บีโอไอ ดึงบริษัทแม่ Ray-Ban ลงทุน“AI Glasses”ในไทย หลังมีข่าวซื้อหุ้นท็อปเจริญ รุกตลาดแว่นอัจฉริยะ

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

บีโอไอ ดึงบริษัทแม่ Ray-Ban ลงทุน“AI Glasses”ในไทย หลังมีข่าวซื้อหุ้นท็อปเจริญ รุกตลาดแว่นอัจฉริยะ

Date Time: 26 พ.ค. 2569 16:04 น.

Video

ปลุก “ต่อมเอ๊ะ” ยังไง ไม่ให้เป็นเหยื่อมิจฉาชีพหลอกลงทุน? กับ ดร.เอ็ม - ดร.กร | Money Issue EP.51

Summary

รัฐบาลไทยหารือกับ EssilorLuxottica เพื่อลงทุนผลิต AI Glasses ในไทย หลังบริษัทซื้อหุ้นท็อปเจริญ

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล นำทีมเจรจากับบริษัทเทคโนโลยีฝรั่งเศสชั้นนำ ณ กรุงปารีส เมื่อ 25 พฤษภาคม
  • EssilorLuxottica มีแผนขยายฐานผลิต AI Glasses ซึ่งเป็นแว่นตาอัจฉริยะในไทย
  • ไทยดึงดูดการลงทุนจากบริษัทฝรั่งเศสในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น Airbus, Imerys, Thales, และ IN Groupe
  • ช่วงปี 2564-2567 มีโครงการลงทุนจากฝรั่งเศสในไทย 93 โครงการ มูลค่ากว่า 29,208 ล้านบาท

Latest


ประเทศไทยกำลังกลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรม “AI Glasses” หลังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยได้หารือกับ EssilorLuxottica บริษัทแม่ของแบรนด์แว่นระดับโลกอย่าง Ray-Ban และ Oakley เพื่อขยายการลงทุนผลิต “แว่นตาอัจฉริยะ” หรือ AI Glasses ในประเทศไทย

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า EssilorLuxottica เข้าซื้อหุ้นในร้านแว่นท็อปเจริญเพื่อขยายเครือข่ายตลาดแว่นตาและช่องทางจัดจำหน่ายในประเทศไทย สะท้อนยุทธศาสตร์รุกตลาดอาเซียนอย่างจริงจังของบริษัทแว่นอันดับหนึ่งของโลก

การหารือดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำทีม “ไทยแลนด์ทีม” เดินทางพบผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมชั้นนำของฝรั่งเศส ณ กรุงปารีส เพื่อดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเข้าสู่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา

AI Glasses ตลาดใหม่ที่ไทยกำลังได้ส่วนแบ่ง

EssilorLuxottica เปิดเผยแผนขยายฐานการผลิต AI Glasses ในไทย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ผสานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ากับแว่นระดับไฮเอนด์ ให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพ บันทึกเสียง ฟังเพลง ใช้งานผู้ช่วย AI แปลภาษา รวมถึงค้นหาข้อมูลจากสิ่งที่มองเห็นผ่านคำสั่งเสียงได้

เทรนด์ดังกล่าวกำลังถูกจับตาในฐานะ AI Devices ยุคถัดไป หลัง Meta ร่วมมือกับ Ray-Ban พัฒนาแว่นอัจฉริยะ “Meta Ray-Ban” ที่ได้รับความนิยมในตลาดโลก และถูกมองว่าอาจเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญของยุค AI หลังสมาร์ตโฟน ปัจจุบัน EssilorLuxottica ดำเนินธุรกิจในไทยมาเกือบ 40 ปี มีพนักงานกว่า 9,000 คน และมีเงินลงทุนสะสมในโครงการที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอกว่า 16,000 ล้านบาท

โดยนอกจาก EssilorLuxottica แล้ว รัฐบาลไทยยังหารือกับบริษัทชั้นนำของฝรั่งเศสอีก 4 ราย ครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรมการบิน EV ไปจนถึง Cybersecurity และ Digital ID ดังนี้

  • Airbus ผู้ผลิตอากาศยานและระบบป้องกันประเทศที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ซึ่งดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 40 ปี บริษัทเตรียมขยายบทบาทไทยสู่ศูนย์กลางดิจิทัลการบินและเทคโนโลยีอากาศยานสมัยใหม่ ทั้งระบบ Virtual Reality, Augmented Reality รวมถึงการพัฒนาวิศวกรเฉพาะทาง โดยปัจจุบัน Airbus ใช้ไทยเป็นหนึ่งในฐานปฏิบัติการสำคัญนอกฝรั่งเศส และมีแผนเพิ่มบุคลากรวิศวกรรมจาก 160 คน เป็นกว่า 200 คน อีก
  • Imerys ผู้นำระดับโลกด้านวัสดุขั้นสูงสำหรับแบตเตอรี่ EV โดยเฉพาะ Conductive Carbon Black และกราไฟต์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแบตเตอรี่ลิเธียมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ในการหารือครั้งนี้รัฐบาลไทยพยายามดึง Imerys เข้ามาเติมเต็มซัพพลายเชน EV ของประเทศ หลังไทยกลายเป็นฐานการผลิตรถ EV ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เปิดโอกาสให้บริษัทขยายการลงทุน Conductive Carbon Black ซึ่งจะช่วยเสริมห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ในประเทศไทยให้แข็งแกร่งและครบถ้วนยิ่งขึ้น
  • Thales บริษัทเทคโนโลยีความมั่นคงและ Cybersecurity ระดับโลก ให้บริการครอบคลุมระบบความมั่นคงไซเบอร์ ระบบป้องกันประเทศ รวมถึงการพัฒนาหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้เสนอแนวทางร่วมมือในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานความมั่นคงไซเบอร์ และระบบป้องกันดิจิทัลกับรัฐบาลไทย
  • IN Groupe ผู้นำด้านระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลของฝรั่งเศสที่เชี่ยวชาญด้านหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ บัตรประชาชนดิจิทัล รวมถึงใบอนุญาตขับขี่ และระบบ Digital ID สำหรับภาครัฐ ได้เสนอความร่วมมือพัฒนาระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลภาครัฐของไทย และวางไทยเป็นศูนย์ทดสอบ Secure ID สำหรับกลุ่มประเทศ CLMV และอาเซียน

ฝรั่งเศสกำลังเดิมพันกับไทย

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทฝรั่งเศสทยอยขยายฐานลงทุนในไทยต่อเนื่อง ทั้งในภาคอุตสาหกรรม ยานยนต์ พลังงาน และวัสดุขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็น Michelin, TotalEnergies, Valeo, Faurecia และ Saint-Gobain รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมการบินและเทคโนโลยีขั้นสูงที่กำลังเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ โดยข้อมูลจากบีโอไอระบุว่า ช่วงปี 2564 ถึงไตรมาส 1 ปี 2569 มีโครงการลงทุนจากฝรั่งเศสยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทยรวม 93 โครงการ มูลค่ากว่า 29,208 ล้านบาท

ภาพที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่ต่างชาติย้ายฐานผลิต แต่กำลังสะท้อนว่า ไทยถูกวางให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางใหม่ของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีระดับโลก ตั้งแต่ AI Devices, EV Battery, Aerospace ไปจนถึง Digital Infrastructure ในยุคที่โลกกำลังจัดระเบียบซัพพลายเชนใหม่อีกครั้ง


อ่านเพิ่มเติม

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -   


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ