
วิกฤตภูมิอากาศย้อนศรสู่บรรยากาศชั้นบน สั่นคลอนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลโลก เปิดชนวนเหตุ "ดาวเทียมรวน" ที่อาจดันค่าบริการ-ตั๋วเครื่องบิน-โลจิสติกส์ให้พุ่งสูง
เมื่อพูดถึงวิกฤตภาวะโลกร้อน ภาพจำของคนส่วนใหญ่ มักหยุดอยู่ที่คลื่นความร้อน พายุหมุน ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น และ เหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรง แต่จากรายงานวิเคราะห์ล่าสุดจาก Bnomics by Bangkok Bank สะท้อนมุมมองที่ชัดขึ้น และ ไปไกลกว่าที่คิด หลังจากชี้ว่า ปัจจุบัน คาร์บอนไดออกไซด์ที่สะสมบนโลกกำลังส่งผลกระทบย้อนศรไปลึกถึงชั้นบรรยากาศเทอร์โมสเฟียร์ (Thermosphere) ซึ่งเป็นพื้นที่โคจรหลักของดาวเทียมเชิงพาณิชย์นับหมื่นดวง และอาจสร้างผลกระทบส่งต่อมายังเศรษฐกิจในวงกว้างเร็วๆนี้
บทวิเคราะห์ เสริมต่อว่า ความเข้าใจผิดทั่วไปคือ ก๊าซเรือนกระจกทำให้อากาศร้อนขึ้นในทุกระดับชั้น แต่ในความเป็นจริง บรรยากาศชั้นบนสุดกลับเกิดปรากฏการณ์ตรงกันข้าม ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นเทอร์โมสเฟียร์ทำหน้าที่แผ่ความร้อนออกสู่อวกาศ ส่งผลให้อุณหภูมิในชั้นนั้นลดต่ำลงจนเกิด การหดตัวของชั้นบรรยากาศ (Atmospheric Contraction)
ปรากฏการณ์นี้ทำให้ความหนาแน่นของอากาศเบาบางลงอย่างมาก ส่งผลให้แรงต้านอากาศ (Atmospheric Drag) ที่เคยทำหน้าที่เหมือน "เบรกธรรมชาติ" คอยฉุดขยะอวกาศและดาวเทียมหมดอายุให้ตกลงมาเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศอ่อนกำลังลงอย่างเห็นได้ชัด ขยะอวกาศที่ควรจะสลายไปเองตามธรรมชาติจึงลอยค้างอยู่ในวงโคจรยาวนานขึ้นหลายสิบปี เกิดเป็นสภาวะความหนาแน่นสะสมที่พร้อมจะเกิดอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ
ย้อนสถิติการเติบโตและความแออัดเหนือชั้นบรรยากาศ (ข้อมูลอ้างอิงจาก NASA และ ESA ESOC)
ในมุมมองทางเศรษฐศาสตร์ วงโคจรระดับต่ำ (LEO) ไม่ใช่แค่พื้นที่ว่างเปล่า แต่คือ โครงสร้างพื้นฐานไร้สาย (Invisible Infrastructure) ที่แบกรับมูลค่าทางเศรษฐกิจโลกหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี บทเรียนจากเหตุการณ์ปี 2009 ที่ดาวเทียม Iridium 33 ชนกับ Cosmos 2251 จนสร้างเศษซากขยะหลายพันชิ้น คือตัวอย่างของ Kessler Syndrome หรือปฏิกิริยาลูกโซ่ที่การชนกันหนึ่งครั้งสามารถสร้างขยะที่ไปทำลายดาวเทียมดวงอื่นต่อเป็นโดมิโน
ความเสี่ยงนี้กำลังรบกวน 8 ภาคธุรกิจสำคัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อวงโคจรเต็มไปด้วยขยะและมีความเสี่ยงสูงขึ้น บริการต่าง ๆ บนโลกจะมีต้นทุนแพงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผ่าน 3 ช่องทางหลัก
สุดท้าย ผู้ให้บริการจะส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้กลับมายังภาคธุรกิจบนโลก ทั้งสายการบิน บริษัทขนส่ง ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และจะสะท้อนออกมาในรูปของค่าบริการอินเทอร์เน็ต ค่าขนส่งสินค้า ตั๋วเครื่องบิน หรือแม้แต่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันของเรา
ทั้งนี้ การแก้ปัญหาขยะอวกาศในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงภารกิจทางเทคโนโลยีของ NASA, ESA หรือบริษัทเอกชนอย่าง SpaceX ที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยีจัดเก็บขยะและการทำลายตัวเองของดาวเทียมหมดอายุเท่านั้น แต่คือ การบริหารจัดการความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและการเงินระดับโลก การรับมือกับภาวะโลกร้อนจึงไม่ได้มีเป้าหมายแค่การรักษาชั้นบรรยากาศบนพื้นโลก แต่เป็นการปกป้องเสถียรภาพของโครงสร้างพื้นฐานอวกาศ ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจดิจิทัลที่เราทุกคนใช้งานอยู่ทุกวินาทีด้วย.
ที่มา : ธนาคารกรุงเทพ
อ่านข่าวเศรษฐกิจและนโยบายรัฐ กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney