ทิศ-ทาง-รอดไทยใต้ระเบียบโลกใหม่ THAILAND IN THE NEW GLOBAL ORDER

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ทิศ-ทาง-รอดไทยใต้ระเบียบโลกใหม่ THAILAND IN THE NEW GLOBAL ORDER

Date Time: 7 ก.ย. 2569 05:00 น.

Video

TOTO "บริษัทขายชักโครก" ทำไมถึงกลายเป็นเบื้องหลังสำคัญยุค AI บูม | Digital Frontiers EP.73

Summary

THAIRATH FORUM 2026 เผยวิสัยทัศน์ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย และ 3 ผู้นำภาคธุรกิจ เร่งเสนอแผนพลิกยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทยสู่ศูนย์กลางยืดหยุ่น รับมือระเบียบโลกใหม่และการแข่งมหาอำนาจ

Latest


เวที “THAIRATH FORUM 2026” เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2569 ถูกจัดขึ้นภายใต้ธีมโฟกัสสถานการณ์โลกที่กำลังเผชิญหน้ากับความสวิงสวายและความดันทุรังทางอารมณ์ของผู้นำโลก

แรงกระแทกของเกมมหาอำนาจ ทำให้ประเทศน้อยใหญ่ รวมทั้งประเทศไทยบนผืนดินรูปขวานแห่งภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ต้องเพียรพยายามหาทางรอด ภายใต้ระเบียบโลกใหม่

งานเสวนาประจำปีของไทยรัฐกรุ๊ป “THAIRATH FORUM 2026 : THAILAND IN THE NEW GLOBAL ORDER” คาดหวังการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และมุมมองภายใต้หัวข้อ “พลิกโฉมยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทย” เพื่อความอยู่รอด และการเติบโตท่ามกลางระเบียบโลกใหม่

มี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอดีตรองนายกรัฐมนตรี มากล่าวปาฐกถา ในหัวข้อ “Thailand’s Blueprint for the New Global Order: ทิศ-ทาง-รอด ประเทศไทย ภายใต้ระเบียบโลกใหม่”

ตลอดจน อาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และ อาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) จับเข่าคุยในหัวข้อ “The New Global Order: Impact and Opportunities Amongst Superpowers’ Struggle” ระเบียบโลกใหม่ : แรงกระแทกและโอกาสในเกมมหาอำนาจ

ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย

ความท้าทายของไทย 8 ประการที่จะต้องนำมาเป็นปัจจัยวิเคราะห์ ว่าจะทำให้เรารอดหรือไม่รอดภายใต้ระเบียบโลกใหม่ ได้แก่ 1.Technology Disruption ที่เปลี่ยนวิธีการทำงาน วิธีคิดไปอย่างสิ้นเชิง ส่วนตัวไม่คิดว่า AI จะมาแย่งงานคน แต่คิดว่าคนที่ใช้ AI เป็นจะมาแย่งงานคนที่ใช้ AI ไม่เป็นต่างหาก คำถามคือจะทำอย่างไรให้คนไทยใช้ปัญญาประดิษฐ์เป็นและประดิษฐ์ปัญญาได้ด้วย

2.Demographic Disruption การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากรที่ไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุ แต่เพื่อนบ้านอีกหลายประเทศ ยังเป็น Young Society มีคนวัยหนุ่มสาวขับเคลื่อน เราทำอย่างไรกับคนที่อายุเกิน 60 ไปแล้วแต่ยังแข็งแรง จะเทรนด์ให้กลับมาอยู่ในระบบแรงงานได้อย่างไร 3.Pandemic Disruption ต้องฝึกรับมือการเกิดโรคระบาด บริหารสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างไร โดยเฉพาะการดูแลคนกลุ่มเปราะบาง ยากจน อยู่ห่างไกล

4.Environmental Disruption ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม หรือ PM 2.5 ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก 5.Education Disruption การเรียนรู้ในยุคใหม่เกิดขึ้นตอนไหนก็ได้ รีสกิล-อัปสกิล อาจารย์เปลี่ยนจากการเลกเชอร์ไปเป็นโค้ชหรือที่ปรึกษา 6.Energy Disruption ทั้งพลังงานสีเขียวและปัญหาการผลิต-ส่งออกพลังงานเมื่อมีสงครามตะวันออกกลาง ทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานทางเลือก 7.Geo-Economic Disruption ภูมิรัฐศาสตร์ทางเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนไป ทั้งการค้า การเงิน หลายประเทศใช้สกุลเงินทางเลือก Alternative Currency ของตัวเองในการค้าขายระหว่างประเทศ โลกกำลังกลับไปสู่การใช้ทองคำ โดยคนซื้อทองคำเป็นเทรดดิ้ง

8.New World View ที่สหรัฐอเมริกาทำให้เกิดขึ้น ความล้มเหลวของระบบสหประชาชาติ ซึ่งไม่สามารถช่วยสงบศึกในแต่ละประเทศได้เลย เพราะมหาอำนาจทั้ง 5 ไม่ได้ให้ความสนใจ ทำลายระบบการค้าพหุภาคี ระบบภาษีศุลกากร

คำถามที่อยากถามคือ เราเข้าใจการเมืองสหรัฐฯเพียงใด เรื่องนี้สิงคโปร์ทำได้ดีมากในการส่งผู้แทนพิเศษลงไปในแต่ละรัฐและมาสรุปว่าจะร่วมมือกันในด้านใด จะเข้าพบใครต้องผ่านล็อบบี้ยิสต์รายไหน ซึ่งสิ่งนี้ถูกกฎหมาย

ความท้าทายดังกล่าว ทำให้มุมมองของผู้นำองค์กรเริ่มเปลี่ยนจาก Efficiency First หรือการผลิตที่ใช้ต้นทุนต่ำไปเป็น Security First ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการผลิตที่สุด การมีของสำรองไว้เสมอเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤติ เช่น พลังงาน ปุ๋ย เพราะน้ำมันแพงดีกว่าไม่มีน้ำมัน ในโลกที่มีแต่ความไม่แน่นอน ต้นทุนของการขาดแคลน สูงกว่าการที่มีสินค้าในราคาแพง โลกกำลังเปลี่ยนจากโลกาภิวัตน์ที่แตกเป็นเสี่ยง (Fragmented Globalization) ไปสู่การพึ่งพาแหล่งที่มาวัตถุดิบหลายแห่ง จนกลายเป็นหัวใจของความสามารถในการปรับตัว

ส่วนไทยต้องปรับเป็น “ศูนย์กลางภูมิภาคที่มีความยืดหยุ่น” (Resilient Regional Hub) เปลี่ยนจากประเทศผู้ผลิตที่ราคาต่ำสุด เป็นประเทศที่มีต้นทุนการผลิตที่ยอมรับได้ (Acceptable Cost)

และต้องยอมรับว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็น Longer Lasting Crisis หรือภาวะวิกฤติที่กินเวลานานกว่าเดิม จนกลายเป็น “ความปกติใหม่” (New Normal) ถ้าผู้นำคิดจะทำแบบเดิมอยู่ ถือว่าชะล่าใจและอันตรายมาก เพราะความชะล่าใจเป็นศัตรูของความสำเร็จ และที่อันตรายที่สุดคือการไม่คิดและไม่ทำ

สุดท้ายโอกาสของเราคือการสร้างทักษะให้ทรัพยากรบุคคล ใช้ปัญญาประดิษฐ์ และทุ่มเงินวิจัยเพื่อให้เราประดิษฐ์ปัญญา เน้นการลงทุนที่เป็นโอกาสที่จะสร้างทุนมนุษย์ นำไปสู่ทรัพยากรมนุษย์ยุคใหม่ให้ได้

อาทิตย์ นันทวิทยา

ปัจจุบันกำลังมี 3 เทรนด์โลกสำคัญที่เปลี่ยนกติกาเศรษฐกิจโลก 1.การค้าการลงทุนกำลังแบ่งขั้ว 2.AI กำลังสร้างผู้ชนะกลุ่มใหม่ และ 3.การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่เปลี่ยนฐานการแข่งขัน

ท่ามกลางจุดเปลี่ยนสำคัญ ไทยต้องอาศัยความได้เปรียบดั้งเดิมมาพัฒนาต่อยอดให้ได้ ไม่ว่าจะการดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ ยกระดับผลิตภาพและสร้างจุดยืนในห่วงโซ่มูลค่าที่ไทยจะได้ประโยชน์มากขึ้น

มองจากมุมของสถาบันการเงินว่า เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ไหลเข้าไทยในช่วง 7–8 เดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีคลื่นลงทุนเทคโนโลยีขนาดใหญ่ทั้ง AI และดาต้าเซ็นเตอร์เป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งผูกกับความต้องการพลังงานโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของไทยคือ เศรษฐกิจที่เป็น K-Shape ที่ขาล่างของตัว K เปราะบางและมีความเดือดร้อนอยู่ หลายคนยังต้องเหนื่อยกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนต่างๆ ดังนั้นหากย้อนมองไปช่วงสิบปีที่ผ่านมา ถึงเวลาต้องตั้งคำถามว่า ไทยยังมีรายได้จากกลุ่มเดิมๆหรือเจอปัญหาแบบเดิมๆมากแค่ไหน และจะออกแบบแผนอย่างไร เพื่อสร้างผลประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่ได้จริง

ส่วนสถานะของธนาคาร จากภายนอกดูเหมือนไม่ยากเพราะอยู่ในธุรกิจที่ได้รับการคุ้มครอง แต่ก็ยากในเวลาเดียวกัน เพราะธนาคารควบคุมชีวิตตัวเองได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าลูกค้าเหนื่อย ธนาคารก็เหนื่อยด้วย และเวลานี้พอร์ตลูกค้าเป็นส่วนผสมระหว่างกลุ่มที่ยังโอเคกับกลุ่มที่เหนื่อยอยู่

ภายใต้โอกาสของโลกใหม่ เราต้องยอมรับว่าการเกิดใหม่ของเทคโนโลยี หรือ AI เป็นคลื่น (Wave) ขนาดใหญ่ที่ส่งผลไปทั้งโลก การที่สิ่งเหล่านี้จะเข้ามาอยู่ในประเทศหรือภูมิภาคของเรา ต้องวางโครงสร้างพื้นฐานก่อนนำไปสู่การใช้งานจริง ปัญหาของไทยคือไม่รู้ว่ากติกาอยู่ตรงไหน หากมีกติกา อาจทำให้ไทยมีสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นได้สักที

การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี คือสิ่งที่เราควรมองมันว่าเป็นโอกาส อย่าไปกังวลว่าจะได้ประโยชน์น้อยเกินไป อย่างสิ่งที่เราจะผลิตหรือทำขึ้นได้ภายในประเทศ Localization หรือ Local Content เมื่อเรามีก้าวที่หนึ่งจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน มันจะนำพาไปสู่ก้าวต่อๆ

เพียงประเทศไทยมองสิ่งที่จะได้กับสิ่งที่จะเสีย (Give & Take) ของการค้าหรือการลงทุนนั้น ด้วยยุทธศาสตร์ที่จะทำให้เราได้สร้างห่วงโซ่ (Value Chain) ใหม่ขึ้นมาได้ จนกลายเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ใช่แค่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุน แต่ต้องเปลี่ยนให้เป็นมูลค่าเพิ่มสู่ระบบเศรษฐกิจไทย จากนั้นทั้งภาครัฐและเอกชนต้องช่วยกันสนับสนุน ช่วยให้บริษัทที่จะเข้าสู่ห่วงโซ่เกิดใหม่เหล่านั้น ได้รับการสนับสนุนและส่งเสริม เพื่อให้เติบโตและแข็งแรงขึ้นในระบบเศรษฐกิจของไทย

ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ

ด้วยโครงสร้างของธุรกิจ ไม่ว่าจะเกิดวิกฤติอะไรก็ตามแต่ ลักษณะองค์กรของซีพีเอฟเป็นหุ้นที่ทนทานต่อความผันผวน (Defensive Stock) ขณะเดียวกัน ในแง่ธุรกิจก็มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมาก มีโรงงานและฟาร์มใน 17 ประเทศ และใช้อีกหลายประเทศเป็นฐานในการส่งออกสินค้า ปัจจุบันฐานหลักอยู่ที่ประเทศไทย ส่งออกไป 40-50 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นการกระจายค่อนข้างดี

แต่เราก็มองเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงอยู่ มุมมองในอนาคตก็คงยังโฟกัสการลงทุนในแถบที่คุ้นเคยอย่างในเอเชีย เพราะความสัมพันธ์ในการทำงานคือต้องเข้าใจวัฒนธรรมของแต่ละประเทศอย่างลึกซึ้ง อาจจะมีการขยายพอร์ตไปในประเทศต่างๆในยุโรป ซึ่งตอนนี้กำลังศึกษาเพิ่มคือแอฟริกา แต่ก็ยังเป็นจุดเริ่มต้นเพราะค่อนข้างไกล

เราเชื่อว่าโลกมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเยอะ จากเคยเป็นการค้าเสรีสู่การแยกขั้ว และไปสู่การพึ่งพาตัวเอง แต่คนไทยอาจไม่ได้รู้สึกอะไรนัก เพราะอยู่ในประเทศเกษตรอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์พอสมควร ต่างจากหลายประเทศที่เจอปัญหาความมั่นคงทางอาหาร เป็นประเทศที่มีฐานผลิตค่อนข้างน้อย เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ซาอุดีอาระเบีย

ตอนนี้ในเชิงของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับเรื่องอาหาร เราจะห่วงในเรื่องของปศุสัตว์ เนื้อสัตว์ เราจะห่วงในเรื่องของความมั่นคงทางอาหาร ว่าจะสามารถผลิตเพียงพอในประเทศและส่งออกหรือไม่ ซึ่งซาอุดีอาระเบีย เป็นตัวอย่างที่ดีมาก เพราะก่อนหน้านี้เป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้ามหาศาล แต่ตอนนี้บางอย่างสามารถผลิตและส่งออกเองได้

อย่างไรก็ตาม หากมีการวางแผน กระจายความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี โอกาสที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอาจจะไม่ได้รุนแรง เพราะเราสามารถปรับตัวได้ง่าย โดยภูมิภาคเอเชียเป็นพื้นที่ที่เติบโตดีที่สุด

ส่วนสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯและจีนนั้น ดีที่สุดคือเราต้องไปอยู่ที่นั่นเลย การทำส่งออกไปมันไม่ดีเท่าไหร่ ตอนนี้ซีพีเอฟมีกลยุทธ์ผลิตที่ไหน ขายที่นั่น คือถ้ามีโอกาสที่ดี ประเมินแล้วเหมาะสม การแข่งขันอยู่ในระดับที่ถ้าเราไปแล้วมีโอกาสชนะ เราก็ควรไปลงทุนที่นั่นเลย

ซีพีเอฟมีข้อได้เปรียบเพราะวันนี้ลงทุนในหลายประเทศมาก ไปแต่ละที่ก็มีวิธีการแข่งขันต่างกัน และได้นำความรู้ที่แตกต่างกันมาใช้ในการพัฒนาองค์กร อันนี้จึงเป็นประโยชน์อันหนึ่ง สำหรับบริษัทที่ไปลงทุนในต่างประเทศ เพราะเทคโนโลยีการจัดการของแต่ละประเทศมันแตกต่างกัน

ยกตัวอย่าง การพัฒนาธุรกิจสุกรซึ่งอาศัยความรู้ในไทยและจีนมาผสมผสาน ไปลงทุนรัสเซียก็ได้เทคโนโลยีรัสเซียกลับมา ไปแคนาดาก็มีเทคโนโลยีบางอย่าง ซึ่งบนสินค้าเดียวกัน แต่มันมีความแตกต่าง แล้วเราก็เอาองค์ความรู้ทั้งหมดมาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด

อาลก โลเฮีย

เมื่อพูดถึงเส้นทางการพัฒนาองค์กร “ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของผู้ก่อตั้ง” (Founder's Dilemma) คือความท้าทายในการส่งไม้ต่อจากผู้นำรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง ตลอด 35 ปีที่ผ่านมา ได้เรียนรู้ว่าเราต้องสร้างที่ยืนให้กับอินโดรามา (IVL) ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

“ผมย้ายเข้ามาในประเทศนี้เพียงลำพังพร้อมกับครอบครัว คือภรรยาและลูกสองคนในขณะนั้น (ส่วนลูกคนที่สามเกิดที่นี่ในปี 2536) สิ่งหนึ่งที่ผมต้องยอมรับและรู้สึกโชคดีมากคือการได้อยู่ในประเทศไทย ที่นี่คือศูนย์รวมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักทั้งหมดของผม แม้ลูกค้าของเราจะอยู่ทั่วโลก การอยู่ในไทยทำให้เรามีฐานที่มั่นคงแข็งแกร่งมาก จากเงินทุนเริ่มต้น 10 ล้านดอลลาร์ในวันนั้น ปัจจุบันมูลค่าธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างมหาศาล”

ไทยมีระบบนิเวศทางธุรกิจที่ยอดเยี่ยมซึ่งได้รับการสั่งสมและพัฒนามาตลอด 3–4 ทศวรรษที่ผ่านมา ยกตัวอย่างเช่น ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่มาบตาพุดนั้นถือว่ามีศักยภาพเป็นเลิศและไม่เป็นรองใคร มีเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง ผมคิดว่าเราเป็นรองแค่สิงคโปร์เท่านั้นในแง่ของขนาดตลาดในเอเชีย นอกจากนี้ ในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างยังมีโอกาสอีกมากมายมหาศาล ภูมิภาคนี้มีประชากรรวมกันถึง 250 ล้านคนและเป็นกลุ่มประชากรที่กำลังเติบโต

“สำหรับผมแล้ว หากต้องเลือกว่าจะไปขยายธุรกิจที่ไหน ผมมองว่าแอฟริกาคือโอกาสที่ใหญ่กว่าอินเดีย เพราะตลาดอินเดียนั้นอิ่มตัวแล้ว อีกทั้งนักธุรกิจอินเดียยังเก่งกาจมาก การจะเข้าไปแข่งขันกับพวกเขาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ดังนั้นผมจึงเลือกไปที่แอฟริกามากกว่า”

IVL ยังมีความมั่นใจอย่างมากในศักยภาพที่อเมริกาเหนือ เรามีแหล่งก๊าซจากชั้นหินดินดาน (Shale gas) และมีกระบวนการผลิตที่ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ (แหล่งก๊าซ) ไปจนถึงปลายน้ำ (ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี) เป็นบริษัทเดียวในโลกที่มีครบวงจรเช่นนี้ ในขณะที่ยุโรปกำลังเผชิญปัญหาด้านพลังงานที่มีราคาสูงและขาดความสามารถในการแข่งขันอันเนื่องมาจากวิกฤติยูเครน ซึ่งมองว่าเป็นประเด็นที่ประเทศไทยควรเฝ้าระวัง

“อย่าปล่อยให้ต้นทุนพลังงานพุ่งสูงขึ้นจนควบคุมไม่ได้ เพราะนั่นคือสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อคุณ การลงทุนจากต่างประเทศและการลงทุนของไทยในต่างประเทศจะเป็นกุญแจสำคัญที่พาเราไปถึงจุดนั้นได้ และเราแค่ต้องใช้ประโยชน์จากสถาบันการเงินและตลาดทุนให้มากขึ้นอีกนิด ผู้ประกอบการต้องกล้าเสี่ยงมากขึ้นอีกหน่อย”

ส่วนรัฐบาลต้องเป็นฟองน้ำ ปลดล็อกข้อจำกัดต่างๆ โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่ควรมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้น เพื่อให้สามารถก้าวข้ามสถานะแค่ทางผ่าน ไปสู่การเป็นศูนย์กลางที่แท้จริง ลองนึกย้อนกลับไปช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 เราฟื้นตัวได้เพราะมีการอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ “ต้องเชื่อว่าเราทำได้”.

ทีมเศรษฐกิจ

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ