
รัฐบาลไทยหารือกับ EssilorLuxottica เพื่อลงทุนผลิต AI Glasses ในไทย หลังบริษัทซื้อหุ้นท็อปเจริญ
ประเทศไทยกำลังกลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรม “AI Glasses” หลังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า รัฐบาลไทยได้หารือกับ EssilorLuxottica บริษัทแม่ของแบรนด์แว่นระดับโลกอย่าง Ray-Ban และ Oakley เพื่อขยายการลงทุนผลิต “แว่นตาอัจฉริยะ” หรือ AI Glasses ในประเทศไทย
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า EssilorLuxottica เข้าซื้อหุ้นในร้านแว่นท็อปเจริญเพื่อขยายเครือข่ายตลาดแว่นตาและช่องทางจัดจำหน่ายในประเทศไทย สะท้อนยุทธศาสตร์รุกตลาดอาเซียนอย่างจริงจังของบริษัทแว่นอันดับหนึ่งของโลก
การหารือดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำทีม “ไทยแลนด์ทีม” เดินทางพบผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมชั้นนำของฝรั่งเศส ณ กรุงปารีส เพื่อดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเข้าสู่ประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา
EssilorLuxottica เปิดเผยแผนขยายฐานการผลิต AI Glasses ในไทย ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ผสานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ากับแว่นระดับไฮเอนด์ ให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพ บันทึกเสียง ฟังเพลง ใช้งานผู้ช่วย AI แปลภาษา รวมถึงค้นหาข้อมูลจากสิ่งที่มองเห็นผ่านคำสั่งเสียงได้
เทรนด์ดังกล่าวกำลังถูกจับตาในฐานะ AI Devices ยุคถัดไป หลัง Meta ร่วมมือกับ Ray-Ban พัฒนาแว่นอัจฉริยะ “Meta Ray-Ban” ที่ได้รับความนิยมในตลาดโลก และถูกมองว่าอาจเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญของยุค AI หลังสมาร์ตโฟน ปัจจุบัน EssilorLuxottica ดำเนินธุรกิจในไทยมาเกือบ 40 ปี มีพนักงานกว่า 9,000 คน และมีเงินลงทุนสะสมในโครงการที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอกว่า 16,000 ล้านบาท
โดยนอกจาก EssilorLuxottica แล้ว รัฐบาลไทยยังหารือกับบริษัทชั้นนำของฝรั่งเศสอีก 4 ราย ครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรมการบิน EV ไปจนถึง Cybersecurity และ Digital ID ดังนี้
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทฝรั่งเศสทยอยขยายฐานลงทุนในไทยต่อเนื่อง ทั้งในภาคอุตสาหกรรม ยานยนต์ พลังงาน และวัสดุขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็น Michelin, TotalEnergies, Valeo, Faurecia และ Saint-Gobain รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมการบินและเทคโนโลยีขั้นสูงที่กำลังเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ โดยข้อมูลจากบีโอไอระบุว่า ช่วงปี 2564 ถึงไตรมาส 1 ปี 2569 มีโครงการลงทุนจากฝรั่งเศสยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทยรวม 93 โครงการ มูลค่ากว่า 29,208 ล้านบาท
ภาพที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่ต่างชาติย้ายฐานผลิต แต่กำลังสะท้อนว่า ไทยถูกวางให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางใหม่ของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีระดับโลก ตั้งแต่ AI Devices, EV Battery, Aerospace ไปจนถึง Digital Infrastructure ในยุคที่โลกกำลังจัดระเบียบซัพพลายเชนใหม่อีกครั้ง
อ่านเพิ่มเติม
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -