ย้ำมาตรฐานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้  รฟม.เปิดนวัตกรรมความปลอดภัย “อุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา”

Economics

Thai Economics

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

Tag

ย้ำมาตรฐานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ รฟม.เปิดนวัตกรรมความปลอดภัย “อุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา”

Date Time: 14 พ.ค. 2569 07:24 น.

Video

รู้จัก Ajinomoto ที่ไม่ใช่ บริษัทผงชูรส แต่เป็นผู้คุมเกมเงียบๆในยุค AI | Digital Frontiers EP.63

Summary

รฟม.เดินหน้าย้ำมาตรฐานสูงสุดก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ เปิดนวัตกรรมความปลอดภัย “อุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา”ใช้เทคโนโลยีสุดทันสมัยในทุกขั้นตอน

Latest


โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) เป็นอีกหนึ่งในเส้นทางรถไฟฟ้าที่คนไทยติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างและรอคอยการเปิดให้บริกา เนื่องจากแนวเส้นทางตัดผ่านพื้นที่เขตเมืองเก่าที่มีความหนาแน่นสูง ผ่านโบราณสถานสำคัญหลายแห่ง และบางส่วนเป็นอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าฯ จะช่วยลดความแออัดของการจราจร ลดเวลาการเดินทางให้กับประชาชน และลดการปล่อยมลพิษ

ทั้งนี้ แม้ว่าที่ผ่านมาโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ จะพบปัญหาจากกรณีการยุบตัวของถนนสามเสน จุดก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีวชิรพยาบาล (PP19) แต่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงฯ ยังเร่งเดินหน้าก่อสร้างโครงการดังกล่าวให้แล้วเสร็จตามกำหนด ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มข้นมากขึ้น ขณะที่การซ่อมแซมพื้นที่ดังกล่าวกำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การดูแลในเรื่องความปลอดภัยอย่างสูงสุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ใช้บริการให้มากที่สุด

.รฟม. ย้ำความปลอดภัยการก่อสร้างสูงสุด

นายกิตติ เอกวัลลภผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม. รักษาการรองผู้ว่าการ (การเงิน) ในฐานะผู้อำนวยการโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) กล่าวว่า ผู้บริหารของ รฟม. ได้ลงพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงฯ เพื่อติดตามการก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรการด้านความปลอดภัยสูงสุดอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการตรวจสอบคุณภาพเครื่องจักร อุปกรณ์ และวัสดุ ในการก่อสร้างต้องได้มาตรฐานสากล ปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เลือกใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ทันสมัยมาใช้ในการดำเนินงานทุกขั้นตอน 

ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนเมษายน 2569 ภาพรวมการก่อสร้างมีความคืบหน้า 72.69% โดยสัญญาที่ 1 เตาปูน   - หอสมุดแห่งชาติ คืบหน้า 85.14% สัญญาที่ 2 หอสมุดแห่งชาติ - ผ่านฟ้า คืบหน้า 82.06% สัญญาที่ 3 ผ่านฟ้า - สะพานพุทธ คืบหน้า 66.61% สัญญาที่ 4 สะพานพุทธ - ดาวคะนอง คืบหน้า 71.74% สัญญาที่ 5 ดาวคะนอง - ครุใน คืบหน้า 52.24% และสัญญาที่ 6 งานออกแบบและก่อสร้างระบบรางตลอดแนวเส้นทางโครงการฯ คืบหน้า 63.25%


.เปิดแผนงานสร้าง “อุโมงค์ลอดเจ้าพระยา”

นายกิตติ กล่าวต่อว่า การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ จุดที่ถือว่าเป็นภารกิจที่มีความท้าทายของโครงการนี้ คือ การก่อสร้างอุโมงค์ช่วงลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา สัญญาที่ 3 ช่วงผ่านฟ้า - สะพานพุทธ เนื่องจากต้องเผชิญกับสภาพดินใต้แม่น้ำ แรงดันน้ำใต้ดินที่สูง ข้อจำกัดด้านพื้นที่ โดยต้องควบคุมไม่ให้เกิดผลกระทบต่อแม่น้ำ โครงสร้างพื้นฐาน และชุมชนโดยรอบ

เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และมีความปลอดภัย รฟม. จึงได้วางแผนและเตรียมการอย่างรอบคอบ โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมด้วยเครื่องขุดเจาะอุโมงค์แบบสมดุลของแรงดันดิน (Earth Pressure Balance: EPB) อันเป็นเทคโนโลยีตามมาตรฐานสากลที่ใช้ในหลายประเทศ และหลายเมืองใหญ่ทั่วโลก โดยหลักการสำคัญของระบบ EPB คือ การควบคุมแรงดันบริเวณหน้าหัวเจาะให้สมดุลกับแรงดันดินและน้ำใต้ดินในสภาพพื้นที่จริง โดยอาศัยการทำงานร่วมกันของใบตัด (Cutter Head) ห้องเก็บดิน (Chamber) ระบบสกรูลำเลียง (Screw Conveyor) และระบบเซนเซอร์และควบคุมอัตโนมัติที่ติดตามค่าพารามิเตอร์แบบเรียลไทม์

ขณะเดียวกัน เลือกใช้เครื่องขุดเจาะอุโมงค์ (Tunnel Boring Machine: TBM) ที่เป็นเทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผ่านการใช้งานและพิสูจน์ประสิทธิภาพมาแล้วจากหลายโครงการในประเทศไทย ซึ่งการเลือกใช้เทคโนโลยีนี้ช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ความแม่นยำ และคุณภาพงานก่อสร้าง เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าโครงการสามารถดำเนินงานได้อย่างปลอดภัยและเป็นมิตรต่อชุมชนโดยรอบ

ที่สำคัญการออกแบบอุโมงค์ ได้ออกแบบโครงสร้างที่แข็งแรง และปลอดภัยตามมาตรฐานสากล กำหนดความลึกของอุโมงค์ที่เหมาะสมเพื่อให้มีชั้นดินกดทับที่มากพอ และออกแบบความแข็งแรงของโครงสร้างอุโมงค์ที่มีค่าเผื่อด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานการออกแบบ โดยคำนวณค่าพารามิเตอร์ต่างๆ เพื่อหาค่าแรงดันหน้าหัวเจาะ ความเร็วรอบของใบตัดดิน อัตราการลำเลียงดิน และอื่นๆ ของเครื่องเจาะอุโมงค์ (TBM) โดยเฉพาะในบริเวณที่ผ่านชั้นดินเหนียวอ่อนจนถึงแข็งในเขตกรุงเทพฯ เพื่อให้หัวเจาะทำงานได้อย่างแม่นยำตลอดแนวเส้นทางการขุดเจาะ 

 ขณะที่ได้มีการสำรวจสภาพทางธรณีวิทยา เจาะสำรวจดินและเก็บตัวอย่างดินเพื่อนำไปทดสอบคุณสมบัติในห้องปฏิบัติการ และการสำรวจอุทกวิทยาอย่างละเอียด ด้วยเครื่องมือสแกนสามมิติ ทำให้รู้ความลึกและสภาพของท้องน้ำครอบคลุมพื้นที่ที่อุโมงค์เจาะผ่าน และมีข้อมูลระดับน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดช่วงระยะเวลาทำงาน 


.เช็กความพร้อม “คน-เทคโนโลยี” ตลอดการทำงาน

นอกจากนั้น โครงการให้ความสำคัญมากกับการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มงาน โดยจะต้องมีการตรวจสอบสภาพของหัวเจาะ เพื่อให้มั่นใจว่าจะทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุดซ่อมบำรุง รวมทั้งความพร้อมของทีมงานที่สามารถทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ระหว่างการขุดเจาะจะทำการตรวจวัดค่าควบคุมการเจาะที่กำหนดไว้แบบเรียลไทม์ พร้อมกับติดตามการเคลื่อนตัวและการเสียรูปของโครงสร้างภายในอุโมงค์อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ยังมีการตรวจวัดการเคลื่อนตัวของดินและอาคารบริเวณสองฝั่งแม่น้ำ เพื่อเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งตรวจวัดการเคลื่อนตัวของสะพานพระปกเกล้า ซึ่งตั้งอยู่ใกล้แนวอุโมงค์ เพื่อให้มั่นใจว่าการก่อสร้างเป็นไปอย่างปลอดภัยตลอดระยะเวลาในการดำเนินงาน

นายกิตติ กล่าวเพิ่มเติมถึงความคืบหน้าของแผนงานการขุดเจาะอุโมงค์ช่วงลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาด้วยว่า การขุดอุโมงค์จะทำใน 2 ส่วน คือ อุโมงค์ฝั่ง Northbound และ อุโมงค์ฝั่ง Southbound  โดยฝั่ง Northbound มีความกว้างประมาณ 220 เมตร ลึกจากท้องน้ำประมาณ 10 เมตร (ท้องน้ำลึกประมาณ 26 เมตร) ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วช่วงต้นเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา เจาะลอดผ่านพื้นที่ใต้ท้องแม่น้ำเจ้าพระยาไปจนถึงอาคารปล่องระบายอากาศหมายเลข 04 (IVS04)  โดยปัจจุบันเข้าสู่สถานีสามยอด เพื่อเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า MRT    สายสีน้ำเงิน (รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล)  ส่วนอุโมงค์ฝั่ง Southbound คาดว่าจะเจาะลอดผ่านพื้นที่ใต้ท้องแม่น้ำเจ้าพระยา ไปจนถึงอาคารปล่องระบายอากาศหมายเลข 04 (IVS04) ประมาณเดือน มิ.ย. 69

“การบริหารจัดการความเสี่ยงการทำงานทุกขั้นตอนได้มีการวิเคราะห์อย่างรอบคอบ รวมไปถึงการประสานงานใกล้ชิดระหว่าง รฟม. ที่ปรึกษาโครงการ และผู้รับจ้าง ทำให้ดำเนินงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าของ รฟม. มีความปลอดภัยอย่างแน่นอน ” 


นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า การก่อสร้างโครงการโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง(ใต้) ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ(กาญจนาภิเษก) สามารถเดินหน้าไปได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยอย่างเต็มที่ และภายใน 1-2 เดือนนี้ รฟม.จะเสนอรายงานการศึกษาวิเคราะห์โครงการฯ ตามพ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 (PPP) ต่อที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) รฟม. ซึ่งผลการศึกษาพบว่า  การเดินรถต่อเนื่องเป็นเส้นทางเดียวกัน ด้วยรูปแบบ PPP Gross Cost จ้างเอกชนเดินรถเหมือนสายสีม่วง(เหนือ) ช่วงเตาปูน-บางใหญ่ เป็นรูปแบบการที่เหมาะสมที่สุด จะทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการเดินทางเชื่อมต่อระบบทั้งสายสีม่วงเหนือ และม่วงใต้ โดยหากบอร์ดเห็นชอบจะมีการเจรจากับผู้รับจ้างสายสีม่วง(เหนือ) ต่อไป โดยมีเป้ากมายจะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)  เห็นชอบภายในปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570 เพื่อให้พร้อมเปิดให้บริการในปี 2573 



Author

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

ไทยรัฐฉบับพิมพ์