กลุ่มทุนยักษ์จีนดาหน้าปักหมุดไทย “วราวุธ” ชี้โอกาสไทยผงาดฮับ “ห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก”

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

กลุ่มทุนยักษ์จีนดาหน้าปักหมุดไทย “วราวุธ” ชี้โอกาสไทยผงาดฮับ “ห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก”

Date Time: 22 ก.ค. 2569 06:00 น.

Summary

ทุนยักษ์จีนแห่ปักหมุด! “วราวุธ” ชี้โอกาสไทยผงาดฮับ “Global Value Chain” สปริงบอร์ดส่งออกทั่วโลกรับอานิสงส์คลื่นลงทุนไอที-ดาต้าเซ็นเตอร์นับหมื่นล้านบาท จ่อก้าวสู่ยุค Dark Factory ย้ำหุ่นยนต์มีไว้เสริมศักยภาพ ไม่แย่งงานคนไทย พร้อมเร่งใช้ AI ปฏิวัติอุตสาหกรรมลามถึงภาคเกษตร

Latest

เริ่มแล้ว! เวทีคัดสรรสุดยอด OTOP ปี 69 คึกคัก แห่ส่งประกวดเกือบ 2 หมื่นชิ้น

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังร่วมคณะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ว่า การหารือกับภาคเอกชนจีนสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนจำนวนมากมีความสนใจเข้ามาเพิ่มและขยายฐานการผลิตในประเทศไทย โดยมองไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาคและเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก (Global Value Chain) มากกว่าการผลิตเพื่อจำหน่ายภายในประเทศเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ ปัจจุบันรูปแบบการลงทุนได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงห่วงโซ่อุปทานสำหรับผลิตและขายในประเทศ แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าระดับโลกอย่างแท้จริง โดยนักลงทุนต่างชาติมองไทยเป็นศูนย์กลางในการนำชิ้นส่วนจากหลายประเทศมาประกอบ ก่อนส่งออกไปยังตลาดปลายทางทั่วโลก    

“วันนี้ไทยจะถูกใช้เป็นสปริงบอร์ดในการนำชิ้นส่วนมาประกอบเข้าด้วยกัน มันไม่ใช่แค่การขายจาก A ไป B แต่มันคือการนำชิ้นส่วน A มารวมกับ B เพื่อผลิตและส่งออกไปทำตลาดในประเทศที่ 3 คือ C หรือ D ในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก ประเทศไทยจึงต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่จะมาลงทุน”    

นายวราวุธ กล่าวว่า อีกหนึ่งโอกาสสำคัญคือการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะบริษัทผู้ผลิตสาย Fiber Optic สำหรับเชื่อมต่อระบบ GPU ใน Data Center ซึ่งมีแผนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยด้วยมูลค่านับหมื่นล้านบาท สะท้อนศักยภาพของไทยในการรองรับอุตสาหกรรมดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว    

ทั้งนี้ จากการที่นายกรัฐมนตรีนำคณะเยี่ยมชมโรงงานผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid) ในจีน พบว่าปัจจุบันราคาหุ่นยนต์ลดลงเหลือเพียงตัวละประมาณ 1 ล้านกว่าบาท และมีศักยภาพในการทำงานใกล้เคียงมนุษย์ จึงเชื่อว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โลกจะเข้าสู่ยุค Dark Factory หรือโรงงานอัตโนมัติที่สามารถเดินสายการผลิตได้โดยแทบไม่ต้องใช้แรงงานคน    

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อทดแทนแรงงานไทย แต่เป็นการเสริมศักยภาพให้คนไทยสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย    

สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต (xEV) นายวราวุธ กล่าวว่า ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรควบคู่กับการลงทุน เพราะรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะอีกต่อไป แต่เปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่ผสานเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบ AI มอเตอร์ไฟฟ้า และซอฟต์แวร์ไว้ด้วยกัน    

“รถยนต์ไฟฟ้าในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะ แต่มันเปรียบเสมือนคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีทั้งเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบ AI มอเตอร์ไฟฟ้า และซอฟต์แวร์ ช่างซ่อมรถในอนาคตจึงต้องมีความรู้ทั้งด้านวิศวกรรมไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ และ AI”

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมตั้งเป้าพัฒนาบุคลากรในปีงบประมาณ 2569 จำนวน 200 คน ผ่านหลักสูตรติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าและหลักสูตรช่างเทคนิคซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า ควบคู่กับการผลักดันให้ผู้ประกอบการ SME นำเทคโนโลยี AI มาใช้บริหารจัดการต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเสริมศักยภาพการแข่งขัน นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังเตรียมขยายการใช้ AI ไปสู่ภาคการเกษตร ภายใต้แนวคิด Agricultural Industry โดยจะจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าไปยกระดับประสิทธิภาพการผลิตภาคเกษตร เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และสร้างโอกาสการจ้างงานใหม่ให้กับคนไทย

นายวราวุธ กล่าวว่า หลังจากนี้กระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งผลักดันการประยุกต์ใช้ AI ในทุกภาคส่วน ทั้งสายการผลิต โรงงาน อุตสาหกรรมเหมืองแร่ และการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการจัดการพลังงานและของเสีย พร้อมเร่งปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่ล้าสมัยให้สอดรับกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมยุคใหม่ เพื่อให้ประเทศไทยพร้อมรองรับคลื่นการลงทุนและการแข่งขันในอุตสาหกรรมโลกอย่างเต็มรูปแบบ


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ