ขีดความสามารถแข่งขัน “ไทย” ขยับขึ้น

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ขีดความสามารถแข่งขัน “ไทย” ขยับขึ้น

Date Time: 19 มิ.ย. 2569 06:45 น.

Summary

IMD ประกาศผลจัดอันดับขีดความสามารถการแข่งขันปี 2569 ไทยขยับขึ้น 4 อันดับ จากอันดับ 30 ในปีก่อนเป็นอันดับ 26 ของโลก อานิสงส์ประสิทธิภาพภาคธุรกิจ-โครงสร้างพื้นฐานหนุน ขณะที่สาธารณสุขและการศึกษารั้งอยู่ในกลุ่มอันดับต่ำ จับตาเวียดนามเข้ารอบเป็นปีแรกในอันดับที่ 27 จี้ติดไล่เลี่ยตามหลังไทยเพียงอันดับเดียวเท่านั้น ขณะที่ TMA เตือนภาครัฐเร่งแก้คอร์รัปชั่น-กฎหมายล้าหลัง พร้อมแนะรับมือ AI จี้ติดเวียดนามน้องใหม่

Latest

เคาะ FTA เอฟตาและภูฏาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) โดยศูนย์เพื่อการพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน วิเคราะห์ผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศประจำปี 2569 โดย World Competitiveness Center (WCC) ภายใต้สถาบัน International Institute for Management Development หรือ IMD ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พบว่าปีนี้ประเทศไทยมีอันดับที่ดีขึ้น 4 อันดับ มาอยู่ในอันดับที่ 26 จากทั้งหมด 70 เขตเศรษฐกิจ อันเป็นผลจากอันดับที่ดีขึ้นในด้านประสิทธิภาพของภาคธุรกิจที่ปรับขึ้นถึง 3 อันดับ และโครงสร้างพื้นฐานที่ปรับขึ้น 2 อันดับ ในขณะที่ประสิทธิภาพของภาครัฐมีอันดับคงที่ และสมรรถนะทางเศรษฐกิจลดลง 2 อันดับจากปีก่อนหน้า    

เมื่อเจาะลึกปัจจัยหลัก 4 ด้านที่ IMD ใช้ในการจัดอันดับผ่านตัวชี้วัดรวม 264 ตัวชี้วัด พบว่าในด้านประสิทธิภาพของภาคธุรกิจขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 21 โดยได้แรงหนุนสำคัญจากตลาดแรงงานที่ก้าวกระโดดขึ้นถึง 7 อันดับมาอยู่ที่อันดับ 10 และภาคการเงินที่ขยับดีขึ้น 6 อันดับ อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์ในระดับตัวชี้วัดกลับพบความน่ากังวลเนื่องจากผลิตภาพในภาพรวมและผลิตภาพของแรงงานไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเร่งพัฒนา ส่วนด้านโครงสร้างพื้นฐานปรับตัวดีขึ้นมาอยู่อันดับที่ 45 โดยมีสาธารณูปโภคพื้นฐานเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก แต่โครงสร้างด้านเทคโนโลยีกลับร่วงลงถึง 7 อันดับมาอยู่ที่อันดับ 39 ผลจากการที่ IMD เพิ่มตัวชี้วัดใหม่ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาถึง 9 ตัวชี้วัดในปีนี้ ขณะที่คะแนนด้านสาธารณสุขและการศึกษายังคงรั้งอยู่ในกลุ่มอันดับต่ำที่ต้องได้รับการปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง    

สำหรับประสิทธิภาพของภาครัฐยังคงนิ่งสนิทอยู่ที่อันดับ 32 เท่ากับปีก่อน แม้ว่านโยบายภาษีและการคลังสาธารณะจะปรับตัวดีขึ้น แต่กรอบการบริหารภาครัฐในประเด็นสำคัญที่เป็นความท้าทายเรื้อรัง ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย คอร์รัปชั่น และความโปร่งใสของภาครัฐ ยังคงติดกลุ่มอันดับต่ำมากที่อันดับ 57, 52 และ 51 ตามลำดับ สอดคล้องกับความคิดเห็นของผู้บริหารภาคธุรกิจที่สะท้อนว่ากฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ด้านสมรรถนะทางเศรษฐกิจปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่อันดับที่ 10 จากผลกระทบของการค้าระหว่างประเทศและการจ้างงานที่ชะลอตัวลง แม้การลงทุนระหว่างประเทศจะขยับขึ้นถึง 6 อันดับก็ตาม        

ส่วนภาพรวมในระดับสากล สิงคโปร์ยังคงครองแชมป์เขตเศรษฐกิจที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุดในโลก ตามด้วยฮ่องกง และสวิตเซอร์แลนด์ในอันดับ 3 ขณะที่สหรัฐอเมริกาสามารถเบียดกลับเข้ามาติดท็อป 10 ได้สำเร็จ ทางด้านความเคลื่อนไหวในกลุ่มอาเซียน 6 ประเทศ ประเทศไทยรั้งอันดับ 3 ของกลุ่มรองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย แต่ที่น่าจับตาที่สุดคือการเข้ามาจัดอันดับเป็นปีแรกของเวียดนามในอันดับที่ 27 ซึ่งจี้ติดไล่เลี่ยตามหลังไทยเพียงอันดับเดียวเท่านั้น โดยเวียดนามมีคะแนนด้านประสิทธิภาพของภาครัฐและประสิทธิภาพของภาคธุรกิจสูงกว่าประเทศไทยแล้ว

TMA ระบุว่า แม้อันดับของไทยจะดีขึ้นแต่ยังไม่เพียงพอต่อการแข่งขันในระยะยาว ประเทศไทยยังต้องเผชิญความท้าทายจากภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนของระเบียบการค้าโลก และการก้าวเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกอย่าง AI ทุกภาคส่วนจึงต้องร่วมมือกันอย่างมุ่งมั่นและมีเป้าหมายที่ชัดเจน


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ