“วราวุธ” คุมเข้มน้ำท่าจีน–อยุธยา กางแผนรับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งย้ำลั่นนิคมฯอยุธยายังเอาอยู่

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“วราวุธ” คุมเข้มน้ำท่าจีน–อยุธยา กางแผนรับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งย้ำลั่นนิคมฯอยุธยายังเอาอยู่

Date Time: 31 ส.ค. 2569 07:00 น.

Video

Nebius นีโอคลาวด์ ธุรกิจที่สร้างวิมานด้วยเงินชาวบ้าน | Digital Frontiers EP.75

Summary

นายวราวุธสั่งการ 4 จังหวัดลุ่มน้ำท่าจีน ได้แก่ ชัยนาท สุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร ให้ใช้ข้อมูลปริมาณน้ำชุดเดียวกันเพื่อการแจ้งเตือนที่แม่นยำ

  • เน้นย้ำการเตรียมแผนเผชิญเหตุและจัดทำฉากทัศน์สถานการณ์น้ำ เพื่อให้หน่วยงานในพื้นที่สามารถรับมือและสั่งการได้ทันทีหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง
  • ประเมินสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำท่าจีนปีนี้คาดว่าไม่น่ากังวลเรื่องน้ำท่วม แต่ต้องเฝ้าระวังปัญหาภัยแล้งอย่างใกล้ชิด
  • ลงพื้นที่ตรวจนิคมอุตสาหกรรม 3 แห่งในพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ นครหลวง บางปะอิน และบ้านหว้า ยืนยันสถานะความปลอดภัยอยู่ในระดับสีเขียว
  • กำชับให้ตรวจสอบความพร้อมของเขื่อน ประตูระบายน้ำ และเครื่องจักรทุกชนิด เพื่อปิดช่องโหว่และลดความเสี่ยงต่อภาคอุตสาหกรรมและประชาชน

Latest


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งกลุ่มลุ่มน้ำท่าจีน ที่ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งอุดช่องโหว่รับมือสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะการตรวจสอบเขื่อน ประตูระบายน้ำ อาคารสูบน้ำ เครื่องจักร และเครื่องมือทุกชนิด หากพบชำรุดต้องเร่งซ่อมให้พร้อมใช้งาน    

นายวราวุธได้สั่งกำชับ 4 จังหวัดในลุ่มน้ำท่าจีน ได้แก่ ชัยนาท สุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร ให้ทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิด ใช้ “ข้อมูลชุดเดียวกัน” ทั้งตัวเลขและปริมาณน้ำ เพื่อให้การประเมินสถานการณ์และการแจ้งเตือนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมให้จัดทำแผนที่พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม-ภัยแล้ง และแผนเผชิญเหตุให้ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ    

สำหรับการบริหารน้ำ นายวราวุธสั่งกรมชลประทานวางแผนจัดสรรน้ำให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ พร้อมเตรียมมาตรการรับมือภาวะขาดแคลนน้ำ โดยระบุชัดว่า ลุ่มน้ำท่าจีนที่ผ่านมา “ไม่ท่วมก็แล้ง” และปีนี้ประเมินว่าไม่น่าหนักเรื่องน้ำท่วม แต่ภัยแล้งยังเป็นโจทย์ที่ต้องจับตา    

นอกจากนี้ ยังสั่งให้หน่วยงานด้านน้ำจัดทำ “ฉากทัศน์สถานการณ์น้ำ” เพื่อให้แต่ละจังหวัดรู้ล่วงหน้าว่าปริมาณน้ำจะเดินไปทางไหน สามารถเตรียมเครื่องมือและกำลังคนได้ทัน พร้อมเตรียมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดให้พร้อมสั่งการทันทีหากสถานการณ์เปลี่ยน    

นายวราวุธกล่าวว่า การทำงานต้องยึดความปลอดภัยและประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก และจะเร่งสรุปผลการประชุมเสนอนายกรัฐมนตรีรับทราบในที่ประชุม ครม.    

ด้านภาคอุตสาหกรรม นายวราวุธได้ลงพื้นที่ตรวจระบบป้องกันน้ำใน 3 นิคมอุตสาหกรรมหลัก จ.พระนครศรีอยุธยา ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมนครหลวง บางปะอิน และบ้านหว้า (ไฮเทค) เพื่อประเมินความพร้อมของแนวเขื่อน สถานีสูบน้ำ และบ่อหน่วงน้ำ สร้างความมั่นใจให้โรงงาน นักลงทุน และแรงงานในพื้นที่

ผลตรวจยืนยันว่า ทั้ง 3 นิคมฯยังอยู่ระดับ 1 “ปกติ-สีเขียว” ระดับน้ำภายนอกยังห่างจากสันเขื่อนในระดับปลอดภัย โดยนิคมฯนครหลวงมีแนวเขื่อนยาว 5.5 กม. สูง 8.20 เมตร พร้อมสถานีสูบน้ำ 4 ชุด และบ่อหน่วงน้ำ 857,000 ลูกบาศก์เมตร ขณะที่บางปะอินมีแนวเขื่อนยาว 10 กม. สูง 6 เมตร สถานีสูบน้ำ 18 ชุด และบ่อหน่วงน้ำ 204,000 ลูกบาศก์เมตร ส่วนบ้านหว้ามีแนวเขื่อนยาว 11.1 กม. สูง 5.40 เมตร สถานีสูบน้ำ 5 ชุด และบ่อหน่วงน้ำ 192,000 ลูกบาศก์เมตร    

ตัวเลขดังกล่าวยังอยู่ในกรอบที่ควบคุมได้ ทำให้ภาคอุตสาหกรรมในพระนครศรีอยุธยายังไม่มีสัญญาณต้องยกระดับการเฝ้าระวัง อย่างไรก็ตาม การตรวจความพร้อมครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงการวางใจ แต่เป็นการปิดช่องโหว่ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ปัญหาน้ำกลายเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ของโรงงาน นักลงทุน และแรงงานเหมือนเหตุการณ์ในอดีต    

นายวราวุธระบุว่า การบริหารจัดการน้ำต้องมองให้ครบทั้งวงจร ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยเฉพาะการเตรียมเครื่องมือให้พร้อมและการมีข้อมูลชุดเดียวกัน เพราะเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนเร็ว การตัดสินใจที่ช้าเพียงไม่กี่ชั่วโมงอาจสร้างความเสียหายต่อทั้งชุมชนและภาคธุรกิจได้

สำหรับนิคมอุตสาหกรรมใน จ.พระนครศรีอยุธยา การรักษาระดับ “สีเขียว” จึงไม่ใช่เพียงตัวเลขสถานการณ์น้ำ แต่เป็นโจทย์ด้านความเชื่อมั่นของนักลงทุนด้วย เพราะทุกระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นย่อมหมายถึงต้นทุนและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะที่ภาครัฐต้องทำให้ระบบป้องกันเดินหน้าได้จริง ก่อนที่น้ำจะเป็นฝ่ายเดินทางมาถึง


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ