
ช่วงที่ผ่านมาภาวะโลกร้อนที่เปลี่ยนผ่านสู่คำว่า “โลกเดือด” กลายเป็นสิ่งที่ประเทศ ภาคธุรกิจ และระดับบุคคลต้องเริ่มตื่นตัวกันแล้ว เพราะยิ่งปัญหา Climate Change ทวีความรุนแรงผลกระทบต่อคนทุกระดับก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางกระแสที่เปลี่ยนแปลงนี้ประเทศไทยควรต้องเร่งทำเรื่องอะไร และเรากำลังอยู่จุดไหนในการเปลี่ยนแปลงนี้ผ่านงานสัมมนา 2026 Climate Finance Tracker: Time to Walk the Talk มาไว้ในบทความนี้แล้ว
ดร.อรศรัณย์ มนุอมร ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสภาคสถาบันการเงินธนาคารโลก (World Bank) กล่าวว่า บทบาทของ World Bank จึงมองประเด็น Climate Change ในบริบทของการพัฒนา โดยประเทศไทยตั้งเป้าเป็นประเทศรายได้ระดับสูงภายในปี 2037 ซึ่งเศรษฐกิจจะต้องเติบโตปีละประมาณ 5%
ทว่าหากไทยไม่รับมือกับปัญหา Climate Change อย่างเพียงพอ เศรษฐกิจอาจโตไม่ได้ตามที่หวังไว้ รวมถึงอาจส่งผลกระทบทำให้ GDP ลดลงได้ถึง 7-14% ภายในปี 2050 ซึ่งตัวเลขผลกระทบเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับว่าไทยเราลงทุนเรื่องที่เกี่ยวกับ Climate Change เท่าไรมากแค่ไหนทั้ง Mitigation การลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ Adaptation การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
จากรายงาน Country Climate Development Report ล่าสุดที่ออกมาเมื่อปี 2025 ของ World Bank ประเมินว่าไทยอาจต้องมีการลงทุนเพิ่มในส่วนที่เกี่ยวกับ Climate Change อยู่ที่ประมาณ 220,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอีก 25 ปีข้างหน้า (คิดเป็นประมาณ 2.4% ของ GDP สะสม) โดยประเมินว่า ส่วน Mitigation อยู่ที่ 96,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนที่ 2 ลงทุนใน Adaptation อีก 105,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และส่วนที่ 3 อีกราว 20,000 กว่าล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการลงทุนที่ได้ประโยชน์ทั้งสองทาง เช่น การทำ Nature-based Solution อย่างการปลูกป่าชายเลน ที่ช่วยปรับตัวจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไปและป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เป็นต้น
ในรายงานนี้อยากเสนอจุดสำคัญว่า การลงทุน Climate Change อาจไม่ใช่ต้นทุนเท่านั้น แต่เป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย อย่างมิติการลงทุน Mitigation เกิดได้ในหลายอุตสาหกรรมที่เป็น Green Export ของไทย เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV), ระบบทำความเย็นแบบประหยัดพลังงาน เป็นต้น โจทย์สำคัญคือจะนำเงินทุนจากที่ไหนมา Scale up อุตสาหกรรมเหล่านี้ โดยควรมาจากเงินจากภาครัฐและเอกชน
เมื่ออุตสาหกรรมต่างๆ ต้องการจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจให้ Green ต้องใช้ทั้งเวลาและเงินทุนเพื่อเปลี่ยนผ่าน ซึ่งภาคการเงินจึงเป็นจุดสำคัญในเรื่องนี้ “ชนานันท์ สุภาดุลย์” ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์สถาบัน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เล่าว่า สิ่งที่ธปท. อยากเห็นคือ สถาบันการเงินหรือบรรดาแบงก์ต่างๆ เป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้นได้จริงและวัดผลได้ โดยเห็นพัฒนาการจากเป้าหมายด้านสินเชื่อความยั่งยืนต่างๆ เพิ่มขึ้น
ในด้านการวัดผลแบงก์ใหญ่ๆ มี Transition Plan ที่ระบุเป้าหมายว่าในพอร์ตสินเชื่อของธนาคารจะมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่าไหร่ แล้วก็ต้องมีการตั้งเป้าหมายว่าจะลดอย่างไร ผ่านการเก็บข้อมูลกับลูกค้าและวางแผนในภาพรวมให้เกิดการปรับตัวในภาคธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป ตามหลักที่ว่า “เริ่มให้ทัน แต่ไม่เร่งไปจนสะดุดขาตัวเอง”
ในเรื่อง Climate Finance ปัจจุบัน ธปท. กำลังทำใน 4 เรื่องหลัก คือ
ภาคธนาคารให้สินเชื่อยังมีรายได้จากดอกเบี้ย แต่สำหรับภาคธุรกิจหรือองค์กรที่ต้องมีรายจ่ายมากขึ้นในการปรับตัวกับ Climate Change เขามีมุมมองต่อการเปลี่ยนผ่านนี้แบบไหน กมลพันธ์ ลักษณา เจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าการพัฒนายั่งยืน ธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) เล่าให้ฟังว่า 2-3 ปีที่ผ่านมาลูกค้า (ภาคธุรกิจ) รับรู้กฎเกณฑ์ต่างๆ ทั้งของไทยและต่างประเทศ แต่มักถามว่า “จะลงมือทำอย่างไร” ที่จะลดคาร์บอนฯ ลง หรือลดต้นทุนควบคู่กับการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้จริงอย่างไร
ทั้งหมดนี้จึงกลายเป็นโจทย์ของธนาคารที่ต้อง คิดและมองหาโซลูชันที่เหมาะกับอุตสาหกรรมนั้นๆ และคิดถึงภาพใหญ่ในเชิงกลยุทธ์ขององค์กร โดยเริ่มจากการวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้นในทุกมิติผ่านขั้นตอน Assess (ประเมิน), Analyze (วิเคราะห์), Prevent (ป้องกัน) และ Provide Solution ให้กับลูกค้า จากโจทย์ว่าลูกค้าต้องการอะไร และจะเปลี่ยนผ่านอย่างไรให้ราบรื่น ขณะเดียวกันต้องวิเคราะห์จากพอร์ตสินเชื่อของธนาคารด้วยว่ามีสัดส่วนอยู่ในอุตสาหกรรมไหนบ้าง
ขณะที่การหา Solution ให้ลูกค้าทางธนาคารจะมีกรอบปฏิบัติ Green Financing Framework เพื่อชี้วัดผลให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และปีนี้ได้ปรับให้สอดคล้องกับแนวทางของ Thailand Taxonomy เข้ามาใช้เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าเข้าถึง Solution ด้าน Green Financing มากขึ้น แต่ต้องเป็นไปตามหลักการที่ช่วยลดผลกระทบของ Climate Change เพื่อป้องกันการฟอกเขียว (Greenwash)
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney