
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรรมการคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) กำลังเผชิญบรรยากาศกดดัน ภายหลังมีมติเห็นชอบร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เหล็กข้ออ้อย ที่กำหนดให้เหล็กแท่งซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบต้องผลิตด้วยกรรมวิธีเบสิกออกซิเจน (BO) หรือเตาอาร์กไฟฟ้า (EF) ซึ่งเป็นกระบวนการที่สามารถควบคุมคุณภาพได้ในระดับที่มั่นใจและเทียบเท่ามาตรฐานสากล
โดยหลังจากมีมติดังกล่าวกลับเกิดเหตุการณ์ที่สร้างความวิตกแก่กรรมการหลายราย เมื่อได้รับหนังสือลับส่งตรงถึงที่อยู่ส่วนตัว ขอให้ทบทวนการพิจารณาและการลงมติ พร้อมอ้างให้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อความเสียหายทางแพ่งที่อาจเกิดขึ้น
การส่งหนังสือในลักษณะดังกล่าวไม่ได้ส่งผ่านคณะกรรมการหรือช่องทางทางการ หากแต่ระบุถึงกรรมการเป็นรายบุคคล จนสร้างความกังวลให้ทั้งตัวกรรมการและครอบครัว เพราะมองว่าเป็นพฤติการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความรู้สึกปลอดภัย และเกรงว่าแรงกดดันอาจพัฒนาไปสู่รูปแบบอื่นในอนาคต จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมดูแลความปลอดภัยของกรรมการผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ
อีกประเด็นที่ถูกตั้งคำถามอย่างกว้างขวาง คือผู้ส่งหนังสือได้รับชื่อและที่อยู่ของกรรมการแต่ละรายมาจากแหล่งใด เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวไม่ควรถูกเผยแพร่แก่บุคคลภายนอก หากพบว่ามีการรั่วไหลของข้อมูลจากบุคคลหรือหน่วยงานภายในกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการเมืองหรือข้าราชการ ก็ควรมีการตรวจสอบอย่างโปร่งใส และดำเนินการตามกฎหมายหากพบการกระทำที่ไม่ชอบด้วยระเบียบหรือกฎหมาย
เสียงสะท้อนจากภาคประชาชนและผู้ติดตามประเด็นนี้เห็นตรงกันว่า ข้อถกเถียงเรื่องมาตรฐานเหล็กไม่ควรถูกตัดสินด้วยอิทธิพลหรือแรงกดดันต่อผู้ทำหน้าที่พิจารณา หากแต่ควรยึดหลักฐานทางวิชาการเป็นสำคัญ ทั้งการเปรียบเทียบกับมาตรฐานของนานาอารยประเทศ ผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการ งานวิจัย และข้อมูลทางวิศวกรรมที่พิสูจน์ได้ รวมถึงการกำหนดมาตรฐานที่สามารถป้องกันปัญหาได้ตั้งแต่ต้นทาง มากกว่าปล่อยให้เกิดช่องโหว่แล้วอาศัยการตรวจสอบภายหลังเพียงอย่างเดียว
ขณะเดียวกัน ยังมีข้อเสนอให้สมาคมและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเหล็กเปิดเผยข้อมูลการผลิตอย่างโปร่งใส ไม่ว่าจะเป็นผลการทดสอบ คุณสมบัติทางโลหะวิทยา ระบบควบคุมคุณภาพ กระบวนการกำจัดสิ่งเจือปน ความสม่ำเสมอของคุณภาพน้ำเหล็ก ตลอดจนหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สังคมสามารถตรวจสอบได้บนพื้นฐานของข้อมูลและข้อเท็จจริง
ด้านนายนาวา จันทนสุรคน แกนนำกลุ่ม 10 สมาคมอุตสาหกรรมเหล็ก แสดงความเห็นในกรณีดังกล่าวว่า การแก้ไขมอก.ทุกกรณี ยังมีขั้นตอนประชาพิจารณ์ตามกฎหมายซึ่งผู้เห็นด้วย ผู้เห็นต่าง ภาคประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ หวังว่าทุกฝ่ายจะดำเนินการตามขั้นตอน ต้องไม่ใช้แรงกดดันมาบิดเบือนข้อเท็จจริง รวมถึงการขู่ฟ้องคดีปิดปาก (Anti-SLAPP) ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างภาระ หรือจำกัดการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ ทั้งนี้ขอส่งกำลังใจให้กรรมการทุกท่านเดินหน้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ