
เมื่อเอ่ยถึง “ข้าวไทย” ภาพของเมล็ดข้าวคุณภาพดี กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ และรสสัมผัสที่ครองใจผู้บริโภคทั่วโลก ยังคงเป็นจุดแข็งที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยมาอย่างยาวนาน แต่ในวันที่การแข่งขันในตลาดโลกทวีความเข้มข้น การรักษาความเป็นผู้นำไม่ได้อาศัยเพียงคุณภาพของสินค้า หากต้องสร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ได้ก้าวออกไปสร้างเครือข่ายการค้า เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และเข้าถึงผู้บริโภคในตลาดสำคัญอย่างเป็นรูปธรรม
กรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ จึงผนึกกำลังกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เดินหน้าโครงการ “ยกระดับ SME ข้าวไทย ก้าวสู่ตลาดโลก” ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พร้อมจัดงาน “Thai Rice Roadshow : Think Rice Think Thailand” ระหว่างวันที่ 17-19 ก.ค.ที่ผ่านมา ณ นครกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเปิดประตูการค้า สร้างโอกาสทางธุรกิจ และผลักดันผู้ประกอบการ SME สินค้าข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวไทยให้ก้าวเข้าสู่ตลาดจีน
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมุ่งยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการ SME ไทยให้สามารถเชื่อมโยงกับผู้ซื้อ ผู้นำเข้า และผู้จัดจำหน่ายในต่างประเทศ จนนำไปสู่การส่งออกอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการสร้างการรับรู้ถึงจุดเด่นของข้าวไทยในด้านคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย และความหลากหลายของสายพันธุ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและเพิ่มความต้องการบริโภคข้าวไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะในประเทศจีนที่ยังคงเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย
เหตุผลที่เลือกนครกวางโจวเป็นสถานที่จัดงาน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากเป็นการเลือก “ประตูการค้าข้าว” ของจีนอย่างแท้จริง เพราะกวางโจวเป็นเมืองหลวงของมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการบริโภคข้าวในปริมาณสูงที่สุดของประเทศ อีกทั้งผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ของจีนส่วนใหญ่ก็ตั้งอยู่ที่นี่ ที่สำคัญข้าวไทยกว่าร้อยละ 80 ที่ส่งออกไปจีนล้วนผ่านด่านในมณฑลกวางตุ้ง ก่อนกระจายสู่เมืองต่างๆทั่วประเทศ ทำให้กวางโจวมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการค้าข้าวของจีน และเป็นเวทีที่เหมาะสมสำหรับการนำเสนอศักยภาพของข้าวไทยสู่สายตาผู้ซื้อรายสำคัญ
ภายในงานกรมการค้าต่างประเทศได้นำผู้ประกอบการ SME สินค้าข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวไทยจำนวน 28 ราย เข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า พร้อมเปิดเวทีเจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้นำเข้า ผู้ค้าส่ง และผู้จัดจำหน่ายของจีน เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและสร้างความร่วมมือในระยะยาว ขณะเดียวกันยังมีนิทรรศการนำเสนอข้าวไทย 7 ชนิด ทั้งข้าวหอมมะลิไทย ข้าวขาว ข้าวหอมไทย ข้าวเหนียว ข้าวไรซ์เบอร์รี ข้าวสังข์หยด และข้าวหอมนิล สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของสายพันธุ์และศักยภาพของข้าวไทยที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้หลากหลายกลุ่ม
เสน่ห์ของงานไม่ได้หยุดอยู่เพียงการจัดแสดงสินค้า แต่ยังถ่ายทอดเรื่องราวของข้าวไทยผ่านอาหารจานเด่นที่เป็นที่รู้จักในระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นข้าวอบสับปะรด ข้าวอบใบบัว หรือข้าวเหนียวมะม่วง ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลิ้มลองรสชาติจากวัตถุดิบไทยแท้ การเปิดประสบการณ์ผ่านอาหารเช่นนี้ ช่วยให้ผู้บริโภคสัมผัสคุณค่าของข้าวไทยได้มากกว่าการมองเห็นบนชั้นวางสินค้า เพราะทุกคำที่ได้ชิมคือการบอกเล่า
ความพิถีพิถันของเกษตรกรไทย วัฒนธรรมการกิน และเอกลักษณ์ที่ทำให้ข้าวไทยแตกต่างจากข้าวชนิดอื่น
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการนำพลังของ Soft Power มาสร้างการรับรู้และเพิ่มมูลค่าให้ข้าวไทย ผ่านแคมเปญ “Think Rice Think Thailand : Taste of Thai Cuisine” ซึ่งจัดร่วมกับร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จำนวน 3 แห่งในนครกวางโจว ได้แก่ Mango Tree, Lian Restaurant และ Manmailai ระหว่างวันที่ 18-24 ก.ค.นี้ เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคชาวจีนได้สัมผัสรสชาติอาหารไทยที่ปรุงจากข้าวไทย พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขายที่มอบสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่เป็นบัตรโดยสาร
เครื่องบินไป-กลับ เส้นทางกวางโจว-กรุงเทพฯ เพื่อเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์อาหารไทยระดับไฟน์ไดนิ่งที่ร้าน “ข้าวสารเสก” ย่านทรงวาด กรุงเทพมหานคร โดยเชฟแพม-พิชญา สุนทรญาณกิจ เชฟมิชลินสตาร์ นับเป็นการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว อาหาร และข้าวไทยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
การจัดงาน “Thai Rice Roadshow : Think Rice Think Thailand” จึงไม่ได้เป็นเพียงมหกรรมแสดงสินค้า หากเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับตลาดโลก เปิดพื้นที่ให้ SME ได้แสดงศักยภาพ สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และเรียนรู้ความต้องการของผู้บริโภคในตลาดเป้าหมาย ขณะเดียวกันยังตอกย้ำภาพลักษณ์ของข้าวไทยในฐานะสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียมที่เปี่ยมด้วยมาตรฐาน ความปลอดภัย และเอกลักษณ์เฉพาะตัว
เมื่อผู้บริโภคชาวจีนนึกถึงข้าวแล้วนึกถึงประเทศไทย ตามแนวคิด “Think Rice Think Thailand” ย่อมหมายถึงความสำเร็จที่มากกว่าการเพิ่มยอดขาย เพราะนั่นคือการทำให้แบรนด์ “ข้าวไทย” ฝังอยู่ในความทรงจำของผู้บริโภคทั่วโลก และเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการ SME ข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวไทยเติบโตอย่างมั่นคง สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และพาข้าวไทยก้าวสู่เวทีการค้าโลกได้อย่างสง่างามในระยะยาว.
เจริญสุข ลิมป์บรรจงกิจ
คลิกอ่านคอลัมน์ “The Issue” เพิ่มเติม