
ความขัดแย้งภายใน กสทช. เกิดขึ้นหลังคณะกรรมการสรรหามีมติว่า นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้ามจากการดำรงตำแหน่งซ้ำซ้อน
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือกสทช. เปิดเผยว่า เชื่อว่าที่สุดแล้วบอร์ดกสทช. ทั้ง 7 คนจะสามารถกลับมาประชุมบอร์ดร่วมกันได้ใหม่อีกครั้ง เพื่อพิจารณาวาระสำคัญที่เหลือค้างอยู่เป็นจำนวนมากได้ต่อไป
ทั้งนี้สืบเนื่องจากการประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 27 ก.ค.2569 ซึ่งเป็นการประชุมนัดแรกหลังที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2569 มีมติว่านพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกสทช.มีลักษณะต้องห้าม เนื่องจากมีการดำรงตำแหน่งหน้าที่อื่นทับซ้อน โดยให้ถือว่าได้สละสิทธิเข้ารับตำแหน่งกรรมการกสทช. ทำให้ 3 บอร์ด ประกอบด้วยพล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ น.ส.พิรงรอง รามสูต และนายศุภัช ศุภชลาศัย วอล์กเอ้าท์ออกจากที่ประชุม ให้เหตุผลว่ามติบอร์ดที่มีนพ.สรณเข้าร่วมประชุมด้วย อาจไม่มีผลตามกฎหมาย หลังนพ.สรณยังเข้าร่วมประชุมอยู่ เนื่องจากมองว่าจะพ้นจากตำแหน่งเมื่อนายกรัฐมนตรีทูลเกล้าให้ออกเท่านั้น
ณ เวลา 20.00 น. ของวันที่ 4 ส.ค.2569 ยังไม่มีบอร์ดคนไหนส่งใบลา ในการประชุมวันที่ 5 -6 ส.ค. 2569 ซึ่งมีวาระเร่งด่วนรอการพิจารณาอยู่ทั้งสิ้น 33 เรื่อง ครอบคลุมการพิจารณาข้อร้องเรียนเกี่ยวกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ รายการโทรทัศน์ และการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค การขยายระยะเวลาการอนุญาตให้ใช้สิทธิการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม การจัดสรร การให้โอนเลขหมาย เป็นต้น
นายไตรรัตน์ กล่าวว่า หากที่ประชุมบอร์ดวันที่ 5 -6 ส.ค.2569 ยังมีบอร์ดที่ไม่ประสงค์เข้าร่วมประชุม ทำให้องค์ประชุมไม่ครบตามข้อกำหนด ซึ่งต้องมีบอร์ดเข้าประชุม 4 คนขึ้นไป ก็ยังมีการประชุมอีกในวันที่ 11-13 ส.ค.และ 18-19 ส.ค. แต่การไม่สามารถจัดประชุมได้ จะเกิดความเสียหายอย่างแน่นอน โดยเฉพาะต่อบริษัทเอกชนที่ต้องดำเนินธุรกิจผ่านการอนุมัติจากบอร์ด เช่น การต่อใบอนุญาต ขออนุมัติเลขหมายมือถือใหม่ การขอสร้างท่อร้อยสายสื่อสาร
“หากเปิดประชุมไม่ได้ เอกชนที่เดือดร้อนมีโอกาสที่จะฟ้องความผิดทางอาญามาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะเขาได้รับผลกระทบจากการที่บอร์ดไม่ปฏิบัติหน้าที่”
“นับตั้งแต่เข้าทำงานที่สำนักงานกสทช.เมื่อเดือนธ.ค.2547 ยุคนี้เป็นยุคที่แย่ที่สุด บอร์ดแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายขนาดนี้ บอร์ดทุกชุดที่ผ่านมาแม้เห็นไม่ตรงกันอย่างไร ก็ยังคงพยายามปฏิบัติหน้าที่ ทำในสิ่งที่ต้องทำ สิ่งที่เกิดขึ้นบั่นทอนขวัญกำลังใจพนักงานไม่น้อย ผมย้ำเตือนกับพนักงานเสมอว่า ทุกคนต้องทำในสิ่งที่รับผิดชอบ เพราะเรารับเงินเดือนหลวง”
เมื่อวันที่่ 3 ส.ค. 2569 ศาลปกครองยังรับฟ้องกรณีนพ.สรณฟ้องเพิกถอนมติของคณะกรรมการสรรหา แต่ยกฟ้องคำร้องที่ขอให้คุ้มครองเป็นการเร่งด่วน
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อวันที่ 4 ส.ค.2569 นายไตรรัตน์ยังได้ลงนามในเอกสารของสำนักงานกสทช. ชี้แจงกรณีบอร์ดกสทช.คนหนึ่ง ขอให้สำนักงานดำเนินการให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากสทช.และให้พิจารณาสถานะการดำรงตำแหน่งประธานกสทช.ให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว มิเช่นนั้นจะไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้
โดยสำนักงานชี้แจงในเอกสารตอบกลับว่า ผลทางกฎหมายของมติกรรมการสรรหายังไม่เป็นที่ยุติ และไม่มีส่วนใดที่สั่งให้บุคคลใดหยุดปฏิบัติหน้าที่ จึงถือว่าบอร์ดทั้ง 7 คนยังต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยการที่บอร์ดคนดังกล่าวแจ้งไม่อาจร่วมประชุมได้นั้น ถือเป็นเรื่องเฉพาะตัวอ้างเหตุความจำเป็น