ดันหมืองโปแตชสู่เหมืองแร่สีเขียว อุตสาหกรรมยันจัดการสิ่งแวดล้อมเต็มร้อย “ระบบปิด” สมบูรณ์

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ดันหมืองโปแตชสู่เหมืองแร่สีเขียว อุตสาหกรรมยันจัดการสิ่งแวดล้อมเต็มร้อย “ระบบปิด” สมบูรณ์

Date Time: 22 มิ.ย. 2569 07:00 น.

Summary

โครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี ครอบคลุมพื้นที่ 26,400 ไร่ มุ่งเน้นการผลิตแม่ปุ๋ยโพแทสเซียมเพื่อลดราคาปุ๋ยในประเทศ

  • ใช้เทคโนโลยีเหมืองแร่สีเขียว (Green Mining) เช่น ระบบ Room and Pillar และการถมกลับ (Backfilling) เพื่อป้องกันการทรุดตัวของดิน
  • ออกแบบระบบปิดเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของน้ำเค็มและบริหารจัดการน้ำโดยไม่ดึงน้ำจากแหล่งธรรมชาติภายนอก
  • คาดการณ์รายได้จากค่าภาคหลวงและภาษีรวม 77,000 ล้านบาท พร้อมจัดตั้งกองทุนพัฒนาชุมชน 3,100 ล้านบาท
  • วางแผนเริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 2573 โดยอยู่ระหว่างการหาพันธมิตรผู้ร่วมทุนจากประเทศจีน

Latest

ททท. ถ่ายทอดเสน่ห์ผ้าไทย ผนึก “จิม ทอมป์สัน” เปิดคอลเลกชันโกอินเตอร์

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ตรวจเยี่ยมเหมืองแร่โปแตช ของบริษัท เอเชีย แปซิฟิกโปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด (APPC) ว่าโครงการเหมืองแร่โปแตช แห่งนี้ จะผลิตแม่ปุ๋ยโพแทสเซียม ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแม่ปุ๋ยเคมี ครอบคลุมพื้นที่คำขอ 26,400 ไร่ โดยทิศทางการดำเนินโครงการเหมืองแร่ของ APPC จะเป็นการยกระดับสู่ Green Mining หรือเหมืองแร่สีเขียว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่    

ดังนั้น หัวใจสำคัญของโครงการนี้ คือการนำเทคโนโลยีจากประเทศเยอรมนีที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลกมาใช้ในการออกแบบ เพื่อลดผลกระทบทางกายภาพให้เหลือน้อยที่สุด โดยมีรายละเอียดสำคัญ อาทิ 1. เทคนิคห้องสลับเสาค้ำยัน (Room and Pillar) ที่เป็นการเลือกใช้วิธีการทำเหมืองที่เหมาะสมกับธรณีวิทยาของชั้นแร่โปแตชที่มีความหนาเฉลี่ย 3.8 เมตร และอยู่ลึกลงไป 240-380 เมตรจากผิวดิน โดยจะขุดแร่สลับกับการคงเหลือเสาแร่ไว้เพื่อค้ำยันโครงสร้างใต้ดินให้แข็งแรง    

2. ระบบถมกลับ (Backfilling) เมื่อขุดแร่ออกไปแล้ว จะมีการนำกากแร่และหางแร่ถมกลับลงไปในช่องว่างใต้ดินเพื่อเพิ่มความมั่นคงปลอดภัย 3. การันตีด้วยแบบจำลองคอมพิวเตอร์ จากผลการศึกษาพบว่า ภายในระยะเวลา 25 ปีของการทำเหมือง การทรุดตัวของดินจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระดับระนาบเดียว ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งปลูกสร้างบนผิวดินหรือทิศทางการไหลของน้ำธรรมชาติ    

นายวราวุธ กล่าวว่า ในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม โครงการถูกออกแบบมาให้เป็นระบบปิดอย่างสมบูรณ์ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของน้ำเค็มสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ อาทิ บ่อกักเก็บน้ำอัจฉริยะ ก่อสร้างบ่อน้ำใช้ขนาด 2.1 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยคำนวณสมดุลน้ำจากสถิติอุตุนิยมวิทยาของ จ.อุดรธานี ย้อนหลังถึง 60 ปี เพื่อให้โครงการสามารถพึ่งพาตนเองได้โดยไม่ต้องดึงน้ำใต้ดินหรือน้ำผิวดินจากภายนอกมาใช้    

“โครงการดังกล่าว ไม่เพียงแต่สร้างความมั่นคงทางทรัพยากร แต่ยังสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาลให้กับท้องถิ่นและประเทศไทย ที่คาดว่าจะสร้างรายได้ในรูปค่าภาคหลวงแร่และภาษีต่างๆ ให้รัฐบาลและจังหวัดอุดรธานี รวม 77,000 ล้านบาท ตลอดอายุโครงการ และจะมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาชุมชนโดยรอบด้วยงบประมาณ 3,100 ล้านบาท เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนให้กับประชาชนในพื้นที่”

ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ ราคาปุ๋ยในประเทศถูกลง เพื่อให้เกษตรกรไทยได้รับประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรในประเทศ และมีการบริหารจัดการในรูปแบบธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างกระบวนการจัดหาผู้ร่วมทุนจากประเทศจีนที่เป็นบริษัทที่รัฐบาลจีนถือหุ้น 100% และมีประสบการณ์ทำเหมืองโปแตชทั่วโลกเข้ามาเป็นพันธมิตรหลัก แบ่งกรอบเวลา เช่น ปี 2569 เริ่มขั้นตอนการออกแบบโครงสร้างและเพิ่มทุนบริษัทจาก 100 ล้านบาท เป็น 2,600 ล้านบาท, ปี 2570 - 2573 เข้าสู่ช่วงการก่อสร้างโรงงานและระบบเหมือง, ปี 2573 คาดว่าจะเริ่มการผลิตแร่โปแตช (COD) งวดแรกได้จริง และกระทรวงอุตสาหกรรมยังให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของชีวิต โดยจะมีระบบ Tracking หรือการตรวจสอบตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานใต้ดินลึก 300 เมตรได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เหมืองโปแตชแห่งนี้เป็นต้นแบบของการทำเหมืองแร่อุตสาหกรรมที่อยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างสงบสุขและยั่งยืน


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ