ไทยเบฟชู เศรษฐกิจพอเพียง รับโลกผันผวน ดันธุรกิจไทยเติบโตทั่วถึง

Economics

Thai Economics

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

Tag

ไทยเบฟชู เศรษฐกิจพอเพียง รับโลกผันผวน ดันธุรกิจไทยเติบโตทั่วถึง

Date Time: 7 ก.ย. 2569 07:41 น.

Video

สุดยอดเกมการเงิน Nvidia - Nebius เมื่อ “ชิป” กลายเป็นหลักประกันเงินกู้ | Digital Frontiers EP.75

Summary

ฐาปนยก SEP รับมือโลกผันผวนสร้างการเติบโตทั่วถึงดร.จิรายุยกวิกฤตต้มยำกุ้งเป็นบทเรียนวราวุธชี้เศรษฐกิจ K-Shaped เร่งยกระดับ SMEs เพิ่มขีดแข่งขันดันธุรกิจไทยสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน

  • ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชูเศรษฐกิจไทยสู่เวทีอาเซียนและโลก
  • ฐาปนชูเศรษฐกิจพอเพียง รับมือความไม่แน่นอน สร้างการเติบโตอย่างทั่วถึง
  • ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพ IMF–World Bank เดือน.. เปิดโอกาสแสดงศักยภาพประเทศ
  • ดร.จิรายุยกวิกฤตต้มยำกุ้งชี้ SEP สร้างภูมิคุ้มกันรับความเสี่ยง
  • SEP ยึด 3 หลักพอประมาณมีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันบนพื้นฐานความรู้และคุณธรรม
  • วราวุธห่วงเศรษฐกิจไทยเป็น K-Shaped ชี้ SMEs และแรงงานยังเปราะบาง
  • ดันมอก.9999 สู่ SMEs ใช้ SEP พัฒนาธุรกิจระยะยาวควบคู่ ESG
  • รัฐจับมือเอกชนดัน SMEs ไทยสู่ตลาดโลก สร้างการเติบโตไปพร้อมกัน

Latest


บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ ไทยเบฟ ร่วมสนับสนุนการประชุม The Bangkok Business Summit 2026 ภายใต้แนวคิด “Reinvent Thailand, Resilient ASEAN” จัดโดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมกับกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารโลก เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อหารือแนวทางยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยในอาเซียนและเวทีโลก


ภายในงาน ไทยเบฟร่วมจัดเสวนาหัวข้อ “Growth Reaches Communities: Sufficiency Economy Philosophy” โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา องคมนตรี, นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยเบฟ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองถึงการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) มาประยุกต์ใช้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก


นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยเบฟ กล่าวว่า การที่ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings ในเดือน ต.ค.นี้ เป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของประเทศ และร่วมกันกำหนดแนวทางสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน ให้ผลลัพธ์กระจายไปถึงประชาชนและชุมชนอย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันไทยต้องเตรียมรับความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม


“หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” จึงยังมีความสอดคล้องกับบริบทโลกในปัจจุบัน โดยสามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและการตัดสินใจ เพื่อช่วยให้บุคคลและชุมชนรับมือกับความไม่แน่นอน พร้อมเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง และก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงในระยะยาว


SEP บทเรียนจากวิกฤต สร้างภูมิคุ้มกัน


รองศาสตราจารย์ ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา องคมนตรี กล่าวว่า วิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ไทยเห็นถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจและภาคธุรกิจ โดยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่พระราชทานไว้ เป็นแนวคิดที่ช่วยให้เกิดภูมิคุ้มกันในช่วงวิกฤต

แก่นของเศรษฐกิจพอเพียงประกอบด้วย ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี โดยมีความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน ซึ่งสามารถนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจได้จริง เช่น การพิจารณาว่ากิจกรรมใดมีความจำเป็น ความเสี่ยงใดควรรับ และความเสี่ยงใดสามารถหลีกเลี่ยงได้


“เศรษฐกิจพอเพียงเป็นมากกว่าแนวคิดเชิงนามธรรม หากแต่เป็นกรอบวิธีคิดที่ช่วยให้เราตัดสินใจได้อย่างเป็นรูปธรรม”


อุตสาหกรรมไทยเสี่ยง K-Shaped


ด้าน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญความผันผวนเชิงโครงสร้างจากหลายด้าน ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร และความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกและไทยมีลักษณะ K-Shaped


ขาขึ้นของ K คืออุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและมีบริษัทข้ามชาติเป็นผู้ลงทุน ขณะที่ขาล่างเป็นกลุ่ม SMEs ห่วงโซ่อุปทานระดับท้องถิ่น และแรงงานจำนวนมากที่ยังมีความเปราะบางและเติบโตไม่ทัน หากช่องว่างระหว่างทั้งสองกลุ่มขยายตัวต่อเนื่อง จะกลายเป็นความเสี่ยงเชิงระบบและไม่ใช่การเติบโตที่ยั่งยืน


กระทรวงอุตสาหกรรมจึงนำหลักความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกัน มาเป็นแนวทางปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมไทย โดยหนึ่งในเครื่องมือคือ มาตรฐาน มอก.9999 ซึ่งประยุกต์หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเข้ากับการบริหารองค์กร เพื่อสร้างธุรกิจที่มุ่งความอยู่รอดในระยะยาว ควบคู่กับความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)


นายวราวุธกล่าวว่า ภาครัฐยังส่งเสริมให้ SMEs นำมาตรฐานดังกล่าวมาใช้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ตลาดโลก โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากนักลงทุน ผู้นำอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ และพันธมิตรต่างประเทศ

“เป้าหมายของอุตสาหกรรมไทยยุคใหม่ไม่ใช่เพียงทำให้ประเทศเติบโต แต่ต้องทำให้คนไทยทุกคนมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกัน”


ทั้งนี้ นายวราวุธเน้นว่า การเติบโตและความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจต้องเดินหน้าไปด้วยกัน ไม่ใช่เป้าหมายที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นปัจจัยที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน


การเข้าร่วมงานของไทยเบฟครั้งนี้จึงมุ่งสะท้อนบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้รับมือกับความเปลี่ยนแปลง พร้อมเตรียมความพร้อมของประเทศสำหรับการเป็นเจ้าภาพ การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (The 2026 Annual Meetings of the IMF and the World Bank Group) ในเดือน ต.ค.นี้


Author

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

ไทยรัฐฉบับพิมพ์