“วราวุธ” หวิวๆ ถ้าโตโยต้าจะไป ย้ำลั่นต้องยื้อสุดฤทธิ์เตะสกัดอินโดนีเซีย

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“วราวุธ” หวิวๆ ถ้าโตโยต้าจะไป ย้ำลั่นต้องยื้อสุดฤทธิ์เตะสกัดอินโดนีเซีย

Date Time: 14 ส.ค. 2569 06:00 น.

Video

รู้จัก National ITMX เบื้องหลัง PromptPay ที่คนไทยใช้กันทั้งประเทศ | Digital Frontiers EP.68

Summary

รมว.อุตสาหกรรมเร่งวางกลยุทธ์จูงใจนักลงทุนญี่ปุ่น หลังอินโดนีเซียรุกชวนโตโยต้าย้ายฐานการผลิตหลักไปประเทศตน

  • รัฐบาลเตรียมปรับมาตรการภาษีสรรพสามิตและมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อสร้างความเท่าเทียมและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน
  • ผลสำรวจเจโทรชี้บริษัทญี่ปุ่นในไทยยังระมัดระวังเศรษฐกิจระยะสั้นจากต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการรักษาและยกระดับฐานการผลิตในไทย
  • บริษัทญี่ปุ่นกว่า 71% มีแผนเพิ่มหรือคงระดับการลงทุนในไทย โดยเน้นการเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพ
  • นักลงทุนญี่ปุ่นคาดหวังให้รัฐบาลไทยสนับสนุนด้านภาษี การเงิน และการขยายตลาดผ่านความตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก

Latest


นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยถึงกระแสข่าวกรณีค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น อาทิ โตโยต้า มีท่าทีสนใจขยายการลงทุนไปยังประเทศอินโดนีเซีย ยอมรับว่า อินโดนีเซียมีความน่าสนใจในแง่ของผู้เล่นหน้าใหม่ แต่ประเทศไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ที่ยาวนานและรู้ใจกัน เราจึงต้องช่วยกันฝ่าฟันไปให้ได้ และต้องมีมาตรการจูงใจ (Incentive) หลายเรื่องเพื่อดึงดูดให้เขายังอยู่กับเรา ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายในการคิดกลยุทธ์จีบเขากลับมา                

ขณะที่ในส่วนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) รัฐบาลกำลังพิจารณามาตรการใหม่และปรับฐานภาษีสรรพสามิต เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการในประเทศและรถยนต์นำเข้า เพื่อไม่ให้โครงสร้างต้นทุนเสียเปรียบเกินไป     

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้รัฐบาลอินโดนีเซียได้เปิดเกมรุกเชิญชวนให้โตโยต้าย้ายฐานการผลิตหลักจากประเทศไทยไปสู่อินโดนีเซีย โดยเสนอสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนขั้นสูงสุด เพื่อผลักดันอินโดนีเซียขึ้นเป็นฐานการผลิตยานยนต์ระดับโลก โดยรมว.คลังของอินโดนีเซีย ระบุว่า นอกจากโรงงานผลิตรถยนต์แล้ว ยังต้องการให้โตโยต้าดึงอุตสาหกรรมสนับสนุนและซัพพลายเออร์เข้ามาลงทุนในประเทศด้วย    

ด้านนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยหลังหารือกับ นายอาเบะ อิจิโระ ประธานเจโทร กรุงเทพฯ และหัวหน้าผู้แทนเจโทรประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ,นายคอนโดะ ฮิโรยาซึ ประธานหอการค้าญี่ปุ่น - กรุงเทพฯ (JCC) โดยผลสำรวจบริษัทญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ระหว่างปี 2564 - ครึ่งแรกปี 2569 มีคำขอรับการส่งเสริม 1,380 โครงการ มูลค่ารวม 396,000 ล้านบาท

“เจโทร ได้นำเสนอผลสำรวจแนวโน้มเศรษฐกิจของบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทย ประจำครึ่งปีแรก ของปี นี้ มีบริษัทตอบแบบสำรวจจำนวน 504 บริษัท ครอบคลุมทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ พบว่า บริษัทญี่ปุ่นยังมีความระมัดระวังต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะสั้น โดยดัชนีแนวโน้มเศรษฐกิจ (Diffusion Index: DI) ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ระดับ -6 จากระดับ 0 ในช่วงครึ่งหลัง ของปี 2568 จากแรงกดดันด้านราคาวัตถุดิบและต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ความต้องการในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงการลงทุนด้านโรงงานและเครื่องจักรยังคงแข็งแกร่ง สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี นี้ คาดว่าดัชนี DI ยังคงทรงตัว เนื่องจากแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลท่ามกลางความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัลยังมีแนวโน้มขยายตัว”

ขณะเดียวกัน ในเรื่อง การลงทุน บริษัทญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญกับการรักษาและยกระดับฐานธุรกิจในประเทศไทย โดย 23% มีแผนเพิ่มการลงทุนในปีนี้ ขณะที่ 48% มีแผนคงระดับการลงทุนเดิม และทิศทางการลงทุนส่วนใหญ่มุ่งยกระดับประสิทธิภาพของฐานการผลิตเดิมที่มีแผนเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ทดแทน เครื่องเดิม 59% ปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร 31% และลงทุนด้าน Digital Transformation 22% สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการเพิ่มผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของฐานการผลิตในไทยมากขึ้น

ดังนั้น ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลการขอรับการส่งเสริมภายใต้มาตรการยกระดับอุตสาหกรรม (Smart and Sustainable Industry) ของบีโอไอ โดยตั้งแต่ปี 2566 - 2569 บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริม 400 โครงการ เงินลงทุน 55,000 ล้านบาท ครอบคลุมการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การประหยัดพลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาใช้ แสดงให้เห็นถึงการยกระดับฐานอุตสาหกรรมญี่ปุ่นในไทยที่มุ่งใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุน และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว         

นายนฤตม์ กล่าวว่า บริษัทญี่ปุ่นได้สะท้อนมุมมองต่อประเด็นที่มีความสำคัญต่อนักลงทุนญี่ปุ่นในประเทศไทย โดยคาดหวังให้รัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนด้านภาษีและการเงินมากที่สุด (29%) รองลงมาคือ การส่งเสริมตลาดภายในประเทศ (26%) และการขยายตลาดไปยังประเทศที่สามผ่านการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) (24%) เพื่อรองรับสภาพแวดล้อมการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยผลสำรวจยังพบว่า บริษัทญี่ปุ่นในไทยส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาษีการค้าของสหรัฐฯ ในระดับจำกัด โดย 42% ระบุว่าแทบไม่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ 39% ได้รับผลกระทบบ้าง ทั้งนี้ บริษัทญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญกับการติดตามและวิเคราะห์ทิศทางนโยบายอย่างใกล้ชิด รวมถึงการกระจายความเสี่ยงและขยายตลาดใหม่

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทยในระยะต่อไป โดยเฉพาะการยกระดับอุตสาหกรรมไปสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและการลดคาร์บอน ตลอดจนการพัฒนาสภาพแวดล้อมทางธุรกิจให้เอื้อต่อการลงทุน เช่น การส่งเสริมให้บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ