“ซีพี โฟตอน” ลุยสถานีชาร์จ 50 แห่ง

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“ซีพี โฟตอน” ลุยสถานีชาร์จ 50 แห่ง

Date Time: 9 ก.ย. 2569 07:10 น.

Video

สอนลูกเรื่องเงินยังไง? กับ Sai Money Monster x ออม แม่บ้านสาธุ | Money Issue EP.72

Summary

ซีพี โฟตอนเร่งเกม EV ขนส่ง ปูสถานีชาร์จ 50 แห่งทั่วไทย ผนึก SPARK EV เจาะเส้นทางสายหลัก รับรถบรรทุกไฟฟ้า–ลดข้อจำกัดวิ่งทางไกล จับตาต้นทุนพลังงาน-เวลาชาร์จ ตัวชี้วัดใหม่ธุรกิจโลจิสติกส์

Latest


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลาดรถไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์เริ่มขยับเข้าสู่สมรภูมิที่ใหญ่กว่าการขายตัวรถ เมื่อ “ซีพี โฟตอน” จับมือ SPARK EV เดินหน้าขยายเครือข่ายสถานีชาร์จเร็วสำหรับรถบรรทุกไฟฟ้าและรถเพื่อการพาณิชย์มากกว่า 50 แห่ง บนเส้นทางขนส่งสินค้าสำคัญทั่วประเทศ หวังปลดล็อกหนึ่งในโจทย์ใหญ่ของการเปลี่ยนผ่านสู่ Green Logistics ทั้งเรื่องระยะทาง เวลา และต้นทุนพลังงาน    

บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถเพื่อการพาณิชย์แบรนด์ CP FOTON ในประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท สปาร์ค อีวี จำกัด หรือ SPARK EV ผู้ให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า วางแผนขยายโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จเร็วมากกว่า 50 แห่ง ครอบคลุมเส้นทางขนส่งสินค้าสายสำคัญทั่วประเทศ โดยมุ่งรองรับการใช้งานของรถบรรทุกไฟฟ้าและรถเพื่อการพาณิชย์โดยเฉพาะ    

การขยับครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ภาคขนส่งกำลังเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ทั้งต้นทุนพลังงาน การแข่งขันด้านค่าขนส่ง และโจทย์ลดการปล่อยคาร์บอน ทำให้รถไฟฟ้าเริ่มถูกมองในฐานะเครื่องมือบริหารต้นทุนระยะยาวมากกว่าจะเป็นเพียงทางเลือกด้านเทคโนโลยี    

แต่สำหรับผู้ประกอบการ สิ่งที่ยังเป็นคำถามสำคัญคือ “รถไฟฟ้าวิ่งงานได้แค่ไหน” เพราะรถเพื่อการพาณิชย์มีรูปแบบการใช้งานแตกต่างจากรถยนต์ทั่วไป ทั้งระยะทางต่อวัน น้ำหนักบรรทุก และเวลาที่ต้องรักษาให้ตรงตามรอบขนส่ง การมีสถานีชาร์จอยู่ในจุดที่เหมาะสมจึงเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้สมรรถนะของตัวรถ    

นายเฉิน เต๋อเม่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด กล่าวว่า การผลักดันรถไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์จำเป็นต้องพัฒนาระบบนิเวศควบคู่กัน ทั้งตัวรถและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำรถไปใช้งานในระบบขนส่งได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเดินทางระยะไกลที่ต้องบริหารทั้งเวลาและต้นทุนพลังงาน    

ขณะที่นายวรวีร์ ปลูกเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท สปาร์ค อีวี จำกัด ระบุว่า เครือข่ายสถานีชาร์จที่จะขยายมากกว่า 50 แห่ง จะเน้นพื้นที่ตามเส้นทางขนส่งสินค้าหลัก พร้อมพัฒนาระบบชาร์จและสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะกับการใช้งานของรถเพื่อการพาณิชย์    

จุดที่ต้องจับตาคือกำลังชาร์จ เพราะรถบรรทุกไฟฟ้าขนาดใหญ่ต้องใช้พลังงานมากกว่ารถยนต์นั่ง การชาร์จจึงไม่สามารถพึ่งพารูปแบบสถานีทั่วไปได้ทั้งหมด ทั้งสองฝ่ายจึงมีแผนพัฒนาโซลูชันชาร์จเร็วกระแสตรง หรือ DC Fast Charging กำลังสูง เพื่อรองรับความต้องการของรถบรรทุกไฟฟ้าโดยเฉพาะ    

อีกด้านหนึ่งคือการนำข้อมูลเข้ามาช่วยจัดการเดินรถ โดยมีแผนเชื่อมต่อระบบแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันผ่าน API พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลทางเทคนิคและข้อมูลการใช้งาน เพื่อช่วยวางแผนเส้นทาง กำหนดจังหวะชาร์จ และบริหารรถให้สอดคล้องกับรอบการขนส่ง    

สำหรับตลาดโลจิสติกส์ ประเด็นนี้มีความหมายมากกว่าการเพิ่มจำนวนสถานีชาร์จ เพราะทุกครั้งที่รถต้องหยุดเพื่อชาร์จย่อมมีต้นทุนแฝง ทั้งเวลาของรถ คนขับ และโอกาสในการรับงาน ดังนั้นประสิทธิภาพของระบบในอนาคตจะถูกวัดจากความสามารถในการทำให้รถ “ชาร์จแล้ววิ่งต่อ” ได้โดยไม่สะดุดรอบงาน    

ขณะที่ผู้ประกอบการขนส่งเองยังต้องชั่งน้ำหนักระหว่างต้นทุนการลงทุนรถไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐาน และค่าใช้พลังงานตลอดอายุการใช้งาน เทียบกับรถเครื่องยนต์สันดาปที่ยังมีความคุ้นเคยและเครือข่ายเติมเชื้อเพลิงครอบคลุมกว่า

นั่นทำให้การขยายสถานีชาร์จครั้งนี้ถูกจับตาในฐานะอีกหนึ่งบททดสอบของตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ไฟฟ้า หากโครงข่ายสามารถครอบคลุมเส้นทางหลักได้มากพอ และใช้เวลาในการชาร์จสอดคล้องกับรอบการเดินรถ การเปลี่ยนผ่านจากรถน้ำมันไปสู่รถไฟฟ้าก็มีโอกาสเกิดขึ้นในวงกว้างมากขึ้น    

เกมต่อจากนี้จึงไม่ได้แข่งกันเพียงว่าใครขายรถไฟฟ้าได้มากกว่า แต่แข่งกันที่ว่าใครสามารถทำให้รถไฟฟ้า “ทำเงิน” ได้ใกล้เคียงหรือดีกว่ารถแบบเดิม เพราะสำหรับธุรกิจขนส่งแล้ว คำตอบสุดท้ายยังอยู่ที่ต้นทุนต่อเที่ยว ระยะเวลาวิ่งงาน และความแน่นอนในการส่งมอบสินค้า    

การปูสถานีชาร์จมากกว่า 50 แห่งจึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเกมใหญ่ หากโครงสร้างพื้นฐานเดินไปพร้อมกับจำนวนรถที่เพิ่มขึ้น ถนนสายขนส่งของไทยก็อาจได้เห็นรถบรรทุกไฟฟ้าจากทางเลือกใหม่ กลายเป็นหนึ่งในกำลังหลักของระบบโลจิสติกส์ในอนาคต


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ