“ของแพง” ใครได้ประโยชน์

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“ของแพง” ใครได้ประโยชน์

Date Time: 12 พ.ค. 2569 04:29 น.

Summary

ค่าใช้จ่ายของคนไทยวันนี้ก็พุ่งขึ้นอย่างน้อย 1,000–2,000 บาท ต่อคนต่อเดือน หรือ 3,500–5,000 บาทต่อครัวเรือน ในขณะที่รายได้ยังคงเท่าเดิม แต่มันยังไม่จบ! เพราะนักเศรษฐศาสตร์มองตรงกันว่าวันนี้ยังเป็นแค่ “น้ำจิ้ม” เพราะเมื่อของกินทยอยขึ้นไปแล้ว ในช่วงต่อไป ถึงเวลา “ของใช้” ที่จะทยอยขึ้นราคา ส่งผลให้เงินเฟ้อปีนี้จะสูงสุดในไตรมาสที่ 3

Latest

เพื่อทะเลไทย ด้วยใจรักษ์ ปีที่ 2

การตัดสินใจออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ วงเงินไม่เกิน 400,000 ล้านบาทของรัฐบาลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับ ทั้ง “ดอกไม้ และก้อนอิฐ” มีทั้งคนสนับสนุน และเสียงวิจารณ์ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยืนยันความจำเป็นที่จะต้องเร่งบรรเทาภาระประชาชน และประคองการขยายตัวของเศรษฐกิจ ท่ามกลางวิกฤติราคาพลังงานที่กำลังกระทบต้นทุนการผลิต และกำลังซื้อของประชาชน

และโครงการที่คนไทยตั้งตารอมากที่สุด คือ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่เป็นการรวมร่างกันระหว่างคนละครึ่งพลัสรูปแบบใหม่ แจกเงินเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน รัฐจ่าย 60% เราจ่าย 40% ให้ผู้มีสิทธิ์ 30 ล้านคน คิดเป็นงบประมาณรัฐ 72,000 ล้านบาท และโครงการเติมเงินบัตรคนจน 13.2 ล้านคน เพิ่มให้เดือนละ 700 บาทต่อคน เป็นเวลา 4 เดือน รวมเป็นเงินประมาณ 36,500 ล้านบาท ซึ่งจะใช้เงินจากการกู้เงินลอตแรก 200,000 ล้านบาท ตาม พ.ร.ก.นี้

เพราะล่าสุด หากถอดตัวเลขจากเงินเฟ้อเดือน เม.ย.ที่พุ่งขึ้น 2.89% จะพบว่า สินค้าที่ราคาเพิ่มขึ้นสูงสุด แน่นอน คือ หมวดพลังงาน ราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 36% ส่วนราคาแก๊สโซฮอล์เพิ่มขึ้น 22% เทียบกับราคาปีก่อน พูดง่ายๆ คือ ใครเคยเติมน้ำมันดีเซลเต็มถัง 2,000 บาท วันนี้ต้องเติม 2,750 บาทถึงจะเต็ม ใช้อย่างประหยัดสุดๆ 2 ถังต่อเดือน ค่าน้ำมัน อย่างเดียวเพิ่มขึ้น 1,500 บาท ส่วนคนที่ไม่มีรถยนต์ ค่าโดยสาร รถเรือสาธารณะก็เพิ่มราคาขึ้นแล้วเช่นกัน

ยังไม่นับราคาอาหารพร้อมทาน อาหารสด ที่กระทรวงพาณิชย์ยอมรับว่า เนื้อสัตว์ผักสดขึ้นราคาจากอากาศที่ร้อนจัด ขณะที่ราคาอาหารจานด่วน ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ฯลฯ ราคาเพิ่มขึ้นเฉลี่ยจานละ 5-10 บาท คิดง่ายๆว่า ถ้าเราเป็นมนุษย์เงินเดือนที่กินข้าวนอกบ้าน 3 มื้อต่อวัน ต้องจ่ายเพิ่มวันละ 15-30 บาท 30 วัน เท่ากับ 450-600 บาทต่อคน

แค่ 2 รายการนี้รวมกัน ค่าใช้จ่ายของคนไทยวันนี้ก็พุ่งขึ้นอย่างน้อย 1,000–2,000 บาท ต่อคนต่อเดือน หรือ 3,500–5,000 บาทต่อครัวเรือน ในขณะที่รายได้ยังคงเท่าเดิม แต่มันยังไม่จบ! เพราะนักเศรษฐศาสตร์มองตรงกันว่าวันนี้ยังเป็นแค่ “น้ำจิ้ม” เพราะเมื่อของกินทยอยขึ้นไปแล้ว ในช่วงต่อไป ถึงเวลา “ของใช้” ที่จะทยอยขึ้นราคา ส่งผลให้เงินเฟ้อปีนี้จะสูงสุดในไตรมาสที่ 3

แต่สวนทางกับราคาที่เพิ่มขึ้น หากถาม “พ่อค้าแม่ค้า” พบว่าวันนี้คนไทยประหยัดมากขึ้น กินข้าวนอกบ้านน้อยลง เดินตลาดก็ไม่คึกคัก แสดงให้เห็น “กำลังซื้อ” ที่ลดลงและกังวลว่าจะลดลงต่อเนื่อง “วันนี้ข้าวของแพงขึ้นก็จริง แต่แทบจะไม่มีใครได้ประโยชน์”

ดังนั้น หากมองในแง่ความจำเป็นเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจ การออก พ.ร.ก.กู้เงินลอตแรก 200,000 ล้านบาท น่าจะมีความจำเป็นในเวลาที่เงินงบประมาณไม่พอใช้ แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงมีงานหนักที่จะต้องชี้แจงการกู้เงินลอตหลัง 200,000 ล้านบาทต่อไปว่าจะสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศอย่างไรให้คุ้มค่า.

มิสเตอร์พี


คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ