
เมื่อ "ค่าแรง" โตไม่ทัน "ค่าข้าว" ดัชนีข้าวแกงสีลม-สาทรเผยคนกรุงฯ ต้องทำงานหลังขดหลังแข็งนานขึ้นกว่าเดิมถึง 1 เท่าตัว สะท้อนวิกฤตค่าครองชีพและอำนาจซื้อที่หดหาย
"ข้าว 1 จาน" อาจเป็นเครื่องวัดคุณภาพชีวิตที่ตรงไปตรงมาที่สุด
เพราะต่อให้เศรษฐกิจโต หุ้นขึ้น หรือ GDP ขยายตัวแค่ไหน หากคนทำงานต้องใช้เวลามากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อซื้ออาหารมื้อเดิม นั่นอาจหมายความว่า ชีวิตอาจกำลังถอยหลัง
ขณะที่ในทางเศรษฐศาสตร์แรงงาน มีดัชนีหนึ่งที่สะท้อน "อำนาจซื้อที่แท้จริง" ของเราได้ชัดเจนที่สุด นั่นคือ "ต้นทุนเวลาในการบริโภค" หรือวัดกันง่ายๆ ว่าเราต้องเอาตัวเอาเวลาไปแลกกับการทำงานกี่นาที เพื่อให้ได้ข้าวมาประทังชีวิต 1 จาน การมองแค่ตัวเลขรายได้ที่เป็นตัวเงินอย่างเดียว จึงบอกไม่ได้เลยว่าวันนี้คนเมืองหลวงอย่างเรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นหรือแย่ลง
ข้อมูลล่าสุดจาก ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (AREA) ที่ได้ลงพื้นที่สำรวจราคาอาหารจานเดียว (ข้าวราดแกง-ก๋วยเตี๋ยว) กว่า 30 ร้าน ย่านสีลม-สาทร ซึ่งเป็นทำเลใจกลางเมือง (CBD) ของคนทำงานออฟฟิศอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 14 ปี (ตั้งแต่ พ.ศ. 2555 - 2569) ได้สะท้อนภาพ "วิกฤตค่าครองชีพ" ของคนกรุงเทพฯ ไว้อย่างน่าตกใจ
หากเราลองย้อนเวลากลับไปดูตัวเลขเปรียบเทียบระหว่าง ปี พ.ศ. 2555 กับ ปัจจุบัน (พ.ศ. 2569) จะเห็นภาพความหนืดของรายได้ที่สวนทางกับค่าอาหารอย่างรุนแรง
พ.ศ. 2555 (พฤษภาคม): ราคาข้าวแกงเฉลี่ยอยู่ที่ 31.0 บาท
พ.ศ. 2569 (พฤษภาคม): ราคาข้าวแกงเฉลี่ยพุ่งไปถึง 65.3 บาท
จะเห็นได้ว่า ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา ราคาข้าวแกง แพงขึ้นถึง +110.6% ขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำปรับเพิ่มขึ้นเพียง +33.3% ส่งผลให้คนทำงานต้องใช้เวลาทำงานเพิ่มขึ้นอีก 40 นาที หรือต้องทำงานนานขึ้นกว่าเดิมเกิน 1 เท่าตัว (+105.3%) เพียงเพื่อแลกข้าว 1 จานเท่าเดิม!
ไม่ใช่แค่กลุ่มผู้ใช้แรงงานขั้นต่ำเท่านั้นที่กระเทือน แต่กลุ่มมนุษย์ออฟฟิศหรือเด็กจบใหม่ชั้นปริญญาตรี ก็เจ็บตัวไม่แพ้กันจากสภาวะเงินเดือนโตไม่ทันค่าครองชีพ
กลายเป็นว่า "เงินเดือนแรกเข้าเพิ่มขึ้น 20% แต่ค่าข้าวแพงขึ้น 110% ทำให้ใน 1 เดือนเราซื้อข้าวได้น้อยลงไปถึง 208 จาน" หรือหมายความว่ากำลังซื้อของเด็กจบใหม่หายวับไปเกือบครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว
หากเราสแกนลึกลงไปว่าทำไมช่วงนี้ราคาอาหารจานเดียวถึงขยับขึ้น 5-10 บาทอย่างน่ากลัว พบว่าล้วนเกิดมาจาก ปัจจัยผลักดันทางต้นทุน (Cost-Push Inflation) รอบด้านที่พ่อค้าแม่ค้าควบคุมไม่ได้
เมื่อนำภาพเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ ไปเทียบกับเมืองหลวงอื่นๆ ในอาเซียน จะพบความจริงที่น่ากังวลว่า คุณภาพชีวิตและการทำงานของคนกรุงเทพฯ กำลังเผชิญความบีบคั้นสูงเป็นลำดับต้นๆ
ข้อมูลล่าสุดจาก South-Eastern Asia : Cost of Living Index by Country 2026 โดย NUMBEO พบว่า ปัจจุบัน ค่าครองชีพในกรุงเทพฯ สูงเป็นอันดับที่ 2 ของอาเซียนอย่างเหนียวแน่น แต่กำลังซื้อที่แท้จริงกลับต่ำกว่าเมืองที่มีค่าครองชีพถูกกว่าอย่าง โฮจิมินห์ และ จาการ์ตา
พูดง่ายๆก็คือ คนกรุงเทพฯ ต้องจ่ายเงินซื้ออาหารสำเร็จรูปแพงกว่าคนโฮจิมินห์ และแพงกว่าคนจาการ์ตา ในขณะที่ฐานเงินเดือนเฉลี่ยของคนไทยไม่ได้แตกต่างกันมากนัก
วิกฤตการณ์ "เหนื่อยเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัวเพื่อแลกข้าวหนึ่งจาน" ของคนกรุงเทพฯ อาจเป็น 1 ในความล้มเหลวเชิงโครงสร้างของระบบการจัดการมูลค่าแรงงานที่ถดถอย รายได้โตช้าเป็นเต่าคลาน แต่อำนาซื้อหดตัวลงอย่างน่าใจหาย
จนดูเหมือนว่า คำเตือนของนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่เคยประเมินไว้ว่า ราคาอาหารตามสั่งในเขตกรุงเทพฯ มีโอกาสขยับขึ้นไปแตะระดับ 120 บาทต่อจานในอนาคตอันใกล้ คงไม่ใช่เรื่องที่เกินจริง
แต่หากปล่อยให้ปัญหานี้เกิดขึ้นไปเรื่อยๆ รัฐไม่มีการรับมือเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน สุดท้ายความเหลื่อมล้ำและหนี้สินภาคครัวเรือนจะยิ่งสะสมจนนำไปสู่การพังทลายในท้ายที่สุด.
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney