
ททท. จัดงาน Amazing Thailand Grand Sale 2026 ระหว่าง 15 มิ.ย.-15 ส.ค. 2569 เน้นสินค้าแบรนด์ไทยและผลิตภัณฑ์ชุมชน
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. เตรียมยกระดับโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2026 ระหว่างวันที่ 15 มิ.ย. – 15 ส.ค. 2569 โดยปรับแนวคิดจากเพียงการมอบส่วนลดสู่การสร้างประสบการณ์การค้นพบเพื่อชูเสน่ห์สินค้าแบรนด์ไทยและผลิตภัณฑ์ชุมชนระดับพรีเมียม การขับเคลื่อนครั้งนี้มุ่งเป้ากระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วง Green Season พร้อมผลักดันไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการชอปปิงระดับโลกที่สร้างรายได้กระจายสู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืนในพื้นที่ยุทธศาสตร์ 6 จังหวัดหลัก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี (พัทยา) เชียงใหม่ อุดรธานี ภูเก็ต และสงขลา (หาดใหญ่)
ทั้งนี้ จากสถิติพบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติมีสัดส่วนการใช้จ่ายด้านชอปปิงสูงถึง 15-20 % ซึ่งเป็นอันดับ 3 รองจากค่าที่พักและอาหาร ททท. จึงมุ่งเป้าไปที่กลุ่มตลาดที่มีกำลังซื้อสูง อาทิ จีน สิงคโปร์ สหรัฐฯ และยุโรป เพื่อมอบประสบการณ์แบบ Unforgettable Experience ผ่านสินค้าแฟชั่น งานคราฟต์ และสินค้ารักษ์โลกจากฝีมือนักออกแบบไทย
โดยโครงการในปีนี้จะมีการจัดทำ Shopping Route เพื่อแนะนำย่านไลฟ์สไตล์ทั่วประเทศพร้อมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสำคัญ อาทิ กิจกรรม SHOP TO GET BAG ที่ให้นักท่องเที่ยวแลกรับของที่ระลึกเมื่อชอปครบ 2,000 บาท กิจกรรม Once Shop One Prize ที่เปิดให้ลุ้นรับรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท และกิจกรรม Shop on Top สำหรับผู้ที่มียอดใช้จ่ายสูงสุด 10 อันดับแรกตลอดโครงการ ทั้งนี้ ททท. คาดหวังว่าการปรับโฉมโครงการในปี 2569 จะต่อยอดความสำเร็จจากปี 2568 ที่เคยสร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 700 ล้านบาท และได้รับความพึงพอใจจากนักท่องเที่ยวสูงถึง 92.92% และขอเชิญชวนผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว นำเสนอการจัดทำโปรโมชั่น เพื่อเข้าร่วมในโครงการนี้ด้วย
นางสาวฐาปนีย์ กล่าวอีกว่า ททท. ยังได้เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดยร่วมมือกับ บริษัท โคแมนชี่ โกโกจิ จำกัด จัดกิจกรรม Bootcamp ยกระดับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวประเภทที่พักสู่เกณฑ์ความยั่งยืน และ B2B Clinic เพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการที่พักและโฮมสเตย์ทั่วประเทศให้ก้าวสู่มาตรฐาน STGs STAR และต่อยอดสู่ระดับสากลอย่าง GSTC ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานให้เป็นระบบนิเวศการท่องเที่ยวสีเขียว (Green Ecosystem) เพื่อผลักดันประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพสูง หรือ Green Tourism Hub ที่สร้างความเชื่อมั่นในเวทีโลก
การดำเนินงานในครั้งนี้ ททท. ให้ความสำคัญกับการใช้ระบบประเมินตนเองที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีจากโคแมนชี่ โกโกจิ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบบริหารจัดการโรงแรม (PMS) โดยมีเป้าหมายหลักในการ Upskill ผู้ประกอบการโรงแรมในเครือข่ายกว่า 900 ราย ให้มีความเข้าใจในเกณฑ์ความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งจัดกิจกรรม Coaching เชิงลึกเพื่อเตรียมความพร้อมสู่มาตรฐาน GSTC (Global Sustainable Tourism Council) ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าการท่องเที่ยวไทยภายใต้นโยบาย Value over Volume
นอกจากกระบวนการเรียนรู้แล้ว ททท. ยังบูรณาการความร่วมมือกับพันธมิตรหลากหลายภาคส่วนผ่านกิจกรรม B2B Clinic เพื่อให้คำปรึกษาด้านการจัดการพลังงาน สิ่งแวดล้อม และการสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ประกอบการ โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC), บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ผ่านการรับรอง STGs STAR แล้วกว่า 2,928 ราย และโครงการนี้จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ระบบมากขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานความยั่งยืนและได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards) จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางการตลาดอย่างเต็มรูปแบบจาก ททท. ทั้งการเข้าร่วมงานส่งเสริมการขายระดับโลก อาทิ WTM London และ ITB Berlin รวมถึงการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อดิจิทัลและเครือข่ายพันธมิตร เพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน