
“ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์” กับภารกิจ ผู้อำนวยการธนาคารออมสินคนใหม่ ปั้นแผนดึงกลุ่มฐานรากเข้าระบบ 1 ล้านราย หนุนเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนกว่า 3 แสนล้าน
ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวในการแถลงวิสัยทัศน์การนำองค์กรและนโยบายการดำเนินงานในฐานะผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ลำดับที่ 18 โดยเปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ออมสินยังคงยึดมั่นในบทบาทการเป็นธนาคารที่เป็นมากกว่าสถาบันการเงิน แต่เป็นที่พึ่งพาในทุกบริบทของสังคมไทย
และนับจากนี้ไปธนาคารพร้อมเดินหน้าต่อเพื่อยกระดับการดำเนินงานมุ่งเป้าหมายการเป็น ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต หรือ “Smart Social Bank for All Lives” ที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมครอบคลุมทุกช่วงชีวิตของคนไทย
“โดยเฉพาะกลุ่มคนตัวเล็ก หรือ SME ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่ออมสินให้ความสำคัญเป็นพิเศษ กลุ่มคนเหล่านี้มักเข้าไม่ถึงบริการของธนาคารพาณิชย์ทั่วไป เพราะอาจจะไม่มีหลักประกัน ไม่มีประวัติทางการเงิน หรือไม่มีเดินบัญชีสม่ำเสมอ แต่ออมสินจะเปิดประตูรับคนกลุ่มนี้ด้วยการใช้เกณฑ์การพิจารณาที่ยืดหยุ่นขึ้น คิดดอกเบี้ยที่ไม่แพง และมอบเครื่องมือเสริมความรู้ทางการเงินให้พวกเขาสามารถลืมตาอ้าปากได้”
ทิศทางการดำเนินงานของธนาคารออมสินในปี 2569 คือการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญเพื่อสนับสนุนโครงสร้างเศรษฐกิจฐานรากและผู้ประกอบการรายย่อย โดยธนาคารมีแผนปล่อยกู้ช่วยเหลือรายย่อยฐานราก ผู้ประกอบการ SMEs เป็นวงเงินสินเชื่อใหม่ที่ประมาณ 2.7-3.2 แสนล้านบาท
โดยทั้งหมดนี้คือเป้าหมายของธนาคารออมสินในการเพิ่มจำนวนลูกค้ากลุ่มฐานรากให้ได้ถึง 1 ล้านราย ควบคู่ไปกับการผลักดันยอดสินเชื่อใหม่ในกลุ่ม SME และผู้ประกอบการรายย่อยให้เติบโตขึ้นประมาณ 120,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการขยายตัวถึง 40% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เพื่อสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง
รวมทั้งสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) วงเงิน 100,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ทั้งสินเชื่อเพื่อการติดตั้งโซลาร์เซลล์ (Solar Rooftop) และการซื้อยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งขณะนี้อนุมัติเบิกจ่ายไปแล้วประมาณ 9,000 ล้านบาท ยังมีวงเงินเหลืออีก 90,000 กว่าล้านบาท
ซึ่งอาจดูเป็นสัดส่วนที่ยังไม่สูงนักเมื่อเทียบกับวงเงินทั้งหมด แต่ออมสินชี้แจงว่าเกิดจากกลยุทธ์การควบคุมเพดานอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการอย่างแท้จริง ส่งผลให้อัตราส่วนต่างดอกเบี้ยอาจยังไม่จูงใจธนาคารพาณิชย์บางแห่งเท่าที่ควร
อย่างไรก็ตาม ธนาคารเตรียมเร่งเครื่องผ่านการปรับปรุงเงื่อนไขให้ยืดหยุ่นขึ้น โดยเน้นไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ต้องการการเปลี่ยนผ่าน (Transformation) รวมถึงกลุ่มพลังงานสะอาดอย่างยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งผู้ประกอบการ ธนาคารพาณิชย์ และกลุ่ม Non-bank ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นจำนวนมาก
“ในด้านการบริหารจัดการหนี้เสีย (NPL) แม้ตัวเลขจะเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง แต่ธนาคารเชื่อมั่นว่าหากสามารถบริหารจัดการดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเดินเข้าไปหาลูกค้าล่วงหน้าเพื่อมอบ "บัฟเฟอร์" หรือวงเงินสำรองในช่วงที่ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้น จะช่วยให้วินัยทางการเงินของลูกหนี้ดีขึ้นและลดโอกาสการเกิดหนี้เสียได้โดยธรรมชาติ” ทรงพล กล่าว
นอกจากนี้ ธนาคารมีแผนในการสนับสนุนให้ลูกค้าออมเงิน ผ่านสลากออมสินในปีนี้ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงมากขึ้น โดยการออกสลากออมสิน วงเงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท
ขณะเดียวกันโจทย์ใหญ่ที่ ผอ.ออมสิน ตั้งเป้าไว้ตั้งแต่วันแรกคือการ “ปฏิรูปไอที” เพื่อให้การใช้งานง่ายขึ้นและเข้าถึงได้โดยไม่ต้องมาสาขา ซึ่งภารกิจนี้จะสำเร็จได้ด้วยพลังของบุคลากรที่มีใจพร้อมและวัฒนธรรมองค์กรที่ช่วยกันแก้ปัญหามากกว่าการจับผิด ภายในระยะเวลา 3-4 เดือนหลังจากนี้ สังคมจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของธนาคารออมสิน ทั้งในแง่ของเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และบริการที่เข้าถึงหัวใจของประชาชนมากขึ้น
แม้ว่าในช่วงไตรมาสแรกของปีการเติบโตจะเป็นไปตามฤดูกาลที่ยังไม่หวือหวานัก แต่ออมสินเชื่อมั่นว่าด้วยความพร้อมของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ชีวิตในทุกมิติ จะส่งผลให้ยอดสินเชื่อและเงินฝากเติบโตแบบก้าวกระโดดในไตรมาสที่ 2 และ 3 พร้อมก้าวสู่การเป็นธนาคารเพื่อสังคมไทยอย่างเต็มรูปแบบ
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้