
“เหล็ก” อาจเป็นเพียงวัตถุดิบพื้นฐานในสายตาของคนทั่วไป แต่ในโลกของการพัฒนาเศรษฐกิจ เหล็กคือรากฐานสำคัญที่หล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมแทบทุกแขนง ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานการก่อสร้าง ยานยนต์ เครื่องจักร พลังงาน ไปจนถึงอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมเหล็กจึงสะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางการเติบโตในระยะยาว
นายนาวา จันทนสุรคน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ SSI มองว่า แม้เศรษฐกิจโลกจะยังเผชิญความผันผวนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันทางการค้าที่รุนแรง และความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ แต่ประเทศไทยยังมีโอกาสสร้างความแข็งแกร่งให้ภาคอุตสาหกรรมได้ หากสามารถรักษาขีดความสามารถในการผลิตเหล็กภายในประเทศเอาไว้ เพราะประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าเหล็กเป็นหลัก ย่อมมีความเปราะบางต่อความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกมากกว่าประเทศที่มีฐานการผลิตของตนเอง
ในภาพรวมประเทศไทยยังต้องนำเข้าเหล็กประมาณ 11.5-12 ล้านตันต่อปี ขณะที่กำลังการผลิตภายในประเทศอยู่ที่ประมาณ 6.5-7 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม สัญญาณที่น่าสนใจคือผู้ผลิตเหล็กไทยเริ่มกลับมาแข่งขันได้ดีขึ้น โดยเฉพาะตลาดเหล็กแผ่นรีดร้อน ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ SSI แม้ว่าความต้องการใช้ในช่วงต้นปีจะชะลอตัวลง แต่การผลิตภายในประเทศกลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งสามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดจากสินค้าเหล็กนำเข้าได้มากขึ้น สะท้อนว่ามาตรการกำกับดูแลการนำเข้า การป้องกันการหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้า และการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เริ่มเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในอุตสาหกรรมเหล็กยุคใหม่ไม่ได้วัดกันที่ปริมาณการผลิตหรือการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการแข่งขันด้วยคุณภาพ นวัตกรรม และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นแนวทางที่ SSI ยึดถือมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทมุ่งพัฒนาเหล็กคุณภาพสูงสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักร และงานก่อสร้าง โดยเฉพาะเหล็กกำลังสูงที่ช่วยลดน้ำหนักโครงสร้าง เพิ่มความแข็งแรง และตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมสมัยใหม่
ผลลัพธ์ของการลงทุนด้านนวัตกรรมสะท้อนผ่านสัดส่วนผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มพิเศษ หรือ Premium Value Products (PVP) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนคิดเป็นกว่า 53% ของยอดขายในปีที่ผ่านมา และตั้งเป้าขยายสัดส่วนให้มากกว่า 60% ในปีนี้ แนวคิดดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมเหล็กจากการแข่งขันด้านต้นทุน ไปสู่การแข่งขันด้วยคุณค่า เพราะผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและตอบโจทย์เฉพาะทาง จะช่วยให้ลูกค้าสามารถยกระดับศักยภาพการแข่งขันของตนเองได้เช่นกัน
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมโลก คือความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม SSI จึงเดินหน้าพัฒนา Steel Green Supply Chain ครอบคลุมทั้งกระบวนการจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การใช้พลังงาน การบริหารจัดการทรัพยากร และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งใน Scope 1 และ Scope 2 พร้อมเตรียมขยายไปสู่ Scope 3 ผ่านการจัดหาวัตถุดิบเหล็กต้นน้ำที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำ เพื่อรองรับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรปอย่าง CBAM ซึ่งกำลังมีบทบาทต่อการค้าระหว่างประเทศมากขึ้น
เมื่อพิจารณาในระดับภูมิภาค อาเซียนยังเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ทั้งจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม การพัฒนาเขตเศรษฐกิจ การลงทุนด้านพลังงาน และการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ ประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่ในศูนย์กลางของภูมิภาค จึงมีโอกาสได้รับประโยชน์จากกระแสการลงทุนดังกล่าว แต่โอกาสจะเกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่ออุตสาหกรรมภายในประเทศยังคงมีความสามารถในการแข่งขันเพียงพอที่จะเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค
ประเด็นที่กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ SSI ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบ ชิ้นส่วน และบริการที่ผลิตในประเทศ หรือ Local Content เพราะแม้ประเทศไทยจะประสบความสำเร็จในการดึงดูดการลงทุนจากผู้ผลิตยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกมาอย่างยาวนาน จนเกิดระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง แต่การลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าระลอกใหม่กลับมีการนำเข้าชิ้นส่วนและวัตถุดิบจากต่างประเทศในสัดส่วนสูง ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยยังมีโอกาสเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานใหม่ค่อนข้างจำกัด
ทั้งที่ผู้ผลิตเหล็กไทยอย่าง SSI ได้รับการยอมรับตามมาตรฐานของอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก และเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบให้กับผู้ผลิตรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้ารายสำคัญ
มาโดยตลอด หากสามารถผลักดันให้เกิดการใช้ Local Content มากขึ้น ก็จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทย เกิดการจ้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้เติบโตควบคู่ไปกับนักลงทุนต่างชาติได้อย่างแท้จริง!!!
เจริญสุข ลิมป์บรรจงกิจ
คลิกอ่านคอลัมน์ “The Issue” เพิ่มเติม