ผลกระทบภาษีใหม่ “ทรัมป์”

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ผลกระทบภาษีใหม่ “ทรัมป์”

Date Time: 28 ก.ค. 2569 04:16 น.

Summary

ผลกระทบของภาษีทรัมป์ต่อเศรษฐกิจและภาคผลิตจริงของประเทศไทย จึงยังเป็นเรื่องที่เราทำเป็นลืม หรือมองข้ามไม่ได้ จะมองเพียงตัวเลขส่งออกที่สูงขึ้น ซึ่งมาจากผลของวัฏจักรการเพิ่มขึ้นของกลุ่ม AI ซึ่งเป็น K Shape ในด้านสูงคงไม่ได้

Latest

คัดกรองคนจนรอบใหม่ เกือบ 50% เป็นวัยทำงาน

เมื่อคืนวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ได้ประกาศเก็บภาษีศุลกากรกับ 60 ประเทศคู่ค้า ฐานไม่บังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 (หรือ พ.ศ.2517) ก่อนที่ภาษีศุลกากรเดิมที่ใช้อยู่จะครบกำหนดไม่กี่นาที

ซึ่ง “ประเทศไทย” ไม่พลาดที่จะถูกเก็บในอัตราสูงสุด 12.5% แต่โชคยังดีที่เรามีเพื่อนบ้านใกล้เคียง ได้แก่ จีน ฮ่องกง อินเดีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม ที่ถูกเก็บในอัตราเดียวกัน ทำให้แม้ว่าจากนี้ภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯของไทยจะเพิ่มจาก 10% เป็น 12.5% แต่เมื่อคู่แข่งคนสำคัญที่ส่งออกไปสหรัฐฯ อย่างจีนและเวียดนามถูกเก็บในอัตราเดียวกัน เอกชนไทยก็น่าจะสู้ได้

โดยในช่วง 5 เดือนที่เหลือของปีนี้ นักวิชาการคาดการณ์ว่า การส่งออกไทยไปตลาดสหรัฐฯอาจจะลดลง 4-6% เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีมาตรการภาษี หรือเหลือขยายตัวได้ 25.6-27.6% จากปี 68 ที่ขยายตัว 31.6% ในปีก่อน และทำให้การส่งออกไทยในภาพรวมของปีนี้ ลดลง 0.8-1.2% เหลือขยายตัว 6-7% จากเดิมที่คาด 8%

แต่ยังดีใจไม่ได้ เพราะภายใต้มาตรา 301 นี้ สหรัฐฯยังกล่าวหาไทยในอีกประเด็น คือการมีกำลังการผลิตคงเหลือ ซึ่งสหรัฐฯมองว่า เป็นผลจากเอกชนไทยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในอัตราที่สูงกว่าที่ควรเป็น และกำลังการผลิตเหลือนี้อาจจะมีผลต่อการผลิตสินค้าในราคาต่ำเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐฯ ซึ่งกระทบต่อผู้ผลิตสินค้าของเขาในอนาคต

อาจจะดูเหมือนนิทาน “หมาป่ากับลูกแกะ” แต่เราคงหลีกเลี่ยงผลกระทบนี้ไม่ได้ โดยคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการชี้แจงของ “ทีมไทยแลนด์” แม้ยังไม่มีการกำหนดอัตราภาษีเพิ่ม แต่เราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าสหรัฐฯจะหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาอีกเมื่อไร ซึ่งนักวิชาการมองว่า หากวันไหนเขานำเรื่องนี้มาพิจารณา ไทยมีโอกาสที่จะถูกเก็บภาษีเพิ่มจากกรณีนี้สูง

ขณะเดียวกัน อีกประเด็นที่ต้องจับตามองคือ ประเด็นการแทรกแซงค่าเงิน ซึ่งประเทศไทยยังคงติด 1 ใน 10 ประเทศ ที่อยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด (Monitoring List) ตามรายงานนโยบายเศรษฐกิจและอัตราแลกเปลี่ยนของคู่ค้าสำคัญของสหรัฐฯที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ (US Treasury) เพิ่งเผยแพร่ออกมาในรายงานเดือน ก.ค.

แม้ “แบงก์ชาติ” จะให้ความสำคัญและระมัดระวังในเรื่องนี้มาตลอด แต่ตราบใดที่เรายังเกินดุลการค้าสหรัฐฯในลำดับต้นๆของโลกเช่นนี้ ก็มีโอกาสที่เขาจะใช้ช่องทางนี้เก็บภาษีเราเพิ่มเติมได้ นอกเหนือจากข้อกล่าวหา 2 ข้อข้างต้น

ผลกระทบของภาษีทรัมป์ต่อเศรษฐกิจและภาคผลิตจริงของประเทศไทย จึงยังเป็นเรื่องที่เราทำเป็นลืม หรือมองข้ามไม่ได้ จะมองเพียงตัวเลขส่งออกที่สูงขึ้น ซึ่งมาจากผลของวัฏจักรการเพิ่มขึ้นของกลุ่ม AI ซึ่งเป็น K Shape ในด้านสูงคงไม่ได้ เพราะยังมีส่งออกที่เป็น K ขาล่างที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ ซึ่งอาจจะมากกว่ากลุ่มที่ได้ประโยชน์ด้วยซ้ำ

อยากให้รัฐบาลรีบกลับมามองจุดนี้ให้ดี และหวังว่าเงินช่วยเหลือหรือกองทุนต่างๆ ที่รัฐบาลเตรียมไว้สำหรับช่วยผู้ประกอบการฝ่าวิกฤติภาษีวันนี้ยังทำงานอยู่ ไม่ได้หายหรือถูกโยกไปที่อื่นใดแล้ว!!

มิสเตอร์พี

คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ