
ทอท. จะปรับขึ้นค่า PSC สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศเป็น 1,120 บาทต่อคน เริ่ม 20 มิ.ย. นี้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เปิดเผยหลังสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ สร.ทอท. เข้าพบเพื่อหารือการขับเคลื่อนการทำงานสู่การเป็นศูนย์กลางการบินอย่างเป็นรูปธรรม ว่าตนได้หยิบยกประเด็นสำคัญเรื่องการปรับอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออกสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ (Passenger Service Charge: PSC) ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเน้นย้ำว่า ทอท. จะต้องยกระดับการให้บริการและการดูแลผู้โดยสารให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ประชาชนจะต้องสัมผัสได้ถึงความคุ้มค่าและประโยชน์ที่ได้รับกลับคืนมาอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีอัตโนมัติ มาใช้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อลดความแออัดและเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง พร้อมทั้งแนะแนวทาง การทำงานควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทาง เข้ามาในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. นี้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. (AOT) จะปรับอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ เป็น 1,120 บาทต่อคน จากเดิมที่จัดเก็บในอัตรา 730 บาทต่อคน มีผลเฉพาะผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยาน ทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, เชียงใหม่, แม่ฟ้าหลวง เชียงราย, ภูเก็ต และหาดใหญ่ ส่วนเส้นทางภายในประเทศยังคงเก็บในอัตราเดิมที่ 130 บาทต่อคน
ก่อนหน้านี้นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT เคยชี้แจงว่า ค่าบริการ PSC นี้ ไม่ใช่ภาษี และไม่ใช่รายได้เพื่อแสวงหากำไรส่วนเกิน แต่เป็นรายได้ที่นำไปใช้เฉพาะในกิจการที่เกี่ยวข้องกับสนามบินตามหลักเกณฑ์สากลของ ICAO (องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ) โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นจะถูกนำไปลงทุนในโครงการสำคัญ เช่น อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) และการนำระบบบริการอัตโนมัติ (CUPPS) มาใช้เพื่อยกระดับความรวดเร็วและความปลอดภัยให้ทัดเทียมมาตรฐานโลก ย้ำว่าค่าบริการ PSC ที่ปรับเพิ่มขึ้นมา จะนำไปใช้ในการพัฒนาท่าอากาศยาน ไม่ใช่นำไปชดเชยรายได้จากกรณีที่คิงเพาเวอร์ (King Power) ขอยกเลิกสัญญาสัมปทาน Duty Free