
GWM (Thailand) เป็นผู้ผลิตรายแรกที่ทำตามเงื่อนไขมาตรการ EV 3.5 ของภาครัฐได้ครบถ้วน โดยใช้โรงงาน GWM Smart Factory จ.ระยอง เป็นฐานการผลิตหลัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า GWM (Thailand) บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์พลังงานใหม่อัจฉริยะสัญชาติจีน ซึ่งเข้ามาดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรในประเทศไทย รวมถึงมีฐานการผลิตหลักที่ จ.ระยอง ได้ประกาศผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชดเชยการนำเข้าได้ครบตามเงื่อนไขของมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 จากสายการผลิตของ GWM Smart Factory จ.ระยอง ส่งผลให้บริษัทเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ดำเนินการได้ครบถ้วนตามข้อกำหนดของมาตรการดังกล่าวก่อนสิ้นสุดระยะเวลา สะท้อนความพร้อมของฐานการผลิตในประเทศและการดำเนินงานตามพันธกรณีที่ให้ไว้กับภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย
ก่อนหน้านี้ GWM (Thailand) ได้เข้าร่วมมาตรการ EV 3.0 และ EV 3.5 ซึ่งเป็นนโยบายของภาครัฐที่มุ่งส่งเสริมการลงทุนด้านการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนสำคัญในประเทศ ภายใต้เป้าหมายผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค โดยเป็นผู้ผลิตรายแรกที่เริ่มเดินสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทย และสามารถผลิตชดเชยการนำเข้าได้ครบตามเงื่อนไขของมาตรการ EV 3.0 ในปี 2568 ก่อนจะดำเนินการครบตามเงื่อนไขมาตรการ EV 3.5 ได้ในเดือน ก.ค. 2569 มีรถ GWM ORA 5 EV เป็นรุ่นหลักในการผลิตเพื่อรองรับเงื่อนไขดังกล่าว
ทั้งนี้ การดำเนินการได้ครบตามเงื่อนไขของมาตรการ EV 3.5 มีนัยสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นต่อแนวทางส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ เนื่องจากสะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการสามารถลงทุนและผลิตในประเทศได้ตามแผนที่กำหนดไว้ ขณะเดียวกันยังช่วยสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างการผลิตภายในประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการต่อยอดประเทศไทยจากฐานการผลิตรถยนต์กระบะและอีโคคาร์ ไปสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
ปัจจุบัน GWM Smart Factory จ.ระยอง เป็นฐานการผลิตรถยนต์แบบครบวงจรที่รองรับการผลิตรถยนต์หลายระบบขับเคลื่อนบนสายการผลิตเดียวกัน ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) รถยนต์ไฮบริด (HEV) และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) มีกำลังการผลิตสูงสุด 80,000 คันต่อปี และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยรถยนต์ไฟฟ้าที่จำหน่ายในประเทศไทยจะมาจากสายการผลิตแห่งนี้เป็นหลัก พร้อมรองรับการส่งออกในระยะต่อไป
ในด้านห่วงโซ่อุปทาน GWM มีแผนเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทย (Local Content) ให้มากกว่า 50% ควบคู่กับการขยายความร่วมมือกับผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมต้นน้ำและกลางน้ำ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนการจ้างงานของบุคลากรชาวไทยกว่า 1,100 คน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างฐานการผลิตที่มีความเข้มแข็งและสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจ GWM ระบุว่าจะเดินหน้าผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในประเทศและรองรับการส่งออกในอนาคต ควบคู่กับการสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและระบบนิเวศที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายร่วมผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียนในระยะยาว
สำหรับ GWM เป็นผู้ผลิตรถเอสยูวีและรถกระบะระดับโลก จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในประเทศจีนและยอดขายมากกว่า 1 ล้านคันต่อปี ติดต่อกันมาเป็นเวลา 9 ปี มีเครือข่ายการขายครอบคลุมกว่า 1,000 แห่งใน 170 ประเทศในหลายภูมิภาค