
โครงการเหมืองแร่โปแตช จ.อุดรธานี ครอบคลุมพื้นที่ 26,400 ไร่ มุ่งเน้นการผลิตแม่ปุ๋ยโพแทสเซียมเพื่อลดราคาปุ๋ยในประเทศ
นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ตรวจเยี่ยมเหมืองแร่โปแตช ของบริษัท เอเชีย แปซิฟิกโปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด (APPC) ว่าโครงการเหมืองแร่โปแตช แห่งนี้ จะผลิตแม่ปุ๋ยโพแทสเซียม ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแม่ปุ๋ยเคมี ครอบคลุมพื้นที่คำขอ 26,400 ไร่ โดยทิศทางการดำเนินโครงการเหมืองแร่ของ APPC จะเป็นการยกระดับสู่ Green Mining หรือเหมืองแร่สีเขียว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่
ดังนั้น หัวใจสำคัญของโครงการนี้ คือการนำเทคโนโลยีจากประเทศเยอรมนีที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลกมาใช้ในการออกแบบ เพื่อลดผลกระทบทางกายภาพให้เหลือน้อยที่สุด โดยมีรายละเอียดสำคัญ อาทิ 1. เทคนิคห้องสลับเสาค้ำยัน (Room and Pillar) ที่เป็นการเลือกใช้วิธีการทำเหมืองที่เหมาะสมกับธรณีวิทยาของชั้นแร่โปแตชที่มีความหนาเฉลี่ย 3.8 เมตร และอยู่ลึกลงไป 240-380 เมตรจากผิวดิน โดยจะขุดแร่สลับกับการคงเหลือเสาแร่ไว้เพื่อค้ำยันโครงสร้างใต้ดินให้แข็งแรง
2. ระบบถมกลับ (Backfilling) เมื่อขุดแร่ออกไปแล้ว จะมีการนำกากแร่และหางแร่ถมกลับลงไปในช่องว่างใต้ดินเพื่อเพิ่มความมั่นคงปลอดภัย 3. การันตีด้วยแบบจำลองคอมพิวเตอร์ จากผลการศึกษาพบว่า ภายในระยะเวลา 25 ปีของการทำเหมือง การทรุดตัวของดินจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระดับระนาบเดียว ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งปลูกสร้างบนผิวดินหรือทิศทางการไหลของน้ำธรรมชาติ
นายวราวุธ กล่าวว่า ในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม โครงการถูกออกแบบมาให้เป็นระบบปิดอย่างสมบูรณ์ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของน้ำเค็มสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ อาทิ บ่อกักเก็บน้ำอัจฉริยะ ก่อสร้างบ่อน้ำใช้ขนาด 2.1 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยคำนวณสมดุลน้ำจากสถิติอุตุนิยมวิทยาของ จ.อุดรธานี ย้อนหลังถึง 60 ปี เพื่อให้โครงการสามารถพึ่งพาตนเองได้โดยไม่ต้องดึงน้ำใต้ดินหรือน้ำผิวดินจากภายนอกมาใช้
“โครงการดังกล่าว ไม่เพียงแต่สร้างความมั่นคงทางทรัพยากร แต่ยังสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาลให้กับท้องถิ่นและประเทศไทย ที่คาดว่าจะสร้างรายได้ในรูปค่าภาคหลวงแร่และภาษีต่างๆ ให้รัฐบาลและจังหวัดอุดรธานี รวม 77,000 ล้านบาท ตลอดอายุโครงการ และจะมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาชุมชนโดยรอบด้วยงบประมาณ 3,100 ล้านบาท เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนให้กับประชาชนในพื้นที่”
ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ ราคาปุ๋ยในประเทศถูกลง เพื่อให้เกษตรกรไทยได้รับประโยชน์สูงสุดจากทรัพยากรในประเทศ และมีการบริหารจัดการในรูปแบบธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างกระบวนการจัดหาผู้ร่วมทุนจากประเทศจีนที่เป็นบริษัทที่รัฐบาลจีนถือหุ้น 100% และมีประสบการณ์ทำเหมืองโปแตชทั่วโลกเข้ามาเป็นพันธมิตรหลัก แบ่งกรอบเวลา เช่น ปี 2569 เริ่มขั้นตอนการออกแบบโครงสร้างและเพิ่มทุนบริษัทจาก 100 ล้านบาท เป็น 2,600 ล้านบาท, ปี 2570 - 2573 เข้าสู่ช่วงการก่อสร้างโรงงานและระบบเหมือง, ปี 2573 คาดว่าจะเริ่มการผลิตแร่โปแตช (COD) งวดแรกได้จริง และกระทรวงอุตสาหกรรมยังให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของชีวิต โดยจะมีระบบ Tracking หรือการตรวจสอบตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานใต้ดินลึก 300 เมตรได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เหมืองโปแตชแห่งนี้เป็นต้นแบบของการทำเหมืองแร่อุตสาหกรรมที่อยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างสงบสุขและยั่งยืน