เนสท์เล่เพิ่มการลงทุนในไทย ทุ่ม 6.4 พันล้านขยายฐานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

เนสท์เล่เพิ่มการลงทุนในไทย ทุ่ม 6.4 พันล้านขยายฐานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง

Date Time: 4 ก.ย. 2569 06:05 น.

Video

สุดยอดเกมการเงิน Nvidia - Nebius เมื่อ “ชิป” กลายเป็นหลักประกันเงินกู้ | Digital Frontiers EP.75

Summary

เนสท์เล่ (ไทย) ลงทุน 6,430 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการอาหารสัตว์เลี้ยง 4,500 ล้านบาท และขนมสัตว์เลี้ยง 1,930 ล้านบาท

  • โครงการดังกล่าวตั้งเป้าส่งออกผลิตภัณฑ์ 90% ไปยังตลาดสำคัญ เช่น สหรัฐฯ แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
  • มีการใช้วัตถุดิบทางการเกษตรในไทยมูลค่ากว่า 450 ล้านบาทต่อปี เช่น เนื้อไก่ ปลา ผัก และแป้งมันสำปะหลัง
  • เนสท์เล่ลงทุนในไทยรวม 29,000 ล้านบาทในปีนี้ ครอบคลุมทั้งธุรกิจกาแฟและอาหารสัตว์เลี้ยง เพื่อใช้ไทยเป็นฐานการผลิตระยะยาว
  • ปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก และอุตสาหกรรมนี้มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 8% ต่อปี

Latest


นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอ ได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เพื่อขยายฐานการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง เงินลงทุน 6,430 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง มูลค่า 4,500 ล้านบาท และโครงการผลิตขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง มูลค่า 1,930 ล้านบาท โดยทั้งสองโครงการได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร และเน้นการผลิตโดยใช้วัตถุดิบในประเทศเพื่อการส่งออกเป็นหลัก           

“การขยายการลงทุนของเนสท์เล่ครั้งนี้ เพื่อรองรับความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มสูงขึ้น โดยปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากเยอรมัน และอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยมีอัตราการเติบโต 8% ต่อปี โดยโครงการลงทุนครั้งนี้จะส่งออก 90% ไปยังตลาดสำคัญ เช่น สหรัฐฯ แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์”                    

นอกจากนี้ ทั้งสองโครงการมีการใช้วัตถุดิบในประเทศในสัดส่วนสูง มูลค่า 450 ล้านบาทต่อปี โดยโครงการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ภายใต้แบรนด์ Felix, Pro Plan และ Friskies จะใช้วัตถุดิบในประเทศ 56% เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลาซาร์ดีน ผัก น้ำมัน วิตามินและแร่ธาตุ ขณะที่โครงการผลิตขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง เน้นผลิตขนมสำหรับแมว ภายใต้แบรนด์ Purina One และ Felix จะใช้วัตถุดิบในประเทศ 88% เช่น เนื้อไก่ น้ำตาล และแป้งมันสำปะหลัง ถือเป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์เกษตรของไทยออกสู่ตลาดโลก

ทั้งนี้ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด เป็นบริษัทในกลุ่ม Nestle S.A. ผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มระดับโลกจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2536 และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอมาอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความเชื่อมั่นในการใช้ไทยเป็นฐานการผลิตระยะยาว โดยมีหลายผลิตภัณฑ์ที่คนไทยคุ้นเคยทั้งเนสกาแฟ ไมโล แม็กกี้ และไอศกรีมเนสท์เล่ ควบคู่กับธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ Purina One, Felix, Pro Plan, Friskies, Alpo และ Supercoat              

“การลงทุนของเนสท์เล่ในครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตอาหารและเครื่องดื่มเพื่อป้อนตลาดโลก โดยเมื่อรวมกับโครงการตั้งโรงงานผลิตกาแฟแห่งใหม่ที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนก่อนหน้านี้ ทำให้ในปีนี้ เพียงปีเดียว เนสท์เล่ทุ่มลงทุนใหม่ในประเทศไทยรวม 29,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งธุรกิจกาแฟและอาหารสัตว์เลี้ยง ที่สำคัญ การลงทุนเหล่านี้ยังช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมในประเทศ ผ่านการใช้วัตถุดิบไทยทั้งเมล็ดกาแฟ น้ำนมดิบ น้ำตาล เนื้อไก่ ปลา ผัก และวัตถุดิบทางการเกษตรอื่น ๆ รวม 4,700 ล้านบาทต่อปี”

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านอุตสาหกรรมอาหาร ทั้งฐานวัตถุดิบที่หลากหลาย ผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญ มาตรฐานการผลิตที่ได้รับการยอมรับ และความสามารถในการผลิตเพื่อรองรับตลาดทั่วโลก การลงทุนอย่างต่อเนื่องของบริษัทชั้นนำอย่างเนสท์เล่ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดจุดแข็งเหล่านี้ไปสู่อุตสาหกรรมอาหารที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยบีโอไอจะเดินหน้าส่งเสริมการลงทุนที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทย และผลักดันประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตอาหารชั้นนำของโลก


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ