
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดเผยในช่วงบ่ายของวันที่ 11 ส.ค.2569 ว่า ได้ลงนามทูลเกล้าฯให้นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)พ้นจากตำแหน่งแล้ว เพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการ โดยกสทช.เป็นองค์กรอิสระ ให้ความเห็นอะไรไม่ได้ ไม่สามารถกํากับดูแล แต่ถ้ามีอะไรติดขัด รัฐบาลพร้อมร่วมมือ ยืนยันทําตามขั้นตอนทุกอย่างที่ทางฝ่ายกฎหมาย ทั้งของรัฐบาลและส่วนตัวให้ความเห็นมา
วันเดียวกันเวลา 09.30 น. ที่สำนักงานกสทช. ได้มีการนัดประชุมบอร์ดกสทช.เป็นครั้งที่ 4 หลังจากที่คณะกรรมการสรรหาบอร์ดกสทช. มีมติเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2569 ระบุนพ.สรณมีลักษณะต้องห้าม เนื่องจากมีการดำรงตำแหน่งหน้าที่อื่นทับซ้อน โดยให้ถือว่าได้สละสิทธิเข้ารับตำแหน่งกรรมการกสทช.
โดยการประชุมครั้งนี้มีบอร์ดเข้าประชุมออนไลน์ 2 คน ได้แก่ นายต่อพงศ์ เสลานนท์และพล.ต.อ. ณัฐธร เพราะสุนทร ขณะที่นายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ลาประชุม เป็นการลาครั้งที่ 3 จากการประชุม 4 ครั้ง ขณะที่ พล.อ.ท. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ นายศุภัช ศุภชลาศัย และน.ส.พิรงรอง รามสูต ซึ่งเดินเข้าห้องประชุมพร้อมกันเป็นขบวน ได้เดินออกจากห้องประชุมทันทีที่นพ.สรณเดินเข้าห้องประชุมในเวลาประมาณ 9.35 น. ทำให้ไม่สามารถจัดการประชุมต่อไปได้เนื่องจากองค์ประชุมเหลือแค่ 3 คน ต้องยกเลิกการประชุมในที่สุด เลื่อนประชุมต่อในวันที่ 13 ส.ค.2569
น.ส.พิรงรอง แถลงว่า ไม่ได้อยากเล่นเกม ต้องการปฏิบัติหน้าที่ ไม่เช่นนั้นคงไม่มาประชุมทุกครั้ง เพียงแต่ไม่สามารถเข้าประชุมร่วมกับนพ.สรณได้ และบอร์ด 6 คนสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ โดยคำสั่งศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 7 ส.ค.2569 ที่ไม่รับฟ้องคดีที่นพ.สรณยื่นฟ้องเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาบอร์ดกสทช. ที่ว่านพ.สรณมีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติ ถือว่าชัดเจนแล้วว่ามติคณะกรรมการสรรหาเป็นที่ส้ินสุด และศาลไม่เห็นว่าจะต้องคุ้มครองเป็นการเร่งด่วนด้วย “เราพยายามจะเป็นมืออาชีพ ไม่ได้อยากเล่นเกม ได้รับโปรดเกล้ามาให้ปฏิบัติหน้าที่ การอยู่ในสำนักงาน พูดตรงๆ บางทีเป็นเหมือนหมาตัวหนึ่ง เป็นบอร์ดชั้น 2”
ด้านนพ.สรณ กล่าวหลังการประชุมล่มว่า ได้รับเอกสารข้อเท็จจริงใหม่จากสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลับมหิดล ซึ่งตนขอให้ตรวจสอบและยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งในฐานะพนักงานมหาวิทยาลัยและการทำหน้าที่แพทย์ร.พ.รามาธิบดี ที่ถูกกล่าวหาว่าทับซ้อนกับการดำรงประธานกสทช. โดยมหาวิทยาลัยมหิดลยืนยันว่านพ.สรณมีสถานะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยจนถึงวันที่ 7 ม.ค. 2565 และมีสถานะเป็นแพทย์ตอบแทนรายชั่วโมงตั้งแต่วันที่ 8 ม.ค.2569 - 12 เม.ย.2565 ก่อนได้รับโปรดเกล้าฯเป็นประธานกสทช.ในวันที่ 13 เม.ย. 2565 จึงไม่มีความทับซ้อนที่จะให้มีลักษณะต้องห้ามแต่อย่างใด โดยจะส่งหลักฐานใหม่ไปยังนายกรัฐมนตรีต่อไป
“นี่คือเอกสารทางการจากมหาวิทยาลัยมหิดล ที่คณะกรรมการสรรหาบอร์ดกสทช.ไม่รอ แต่ยังเร่งสรุปจบภายในการประชุม 4 ครั้ง 37 วัน ขณะที่กรรมการสรรหาบางคนไม่เข้าร่วมประชุมเพราะเห็นว่าไม่มีอำนาจ”
วันเดียวกัน นพ.สรณ ยังได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองกลาง คัดค้านคำสั่งศาลปกครองชั้นต้นเมื่อวันที่ 7 ส.ค.2569 กรณีไม่รับฟ้องไว้พิจารณาจากที่นพ.สรณฟ้องเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา