แห่จดทรัพย์สินทางปัญญาคึกคัก ดันคำขอใหม่พุ่ง 3.1 หมื่นคำขอใน 5 เดือนแรก

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

แห่จดทรัพย์สินทางปัญญาคึกคัก ดันคำขอใหม่พุ่ง 3.1 หมื่นคำขอใน 5 เดือนแรก

Date Time: 17 มิ.ย. 2569 09:30 น.

Summary

สถิติการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาทุกประเภทในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 รวม 31,917 คำขอ เพิ่มขึ้น 8.72% จากปีก่อน

  • เครื่องหมายการค้ามียอดการยื่นขอสูงสุด โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ การรักษาโรค และสมุนไพรได้รับความนิยมมากที่สุด
  • สิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตรมีการเติบโตชัดเจน โดยเน้นกลุ่มนวัตกรรมด้านยา อาหาร เครื่องดื่ม และเทคโนโลยีการสื่อสาร
  • การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้น 18.13% โดยผลงานส่วนใหญ่เป็นวรรณกรรม ศิลปกรรม และดนตรีกรรม ซึ่งคนไทยเป็นผู้แจ้งข้อมูลถึง 99%
  • กรมทรัพย์สินทางปัญญามุ่งยกระดับบริการเพื่อส่งเสริมการนำนวัตกรรมและผลงานสร้างสรรค์ไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

Latest

กลุ่มเหล็กชงแผน 5 ปีกู้ความเชื่อมั่น ยกระดับสู่เหล็กสีเขียววางรากฐานใหม่อุตสาหกรรมก่อสร้าง

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ในช่วง 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค.) ปี 69 มีสถิติยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในไทย ทั้งเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์, อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ รวมสูงถึง 31,917 คำขอ เพิ่มขึ้นกว่า 8.72% จากช่วงเดียวกันในปี 68 ที่ยื่นจด 29,357 คำขอ ขณะที่สถิติรับจดทะเบียนช่วง 5 เดือน เพิ่มขึ้นทุกประเภท โดยกรมรับจดรวม 24,576 ฉบับ/รายการ เพิ่มขึ้นกว่า 11.1696% จากช่วงเดียวกันในปี 68 ที่รับจด 22,109 ฉบับ/รายการ สำหรับลิขสิทธิ์ แม้ได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์โดยไม่ต้องจดทะเบียน แต่เจ้าของผลงานยื่นแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ 7,214 รายการ เพิ่มขึ้น 18.13% จากช่วงเดียวกันในปี 68 ที่แจ้ง 6,107 รายการ           

สำหรับการยื่นจด/แจ้งดังกล่าว แบ่งเป็น 1.เครื่องหมายการค้า ยื่นคำขอ 23,397 คำขอ เพิ่มขึ้น 7.6496 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 68 ที่ยื่น 21,736 คำขอ สินค้า/บริการที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรกได้แก่ 1.ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย การรักษาโรค และสมุนไพรที่ใช้ในทางการแพทย์ 2,893 คำขอ 2.บริการด้านค้าปลีก 47 คำขอ 3. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม 2,509 คำขอ 4. เครื่องมือและอุปกรณ์ และ5. ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพืช ธัญพืช เครื่องปรุงแต่งกลิ่นและรสอาหาร 1,607 คำขอ โดยเป็นคำขอของคน 55% และต่างชาติ 45% และกรมรับจด 18,040 เครื่องหมาย เพิ่มขึ้น 4.22%            

2.สิทธิบัตรการประดิษฐ์ ยื่นคำขอ 3,662 คำขอ เพิ่มขึ้น 7.99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 68 ที่ยื่น 3,391 คำขอ โดยกลุ่มนวัตกรรมยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด เช่น ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ, นวัตกรรมด้านการสื่อสาร, นวัตกรรมแอนติบอดี้และยาชีววัตถุ, อุตสาหกรรมมาโครโมเลกุล เช่น พลาสติก, อาหารและเครื่องดื่ม โดยเป็นของคนไทย 14% และต่างชาติ 86% ขณะที่กรมรับจด 2,406 ฉบับ เพิ่มขึ้น 18.99%            

3.อนุสิทธิบัตร ยื่นคำขอ 2,244 คำขอ เพิ่มขึ้น 16.69% จากช่วงเดียวกันในปี 68 ที่ยื่น 1,923 คำขอ กลุ่มนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด คือ อาหารและเครื่องดื่ม, ยาสมุนไพร, ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ และการจัดการสารสนเทศ, อุปกรณ์ทางการแพทย์ และเทคโนโลยีชีวภาพที่เกี่ยวกับแอนติบอดีเอนไซม์ โดยเป็น คนไทย 94% และต่างชาติ 696 ขณะที่กรมรับจด 1,152 ฉบับ เพิ่มขึ้น 49.03%            

4.สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ยื่นคำขอ 2,614 คำขอ เพิ่มขึ้น 13.31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 68 ที่ยื่น 2,307 คำขอ โดยแบบผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด คือ ลวดลายผ้า, บรรจุภัณฑ์, รถยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง, เครื่องประดับ และอุปกรณ์ก่อสร้าง เป็นคนไทย 62% และต่างชาติ 38% ขณะที่กรมรับจด 2,978 ฉบับ เพิ่มขึ้น 48.53% 

และ 5.ลิขสิทธิ์ แจ้งข้อมูล 7,214 ผลงาน เพิ่มขึ้น 18.13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 68 ที่ยื่นแจ้ง 6,107 ผลงาน ผลงานที่มีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์มากที่สุด คือ วรรณกรรม, ศิลปกรรม, ดนตรีกรรม, โสตทัศนวัสดุ และสิ่งบันทึกเสียง เป็น คนไทย 99% และต่างชาติ 196

“จำนวนคำขอจดทะเบียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการตื่นตัวของผู้ประกอบการ นักวิจัย และนักสร้างสรรค์ที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญามากขึ้น โดยเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน ทรัพย์สินทางปัญญาถือเป็นสินทรัพย์สำคัญที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยกรมจะยกระดับบริการด้านการจดทะเบียนและการคุ้มครองสิทธิอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการนำผลงานวิจัย นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้มากขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมให้เติบโตในระยะยาว”


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ