บัญชีม้าเยาวชนเพิ่มพรวด 70%  แบงก์ชาติออกโรงป้องกันเหลี่ยมใหม่ “มิจฉาชีพ”

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

บัญชีม้าเยาวชนเพิ่มพรวด 70% แบงก์ชาติออกโรงป้องกันเหลี่ยมใหม่ “มิจฉาชีพ”

Date Time: 1 ส.ค. 2569 09:40 น.

Summary

แบงก์ชาติล้อมคอกเด็กถูกหลอก สั่งลดวงเงินโอน-ชำระรายวันลง ให้สะท้อนพฤติกรรมใช้จ่ายจริง จากเดิม 30,000-50,000 ต่อวัน เด็ก 10-12 ปีให้โอนได้ไม่เกิน 3,000 บาทต่อวัน เยาวชน 12-14 ปี ไม่เกิน 5,000 บาทต่อวัน 15-17 ปี ไม่เกิน 10,000 บาทต่อวัน หากจำเป็นต้องโอนเกิน ขอเพิ่มวงเงินได้

Latest

“เอกนิติ” อัพเกรดประเทศไทย ตั้ง 3 เป้าดันจีดีพีโตเกิน 3%  ขีดความสามารถแข่งขันติดท็อป 20

น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงการดำเนินการป้องกันภัยทุจริตดิจิทัล ว่า จากการเข้มงวดในการตรวจสอบบัญชีม้าในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าความเสียหายจากภัยทุจริตดิจิทัลมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ มูลค่าความเสียหายกรณีหลอกให้โอนเองอยู่ที่ 1,810 ล้านบาท จากที่เคยพบมูลค่าความเสียหายสูงสุด 8,590 ล้านบาทในช่วงกลางปี 67 นอกจากนั้น, มูลค่าความเสียหายกรณีหลอกให้โอนเองในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมาต่ำกว่า 500 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม, จากการติดตามและแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย พบว่า หลังจากการเข้มงวดทำให้ใช้บัญชีม้าผู้สูงอายุได้ยากขึ้น กลุ่มมิจฉาชีพจึงหันมาใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ของเยาวชนเป็นบัญชีม้าในการกระทำความผิดมากขึ้น อาจส่งผลให้เยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำทุจริตโดยไม่ได้เจตนา จากการเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชี การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดอาญาตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

“จากข้อมูลล่าสุดในเดือน มิ.ย.69 มีบัญชีเงินฝากธนาคารและบัญชี e-Money ของเยาวชนที่เกี่ยวข้องและเป็นบัญชีม้ามีทั้งสิ้น 5,741 บัญชี มูลค่าความเสียหาย 185 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 70.3% จากเดือน ม.ค. ปี 68 ที่มีจำนวน 3,731 บัญชี ธปท. จึงร่วมกับสมาคมธนาคารไทยและผู้ประกอบธุรกิจ e-Money เพื่อยกระดับมาตรการกำหนดวงเงินการโอนและการชำระเงินต่อวันผ่านช่องทางดิจิทัลให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้า (Customer Profiling) โดยกำหนดมาตรฐานวงเงินเริ่มต้นสำหรับลูกค้ากลุ่มเยาวชน เพื่อลดความเสี่ยงที่มิจฉาชีพจะนำบัญชีของเยาวชนไปใช้ก่ออาชญากรรมทางการเงิน”

ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. กล่าวต่อว่า จากการพิจารณาวงเงินให้สอดคล้องกับข้อมูลการใช้งานจริงของลูกค้าในกลุ่มเยาวชน พบว่า จากเกณฑ์เดิมที่อนุญาตให้วงเงินโอนและชำระเงินต่อวัน สำหรับเด็ก 12-14 ปี ไม่เกิน 30,000 บาทต่อวัน และกรณีเด็กอายุ 15-17 ปี ไม่เกิน 50,000 บาทต่อวันนั้น ไม่น่าจะสะท้อนพฤติกรรมการใช้งานของเยาวชนส่วนใหญ่ตามปกติ ดังนั้น, เพื่อลดความเสี่ยงการถูกหลอกให้โอนเงิน และนำบัญชีไปเป็นบัญชีม้า จึงได้กำหนดวงเงินใหม่ สำหรับเด็กอายุ 10 ปี - ไม่เกิน 12 ปี สามารถมีบัญชี e-Money ได้ แต่ยังไม่สามารถมีบัญชีเงินฝากธนาคาร ให้โอนเงินและชำระเงินต่อวันได้ไม่เกิน 3,000 บาทต่อวัน เยาวชนอายุ 12 ปี - ไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมีได้ทั้งบัญชีเงินฝากธนาคาร และบัญชี e-Money สามารถโอนเงินและชำระเงินต่อวันได้ไม่เกิน 5,000 บาทต่อวัน ขณะที่เยาวชน อายุ 15 ปี - ไม่เกิน 18 ปี กำหนดให้โอนเงิน และชำระเงินต่อวัน ไม่เกิน 10,000 บาทต่อวัน ทั้งนี้ ไม่รวมธุรกรรมความเสี่ยงต่ำ เช่น โอนไปบัญชีตนเองภายใน Mobile Application เดียวกัน การโอนเงินเพื่อชำระสินเชื่อ หรือการจ่ายค่าสาธารณูปโภค

โดยธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจ e-Money ต้องแจ้งลูกค้าล่วงหน้าก่อนการปรับวงเงิน และจัดให้มีช่องทางติดต่อที่สะดวก เช่น Mobile Application คอลเซ็นเตอร์ และสาขา นอกจากนั้น สำหรับลูกค้าที่ประสงค์จะขอปรับเพิ่มวงเงิน ยังสามารถยื่นขอปรับเพิ่มขึ้นได้ตามความจำเป็น โดยธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจ e-Money จะทยอยปรับวงเงินตามที่กำหนดให้แล้วเสร็จภายในเดือนก.ย.นี้ ในส่วนของบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ และเดือน ต.ค.ในส่วนบัญชี e-money

“ธปท. หวังว่าการยกระดับมาตรการในครั้งนี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่เยาวชนจะตกเป็นเหยื่อหรือถูกหลอกให้นำบัญชีไปใช้เป็นบัญชีม้าได้ และขอให้ผู้ปกครองสร้างความเข้าใจแก่บุตรหลานว่า การเปิดบัญชีให้ผู้อื่นหรือให้ผู้อื่นมาใช้บัญชี ถือเป็นการกระทำทุจริตที่มีผลทางกฎหมาย หากบัญชีถูกนำไปใช้กระทำความผิด”


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ