บอร์ดบัตรคนจนยอมถอยอีกรอบ! คืนสิทธิทันทีผู้ถือครองอายุรถเกิน 20 ปี - จยย. 15 ปี - รถซาก

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

บอร์ดบัตรคนจนยอมถอยอีกรอบ! คืนสิทธิทันทีผู้ถือครองอายุรถเกิน 20 ปี - จยย. 15 ปี - รถซาก

Date Time: 24 ก.ค. 2569 06:00 น.

Summary

บอร์ดบัตรคนจน ชง ครม. 27 ก.ค. ปรับเพิ่มเกณฑ์การถือครองอายุรถยนต์เกิน 20 ปี มอเตอร์ไซค์ 15 ปี รถสิ้นสภาพใช้งานไม่ได้ กรรมการในวิสาหกิจชุมชน-วิสาหกิจเพื่อสังคม และประชาชนเปิดบัญชีหุ้นไว้ แต่ไม่เคยซื้อขายมาเป็นเวลานาน หรือมีหุ้นหลักร้อยบาทในบัญชี คลังจะคืนสิทธิให้ทันที หลัง ครม.อนุมัติ

Latest

“วิกรม” ชงรัฐร่วมทุนต่างชาติทำไฮสปีดเทรน 3 สนามบิน  “อมตะ” จับมือจีนรุกอุตฯ แห่งอนาคต

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (บอร์ดสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน) เห็นชอบให้ปรับเพิ่มเงื่อนไขการรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ไปจนถึง 20 ก.ย. 2569 ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี แล้วนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติในวันที่ 27 ก.ค. 2569    

สำหรับการปรับเกณฑ์เงื่อนไขการได้รับสิทธิบัตรคนจน ประเด็นการครอบครองรถยนต์ อายุเกิน 20 ปีขึ้นไป, รถจักรยานยนต์หรือมอเตอร์ไซค์อายุเกิน 15 ปีขึ้นไป, รถยนต์-มอเตอร์ไซค์สิ้นสภาพ ถือว่าได้รับการยกเว้น คืนสิทธิบัตรคนจนให้ทันที ส่วนรถโอนลอย และถูกสวมสิทธิ เมื่อยืนยันได้แล้ว ก็คืนสิทธิให้เช่นกัน ส่วนกรณีผู้ถือบัตรคนจนรายเดิม 2.5 ล้านราย ที่ไม่ผ่านคุณสมบัตินั้น เนื่องจากถือครองรถยนต์ใหม่ ใช้งานได้ตามสภาพ ไม่ว่าจะเป็นรถมือ 1 หรือมือสอง ที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ ดังนั้น จึงถือว่ามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ ไม่ได้มายื่นอุทธรณ์อยู่แล้ว

“กรณีรถเป็นซาก สิ้นสภาพการใช้งาน มีรถยนต์อายุเกิน 20 ปี มอเตอร์ไซค์อายุเกิน 15 ปี ก็ต้องคืนความเป็นธรรมให้ประชาชน คืนสิทธิให้ ส่วนคนที่เคยมีบัตรสวัสดิการมาก่อน แล้วเมื่อมีรถยนต์ใหม่ ก็ต้องยอมรับว่ามีความเป็นอยู่ดีขึ้น เพื่อนำสิทธิไปให้คนที่ลำบากกว่า เนื่องจากคนลำบากกว่ามีอีกหลายคน บางคนยังตกหล่น บางคนกรอกเลขบัตรประชาชนผิด กรมการปกครอง กำลังเร่งประสานงานให้การช่วยเหลือ โดยขณะนี้มีประชาชนมายื่นอุทธรณ์แล้ว 340,000 ราย กว่า 40% เป็นเรื่องรถ”    

ส่วนกรณีนักเรียน นักศึกษานอกระบบ แม้จะประกอบอาชีพ แต่มีฐานะลำบาก กระทรวงการคลัง คืนสิทธิให้ ซึ่งกรมส่งเสริมการเรียนรู้ จะช่วยคัดกรองข้อมูลให้ เช่นเดียวกับการคัดกรองบุคคล ที่เป็นกรรมการในวิสาหกิจชุมชน และวิสาหกิจเพื่อสังคม เพราะเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ประชาชนบางราย ฐานะยากจน เป็นอาสาเป็นตัวแทนชุมชนเข้าไปเป็นกรรมการ กลุ่มนี้ก็จะยกเว้นให้ เบื้องต้นมีอยู่ 15,000 ราย แต่ทั้งนี้กรมส่งเสริมการเกษตรและสหกรณ์ และองค์กรวิสาหกิจชุมชนและเพื่อสังคม จะต้องส่งรายชื่อมาให้กระทรวงการคลังอีกครั้ง เพื่อคืนสิทธิให้    

นายวินิจ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีถูกนำชื่อไปสวมสิทธิ เป็นกรรมการในนิติบุคคล กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะเร่งไปดำเนินการตรวจสอบโดยเร่งด่วน สำหรับกรณีประชาชนมีบัญชีหุ้น เปิดซื้อขายไว้นานมาแล้ว แต่ไม่เคยซื้อขาย หรือซื้อขายหลักร้อยบาท ก็จะมีการยกเว้นให้ เพราะมูลค่าน้อยมาก ซึ่งส่วนนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ จำกัด จะไปดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดให้

“กระทรวงการคลัง จะเร่งดำเนินการและคัดกรอง เพื่อช่วยเหลือคนจริงๆ คนลำบากจริงให้ได้รับการช่วยเหลือ โดยเฉพาะรายใหม่ เพื่อให้ได้รับสิทธิในวันที่ 1 ต.ค.2569 นี้เป็นต้นไป ส่วนรายเดิมที่ผ่านเกณฑ์ ก็ได้รับสิทธิตามเดิม โดยผู้ผ่านเกณฑ์ตามที่ประกาศเมื่อวันที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมา คือ 9.51 ล้านราย แบ่งเป็นรายใหม่ 2.30 ล้านราย และรายเก่า 7.21 ล้านราย ส่วนการปรับเกณฑ์แล้วจำนวนจะเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด ต้องรอการพิจารณา”

นายวินิจ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมบอร์ดสวัสดิการแห่งรัฐ มีมติให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม 13.18 ล้านราย ยังคงได้รับสิทธิตามเดิมไปจนถึง 30 ก.ย.2569 หลังจากนั้นคนผ่านเกณฑ์ใหม่ ได้รับสิทธิต่อเนื่อง ส่วนคนไม่ผ่านเกณฑ์ใหม่ เป็นอันสิ้นสุดลง ส่วนโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ไม่มีการดำเนินการใดต่อไป เพื่อให้สิ้นสุดโครงการบรรเทาค่าครองชีพของประชาชนวันที่ 30 ก.ย.2569 และเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 เป็นต้นไป     

“ผมขอย้ำว่า ไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณปี2569 เนื่องจากได้จัดสรรไว้เพียงพอแล้ว และไม่ต้องการให้เกิดความสับสนเนื่องจากช่วงเวลา ดังนั้นจึงต้องการเริ่มต้นใหม่ วันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป หลังสิ้นสุดโครงการมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผ่านการเติมเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และไทยช่วยไทยพลัส 60/40 วันที่ 30 ก.ย.2569”    

ส่วนการขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ จากเดิมสิ้นสุด 31 ก.ค.2569 และส่งเอกสารเพิ่มเติมถึง 16 ส.ค.2569 เปลี่ยนเป็น สิ้นสุด 31 ส.ค.2569 ส่งเอกสารเพิ่มเติมได้ถึงวันที่ 20 ก.ย.2569     

นายวินิจ กล่าวว่า สำหรับจำนวนผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติ เบื้องต้น จำนวน 2.2 ล้านคน มีรถ แบ่งเป็นจักรยานยนต์ 1.2 ล้านคน รถยนต์ 1 ล้านคน  ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ผ่านหลักเกณฑ์ข้อเดียว ขณะที่การเป็นกรรมการนิติบุคคล 120,000 คน มีสินทรัพย์ 860,000 คน มีบัตรเครดิต 250,000 คน  บัญชีหุ้น 334,000 คน มีรายได้เกิน 100,000 บาท 1.612 ล้านคน   ผิดหลักเกณฑ์หลายข้อ         

ขณะที่นายสรพงษ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่ง กล่าวว่า ประชาชนที่มีรถในครอบครอง สามารถดูสมุดคู่มือรถได้ด้วยตัวเองว่า ถ้าอายุเกิน 15 ปี และ 20 ปี ไม่ต้องยื่นอุทธรณ์ เพราะกระทรวงการคลัง จะคืนสิทธิให้ทันที หลังเสนอครม.อนุมัติ ส่วนคนรถสิ้นสภาพ ต้องแจ้งกรมขนส่ง เพื่อคัดรายชื่อออกจากระบบ ส่วนโอนลอย ถูกสวมสิทธิ ก็ต้องตรวจสอบ เพราะมีเรื่องภาษีป้ายมาเกี่ยวข้อง ซึ่งกรมขนส่ง จะเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้นับตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมา จนถึงเวลา 09.00 น. ของวันที่ 23 ก.ค.2569 มีผู้มายื่นเรื่องที่กรมขนส่งทั่วประเทศแล้ว 97,758 คน ครอบคลุมยานพาหนะ 156,430 คัน แบ่งเป็นมอเตอร์ไซค์ 132,233 คัน รถยนต์ 23,617 คัน และอื่นๆ 580 คัน


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ