ลุ้นสหรัฐฯ หั่นภาษีสินค้าต่ำกว่า 12.5% ปมแรงงานบังคับ ไทยขอเพิ่มรายการสินค้ายกเว้น

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ลุ้นสหรัฐฯ หั่นภาษีสินค้าต่ำกว่า 12.5% ปมแรงงานบังคับ ไทยขอเพิ่มรายการสินค้ายกเว้น

Date Time: 13 ก.ค. 2569 08:47 น.

Summary

  • สหรัฐฯ ไต่สวน 60 ประเทศปมแรงงานบังคับตามม. 301
  • ไทยเผชิญข้อเสนอเก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม 12.5%
  • ไทยส่งข้อมูล และข้อคิดเห็นต่อสหรัฐฯแล้ว
  • จับตาข้อสรุปขั้นสุดท้ายภายใน เดือน..69
  • ไทยขอลดภาษีต่ำกว่า 12.5% แต่ยอมรับโอกาสมีน้อย
  • ขอเพิ่มสินค้าไทย ในบัญชียกเว้นภาษี
  • สหรัฐฯเสนอยกเว้นภาษี 1,655 รายการใน 4 กลุ่มสินค้า
  • เจรจาภาษีไทย-สหรัฐฯ คืบหน้าแต่ยังติดปมเปิดตลาดสินค้าเกษตร

Latest

“คมนาคม” ดัน SMC อัปเกรดระบบควบคุมการบิน ยกระดับน่านฟ้าไทยสู่มาตรฐานสากล

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีที่สหรัฐฯเปิดไต่สวนคู่ค้า 60 ประเทศ รวมถึงไทย ตามมาตรา 301 กฎหมายการค้า ประเด็นนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ใช้แรงงานบังคับ และประกาศผลไต่สวนขั้นต้นเมื่อต้นเดือนมิ.ย.69 โดยเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทย 12.5% ว่า สหรัฐฯได้เปิดให้ทุกประเทศที่ถูกกล่าวหา ส่งเอกสารหลักฐาน ข้อคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น อัตราภาษีที่เหมาะสม รายการสินค้าที่ควรเพิ่ม/ถอดออก ความเหมาะสมของสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี ภายในวันที่ 6 ก.ค.69 ซึ่งไทยได้ส่งไปแล้ว


สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ วันที่ 7 ก.ค.69 สหรัฐฯจะเริ่มต้นรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และภายใน 5 วันหลังจากสิ้นสุดรับฟังความเห็นสาธารณะ จะเปิดให้ส่งข้อโต้แย้ง โดยคาดว่า จะประกาศผลการไต่สวนขั้นที่สุด ภายในเดือนก.ค.นี้ หรือก่อนวันที่ 24 ก.ค.นี้ ที่การเก็บภาษีจากคู่ค้าทั่วโลกอัตรา 10% ตามมาตรา 122 จะสิ้นสุดลง เพื่อให้การเก็บภาษีดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

       


ทั้งนี้ สหรัฐฯจัดให้ไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ยังไม่มีการบังคับใช้กฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับ เช่นเดียวกับ จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม อินเดีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ นอร์เวย์ สิงคโปร์ เป็นต้น และเก็บภาษี 12.5% อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนไทยยืนยันมาตลอดว่า ไม่ได้ใช้แรงงานบังคับ และไทยอยู่ระหว่างประชาพิจารณ์ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ (HRDD Law) เพื่อยกระดับภาคธุรกิจให้ตรวจสอบสิทธิมนุษยชนรอบด้าน ตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่การผลิต ป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนและแรงงานบังคับ

     

“เราอยากให้ปรับลดภาษีที่เก็บจากไทยลงต่ำกว่า 12.5% แต่น่าจะมีความหวังน้อย นอกจากนี้ ไทยยังได้ขอเพิ่มรายการสินค้าที่สหรัฐฯจะยกเว้นจัดเก็บภาษี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตรและอาหาร ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิด เช่น เครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วน เป็นต้น”

         

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้เสนอมาตรการและรายการสินค้าที่ได้รับข้อยกเว้นจัดเก็บภาษี โดยเสนอกลไกพิเศษสำหรับสินค้าสิ่งทอ ที่จะลดภาษีตามโควตา ที่อิงกับปริมาณการนำเข้าวัตถุดิบสิ่งทอจากสหรัฐฯ พร้อมกับประกาศรายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้ารวม 1,655 รายการ 4 กลุ่ม คือ เกษตรและอาหาร (สับปะรด มะพร้าว แป้งมันสำปะหลัง), อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (สมาร์ทโฟน แผงวงจร), พลังงานและแร่ธาตุ, ชิ้นส่วนอากาศยาน


โดยสินค้าที่ไทยได้ประโยชน์สูงสุด คือ มันสำปะหลังแปรรูป ยางพาราแท่ง/น้ำยาง และหน่วยเก็บข้อมูล รวมถึงสินค้าอื่น ทั้งแป้งมันสำปะหลัง ทุเรียนและผลไม้เมืองร้อน สับปะรดแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว เครื่องเทศ ทั้งขมิ้น ขิง เครื่องแกง น้ำยางธรรมชาติ ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง, คอมพิวเตอร์พกพา ฮาร์ดดิสก์ สมาร์ทโฟน แผงวงจรรวม แผงจอภาพ, ทองคำ, เงินแท่ง, ยางล้อเครื่องบิน ที่นั่งบนเครื่องบิน

           

การเปิดไต่สวนคู่ค้า อีก 16 ประเทศรวมไทย ตามมาตรา 301 ประเด็นการมีกำลังการผลิตส่วนเกิน 3 กลุ่มอุตสาหกรรม คือ ยานยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องใช้ไฟฟ้าว่า การประกาศผลการไต่สวนขั้นต้นล่าช้ากว่ากำหนด และยังไม่รู้ว่า จะเก็บภาษีนำเข้าจากไทยอัตราเท่าไร หากจะประกาศให้ทันวันที่ 24 ก.ค.นี้ สหรัฐฯต้องกระชับกระบวนการพิจารณา หากดำเนินการไม่ทัน ก็อาจเก็บภาษีจากประเด็นแรงงานบังคับก่อน หรืออาจจะขอความเห็นชอบจากรัฐสภาให้ขยายระยะเวลาการเก็บภาษี 10% ตามมาตรา 122 ออกไป


ส่วนกรณีที่ไทยอยู่ระหว่างการเจรจาความตกลงภาษีต่างตอบแทนไทย-สหรัฐฯ (ART) นั้น นางอารดา กล่าวว่า ขณะนี้ การเจรจามีความคืบหน้าไปมาก และตกลงกันได้แล้วหลายประเด็น เช่น มาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรม ฯลฯ แต่ยังเหลือประเด็นสำคัญที่ยังต้องเร่งเจรจา โดยเฉพาะการเปิดตลาดสินค้าเกษตร มาตรฐานสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ