
พันเอกสรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT กล่าวว่า ผลดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2569 NT ขาดทุนอยู่ที่ 1,100 ล้านบาท จากการที่สัญญาที่ทำกับพันธมิตรได้แก่ เอไอเอส และทรู ได้สิ้นสุดลง จากที่เคยมีกำไรจากสัญญาพันธมิตรค่ายมือถือปีละ 10,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามจากการควบคุมค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี เชื่อว่าสิ้นปี 2569 น่าจะมีผลขาดทุนอยู่ที่ 4,000 ล้านบาท ดีกว่าแผนประมาณการณ์ที่คาดว่าจะขาดทุน 6,000 ล้านบาท
นอกจากนั้น ณ สิ้นปี 2569 คาดว่า NT จะมีจำนวนพนักงานลดต่ำกว่า 10,000 คนเป็นครั้งแรก จากปัจจุบันที่มีอยู่ 11,000 คน อันเป็นผลจากการปรับโครงสร้างกำลังคนโดยความสมัครใจ (Mutual Separation Plan : MSP) ลดพนักงานผ่านโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด
พันเอกสรรพชัยย์ กล่าวอีกว่า ผลประกอบการในปี 2568 มีกำไรสุทธิ 3,004 ล้านบาท หลังไม่ต้องชำระค่าคดีความซึ่งได้สำรองค่าใช้จ่ายเอาไว้ ส่วนในปี 2569 และปี 2570 ตามแผนรัฐวิสาหกิจคาดการณ์ไว้ว่าจะขาดทุน 2 ปี ก่อนทำกำไรได้อีกครั้งในปี 2571 ราว 1,000 ล้านบาท หากรายได้เป็นไปตามเป้าหมาย
“ปีนี้รายได้ในกลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile) ลดลง ขณะที่การเติบโตของกลุ่มธุรกิจบริการดิจิทัล (Digital Services) ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังไม่สามารถทดแทนรายได้หลักเดิมได้ทัน โดย NT ยังคงเร่งสร้างรายได้จากธุรกิจดิจิทัล ควบคู่กับการบริหารสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยล่าสุดเพิ่งบรรลุข้อตกลงกับเอกชนในการให้เช่าตึกที่สุรวงศ์ในระยะยาว”
โดย NT ยังคงมุ่งพัฒนาธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลควบคู่กับการขยายบริการดิจิทัลและ ICT Solutions เพื่อรองรับความต้องการของภาครัฐและภาคธุรกิจ สะท้อนศักยภาพของธุรกิจดิจิทัลและบริการที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของ NT ในอนาคต ขณะเดียวกัน NT ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการยุทธศาสตร์ของประเทศอย่างต่อเนื่อง อาทิ การพัฒนาโครงข่ายสื่อสารเฉพาะกิจเพื่อรองรับภารกิจด้านความมั่นคงและการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (PSMN) การพัฒนาระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) เพื่อรองรับรัฐบาลดิจิทัล และ NT ยังมุ่งสร้างความมั่นคงด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการคุ้มครองข้อมูลสำคัญของประเทศ ด้วยการผลักดันการบริหารสมดุลเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างประเทศ (International Traffic Balancing) พร้อมทั้งโครงการ National Security Zone และ Digital Sovereignty รวมถึงการพัฒนาระบบวิทยุติดต่อเรือเดินทะเล ตามมาตรฐานองค์กรทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization : IMO) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและสนับสนุนการให้บริการสาธารณะของประเทศ
ตลอดจนเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรและพัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อรองรับธุรกิจใหม่ พร้อมกับเน้นปรับลดค่าใช้จ่าย รวมถึงบูรณาการระบบต่าง ๆ อาทิ ศูนย์ปฏิบัติการเครือข่าย (Network Operations Center : NOC) การเชื่อมโยงระบบโครงข่ายและศูนย์บริการลูกค้า รวมถึงระบบซอฟต์แวร์ต่างๆขององค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สอดคล้องกับสภาพการแข่งขันในปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังมุ่งเพิ่มมูลค่าและใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ขององค์กร และเดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตในระยะยาว ตลอดจนการสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อความมั่นคงของประเทศ และยกระดับการให้บริการดิจิทัลเพื่อภาครัฐและประชาชน