผลการดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำ โดยบริษัทใช้ระบบติดตามและพยากรณ์ข้อมูลน้ำและสภาพอากาศเพื่อประกอบการวางแผนการผลิตอย่างต่อเนื่อง    

อีกตัวแปรคือโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 หรือ NN2 ซึ่ง ณ สิ้นเดือน ก.ค. มีปริมาณน้ำใช้การได้ในอ่างเก็บน้ำ 32.53% ของความจุที่ใช้การได้ ยังเหลือพื้นที่รองรับน้ำจากฤดูฝน โดยบริษัทคาดว่าปริมาณน้ำไหลเข้าจะเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของไตรมาส 3 จากฝนและน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำ สถานการณ์น้ำที่ดีขึ้นจึงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามสำหรับ NN2 หลังในช่วงครึ่งปีแรกมีการบริหารการประกาศความพร้อมจ่ายไฟฟ้าอย่างระมัดระวัง หากน้ำไหลเข้าเพิ่มตามคาด จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารน้ำและความพร้อมด้านการผลิตในช่วงครึ่งปีหลัง    

ด้านโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น หลังผ่านการซ่อมบำรุงในไตรมาส 1 ขณะนี้สามารถกลับมาเดินเครื่องได้เต็มกำลังการผลิตแล้ว ทำให้กำลังผลิตส่วนนี้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ และช่วยลดแรงกดดันจากช่วงที่โรงไฟฟ้าหยุดซ่อมในช่วงต้นปี    

ขณะเดียวกัน CKPower ยังเพิ่มกำลังผลิตจากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่พัฒนาร่วมกับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM อีก 5 เมกะวัตต์ โดยเริ่ม COD (Commercial Operation Date หรือ วันเริ่มเดินเครื่องจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์) ในเดือน ก.ย. นี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ