
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงทิศทางการทำงานภายหลังคณะรัฐมนตรีอนุมัติต่ออายุราชการในตำแหน่งเลขาธิการบีโอไอต่อไปอีก 1 ปี จนถึงเดือน ก.ย. 2570 ว่า การดึงดูดการลงทุนจากนี้จะถูกขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญ เพื่อรับมือกับสภาวะการแข่งขันที่ดุเดือดทั่วโลก คือ “รุก ลึก เร็ว” วันนี้โอกาสมีมาก คลื่นการลงทุนมีแนวโน้มหลั่งไหลมาสู่ภูมิภาคอาเซียน แต่การแข่งขันในการดึงดูดเม็ดเงินก็จะสูงมากเช่นกัน วันนี้ไม่มีใครแคร์ใครแล้ว ชนกันซึ่งหน้า ทำอย่างไรที่จะให้ไทยสามารถคว้าโอกาสดี ๆ เหล่านี้ให้ได้มากที่สุด และเป็นผู้ที่ถูกเลือก
ทั้งนี้ 3 กลยุทธ์ดังกล่าว แบ่งเป็น 1. กลยุทธ์รุก นอกจากการปักหมุด 6 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ 1. อุตสาหกรรม Bio และ Green Industry 2. ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และชิ้นส่วนสำคัญ 3. เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ 4. ดิจิทัลและ AI 5. ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ 6. การเป็นศูนย์กลางสำนักงานภูมิภาค (Regional Headquarter) แล้ว ประเทศไทยจำเป็นต้องมีเครื่องมือใหม่ ๆ เนื่องจากกติกาภาษีขั้นต่ำระดับโลก (Global Minimum Tax) จะทำให้มาตรการทางภาษีแบบเดิมมีความสำคัญน้อยลง บีโอไอจึงได้ร่วมกับกระทรวงการคลังเตรียมเสนอเครื่องมือใหม่ที่เรียกว่า QRTC (Qualified Refundable Tax Credit) ซึ่งเป็นระบบเครดิตภาษี หากบริษัทมีการลงทุนพัฒนาบุคลากร ทำวิจัยและพัฒนา (R&D) ปรับเปลี่ยนเครื่องจักร หรือใช้พลังงานหมุนเวียน จะสามารถนำเครดิตนี้ไปจ่ายแทนเงินสดเวลาเสียภาษีได้ โดยคาดว่าจะนำเสนอเป็นร่าง พ.ร.บ. ได้ภายในเดือน ก.ย. นี้ และจะมีผลบังคับใช้ในช่วงปลายปีหน้า
“ส่วนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังเตรียมออกมาตรการเชิงรุกเพื่อปกป้องฐานการผลิตในประเทศ โดยกำลังพิจารณาปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ EV นำเข้า จากเดิมที่เสียอยู่ 2% อาจปรับขึ้นไปถึงระดับ 30% ซึ่งมาตรการนี้จะเป็นตัวเร่งสำคัญให้ค่ายรถยนต์ที่ยังพึ่งพาการนำเข้าต้องรีบตัดสินใจตั้งโรงงานหรือเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศไทยให้มากขึ้น”
1. กลยุทธ์ลึก มุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศและห่วงโซ่อุปทานให้แข็งแกร่ง ไม่ให้นักลงทุนย้ายฐานการผลิต รวมไปถึงการมุ่งสร้างบุคลากรทักษะสูง โดยที่ผ่านมา บีโอไอได้ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ขับเคลื่อนผ่านมาตรการ Skill Bridge โดยใช้เงินจากกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันฯ เพื่อสนับสนุนการ Upskill และ Reskill บุคลากรในอุตสาหกรรมเป้าหมาย และในปัจจุบันมหาวิทยาลัยหลายแห่งได้เริ่มพัฒนาหลักสูตรเฉพาะทางเพื่อตอบรับนโยบายนี้
2. กลยุทธ์เร็ว นายนฤตม์กล่าวว่าโลกธุรกิจยุคใหม่ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือสปีด บีโอไอจึงได้ริเริ่มโครงการ Thailand FastPass โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับ 8 หน่วยงานรัฐ เพื่อลดขั้นตอนการขอใบอนุญาต นำร่องไปแล้วกับ 25 โครงการลงทุนขนาดใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 230,000 ล้านบาท ซึ่งสามารถลดระยะเวลาลงได้ 20-50% และในระยะต่อไปมีแผนที่จะขยายผลดึงใบอนุญาตเฉพาะทางของแต่ละอุตสาหกรรมเข้ามาร่วมด้วย เพื่อให้เกิดการลงทุนจริงและสร้างผลดีต่อเศรษฐกิจให้เร็วที่สุด