
การร้องขอให้กระทรวงการคลังยกเลิก หรือปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เครื่องหนัง กระเป๋าแบรนด์เนม สินค้าแฟชั่นต่างๆไปจนถึงเครื่องสำอาง หรือน้ำหอม น่ะ ยังคงเสนอเข้ามาในทุกรัฐบาล รัฐบาลนี้ก็ด้วย
การร้องขอให้กระทรวงการคลังยกเลิก หรือปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เครื่องหนัง กระเป๋าแบรนด์เนม สินค้าแฟชั่นต่างๆไปจนถึงเครื่องสำอาง หรือน้ำหอม น่ะ ยังคงเสนอเข้ามาในทุกรัฐบาล รัฐบาลนี้ก็ด้วย
เพราะห้างสรรพสินค้าไทยแข่งกันสร้างขึ้นมากมาย แต่ละแห่งมีพื้นที่ค้าขายหลายแสน ตร.เมตร ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ใช้จ่าย และซื้อสินค้าในประเทศมากขึ้น
แต่การที่กระทรวงการคลังยังไม่ตัดสินใจเรื่องนี้ก็เพราะเหตุผลหลายประการด้วยกัน เช่น การยกเลิก หรือลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย อาจส่งผลกระทบถึงสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ สินค้าโอทอป หรือสินค้าที่เป็น Soft Power ของไทย
สิ่งนี้จะทำให้เกิดความแตกต่างของราคาจำหน่ายระหว่างสินค้านำเข้า และสินค้าที่ผลิตภายในประเทศมีช่องแคบน้อยลง ซึ่งจะเกิดผลกระทบต่อยอดขายของสินค้าที่ผลิตได้ชนิดเดียวกันในประเทศลดลง เพราะผู้บริโภคจะหันมาสนใจสินค้านำเข้าที่มีราคาถูกใกล้เคียงกับสินค้าในประเทศ
สิ่งที่จะเกิดตามมาเป็นลูกโซ่ก็คือผลกระทบต่อภาคการผลิตในประเทศ ตามด้วยวัตถุดิบที่จะมีการใช้น้อยลง รวมถึงการจ้างงานในประเทศก็จะลดลงตามไปด้วย
เมื่อการผลิตสินค้าในประเทศพึ่งพายอดขายในประเทศไม่ได้ ก็ต้องหันไปพึ่งพาการส่งออกแทน ตรงนี้อาจส่งผลต่อความมั่นคง และเสถียรภาพของเศรษฐกิจในประเทศที่ต้องแขวนอยู่กับการบริโภคสินค้าต่างประเทศสูงเกินไป
ทีนี้ถ้าหันมาดูกลุ่มผู้ซื้อสินค้าที่อยู่ภายในประเทศที่เป็นคนไทยกันบ้าง เป็นเรื่องแน่นอนว่า คนไทยจะเกิดความลังเลในการเลือกบริโภคสินค้าไทย และสินค้านำเข้า เนื่องจากข้อแตกต่างด้านราคาลดน้อยลง จะส่งผลต่อจิตสำนึกของคนไทยให้หันไปนิยมสินค้านำเข้าจากต่างประเทศมากขึ้น และจะซื้อสินค้าที่ผลิตภายในประเทศน้อยลง เพราะโดยนิสัยคนไทยเองก็ชอบของแบรนด์เนมอยู่แล้ว
ในแนวคิดการลดอัตราภาษีนำเข้าเพื่อให้สินค้านำเข้ามีราคาต่ำลง โดยมีวัตถุประสงค์ และเป้าหมายเพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสนใจที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศมากขึ้น ยังอาจทำให้เกิดความเป็นไปได้ที่เงินตราจะไหลออกนอกประเทศมากกว่าที่จะได้รับเข้ามา
สำหรับร้านค้าปลอดอากรของไทย อันที่จริงก็เป็นแค่ผู้นำเข้าสินค้ามา แล้วขายออกไป ไม่ได้เป็นการส่งเสริมการบริโภคสินค้าแบรนด์เนมที่จะทำให้การขายสินค้าไทยได้รับผลกระทบ เพราะจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม
การยกเลิก หรือลดอัตราภาษีสินค้านำเข้า นอกจากจะไม่ส่งเสริม หรือถึงขั้นทำลายการผลิตสินค้าในประเทศแล้ว ยังทำลายธุรกิจร้านค้าปลอดอากรที่สร้างรายได้หล่อเลี้ยงสนามบินต่างๆด้วย
ขณะที่เจ้าของแบรนด์เนมต่างหากที่จะได้เงินจากการลด หรือยกเลิกภาษีนำเข้าไปเต็มๆ.
มิสไฟน์
คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม