
กระทรวงพาณิชย์ชะลอการไต่สวนเซฟการ์ด PP นำเข้า หลังเปิดไต่สวนตั้งแต่ ก.ย. 68
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ ได้ชะลอการไต่สวนเพื่อใช้มาตรการปกป้องการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น (เซฟการ์ด) กับเม็ดพลาสติกโพลีโพรพิลีน (พีพี) ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เป็นการชั่วคราว หลังจากเปิดไต่สวนมาตั้งแต่เดือนก.ย.68 ตามที่ผู้ผลิตภายในของไทยยื่นคำร้อง ทั้งนี้ เพื่อช่วยบรรเทาภาวะขาดแคลนเม็ดพลาสติก หลังจากเกิดการสู้รบในตะวันออกกลาง และมีการทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน จนส่งผลให้ปริมาณการผลิตเม็ดพลาสติกลดลง อีกทั้งผู้ซื้อทั่วโลกต่างแย่งกันซื้อสินค้า ผลักดันให้ราคาสูงขึ้น แม้มีเงินซื้อ ก็อาจหาซื้อได้ยาก ขณะเดียวกัน การส่งสินค้าจากตะวันออกกลางเข้าสู่ไทย ทำได้ยากมากขึ้น เพราะต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พื้นที่เสี่ยง จึงอาจทำให้เม็ดพลาสติกในไทยเกิดภาวะตึงตัว และขาดแคลนได้ แม้การเลื่อนการเปิดไต่สวนดังกล่าว จะทำให้ผู้ผลิตของไทยได้รับผลกระทบจากสินค้านำเข้าที่เพิ่มขึ้น โดยมีส่วนแบ่งตลาด ยอดขาย ยอดผลิต กำลังการผลิตลดลง และขาดทุน
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ ได้เชิญภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องมาหารือถึงสถานการณ์เม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ รวมถึงกลุ่มเคมีภัณฑ์และวัสดุที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งไทยต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และกังวลว่าอาจเกิดภาวะขาดแคลนในอนาคตอันใกล้ จึงขอให้กรมการค้าต่างประเทศ ชะลอการไต่สวนเซฟการ์ดไปก่อน เพื่อไม่ให้กระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบ ด้านบรรจุภัณฑ์ จนอาจนำมาสู่การปรับขึ้นราคาสินค้า หรือขาดแคลนสินค้าบางรายการได้
ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ใช้พลาสติก ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม อุปกรณ์ทางการแพทย์ ฯลฯ ยังเสนอให้ภาครัฐ โดยกระทรวงการคลัง และกรมศุลกากรพิจารณายกเลิกภาษีนำเข้าเม็ดพลาสติกด้วยเพื่อการลดภาระต้นทุนเม็ดพลาสติกที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสินค้าอื่นๆ ตามมา อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการลดภาษีนำเข้าเม็ดพลาสติก เป็นอำนาจของกระทรวงการคลัง และกรมศุลกากรพิจารณา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะลดหรือไม่
สำหรับการเปิดไต่สวนเซฟการ์ดกับพีพีจากต่างประเทศ เพราะพบว่า มีการนำเข้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 63 โดยเพิ่มจาก 228,365 ตัน เป็น 390,589 ตันในปี 66 หรือเพิ่มขึ้น 71.03% และการนำเข้าช่วงเดือนม.ค.-ก.ย.ปี 66 เทียบกับปี 67 เพิ่มขึ้นจาก 297,871 ตัน เป็น 351,764 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 18.09% ทำให้ผู้ผลิตภายในของไทยเสียหาย หากเปิดไต่สวนถึงขั้นสุดท้าย และพบการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นจริงจนอุตสาหกรรมภายในของไทยเสียหายจริง ก็อาจใช้มาตรการต่างๆ กับพีพีที่นำเข้าจากทุกประเทศ เช่น เก็บภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้น หรือกำหนดโควตานำเข้าสินค้า