
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่าจากการร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เยี่ยมชมบริษัท NZAero บริษัทผลิตเครื่องบินเล็ก และอากาศยานชั้นนำที่ประเทศนิวซีแลนด์ ได้เชิญชวนให้ผู้บริหารของบริษัท NZAero เข้ามาร่วมลงทุนเทคโนโลยีการบินขั้นสูง รวมทั้งลงทุนในธุรกิจซ่อมแซมอากาศยานในประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยมีแผนที่จะลงทุนศูนย์ซ่อมอากาศยาน (MRO) ในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทยซึ่งรัฐบาลไทยพร้อมจะอำนวยความสะดวกในการลงทุนผ่านช่องทาง Fast Track เพื่อปลดล็อกอุปสรรคให้กับนักลงทุนที่ต้องการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย
“ประเทศไทยเราเป็นลูกค้าของ NZAero มีการซื้อเครื่องบินจากบริษัทนี้มายาวนาน โดยในการหารือกันกับผู้บริหารของบริษัทได้เชิญชวนให้ไปลงทุนตั้งโรงงานผลิต และศูนย์ซ่อมในไทย เพราะไทยมีโปรเจ็กต์ในการทำ MRO ในพื้นที่ EEC อยู่แล้ว”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเดินทางเยือนประเทศนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีและคณะเมื่อวันที่ 21-22 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้ไปดูกิจการและสนามบินของบริษัท NZAero บริเวณท่าอากาศยาน Ardmore นครโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ โดยนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์เป็นผู้นำนายกรัฐมนตรีของไทย และคณะเยี่ยมชม เครื่องบินและทดลองนั่งเคียงคู่กันในห้องนักบินเครื่องบินฝึกหัดรุ่น CT4E โดยนายกรัฐมนตรีของไทยกล่าวด้วยว่าจะให้กองทัพอากาศของไทยพิจารณาซื้อเครื่องบินฝึกบินเพิ่มจากบริษัท NZAero เพื่อมาใช้ในภารกิจฝึกหัดนักบินเพิ่มเติม
ทั้งนี้ บริษัท NZAero เป็นผู้นำด้านการผลิตอากาศยานเชิงพาณิชย์ของนิวซีแลนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 70 ปี มีความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับกองทัพอากาศไทย โดยเฉพาะเครื่องบินฝึกหัดรุ่น CT4 หรือที่รู้จักกันในชื่อรหัส "The Chicken" อยู่คู่ไทยมาถึง 54 ปี และใช้ผลิตนักบินมาแล้วกว่า 3,500 คน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 โดยบริษัทได้มีการส่งมอบเครื่องบินไปยังประเทศไทยแล้วราว 70 ลำ ที่สำคัญพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงรับมอบเครื่องบินลำที่ 2 จากสายการผลิตนี้ด้วยพระองค์เอง
โดยในการเยือนบริษัทนี้ นายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศยังได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างบริษัท Top Flying Limited กับบริษัท NZAero โดยมุ่งเน้นความร่วมมือในการดูแลและสนับสนุนฝูงบิน CT4 ของกองทัพอากาศไทยอย่างครบวงจร ครอบคลุมการซ่อมบำรุงและการสนับสนุนทางวิศวกรรมเพื่ออัปเกรดเครื่องบิน การจัดการอะไหล่และห่วงโซ่อุปทาน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการฝึกอบรม ไปจนถึงการพัฒนาขีดความสามารถในอนาคต เพื่อยกระดับให้ฝูงบิน CT4 ของไทยให้มีประสิทธิภาพสูงสุด