
ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ช่องทางสำคัญ ของ "มิจฉาชีพ" สวมรอย หลอกทำธุรกรรม หรือก่ออาชญากรรมทางการเงินได้ เปิด 5 ความเสี่ยงสำคัญ พร้อมวิธีป้องกัน ก่อนข้อมูลของคุณจะถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
กรณีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย แม้แต่ของ นายกรัฐมนตรี “อนุทิน ชาญวีรกูล” บนโลกออนไลน์ กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่จุดคำถามถึงความปลอดภัยของข้อมูลภาครัฐ หลังข้อมูลที่ถูกเผยแพร่มีทั้งภาพบัตรประชาชนและข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วน ขณะที่หลายหน่วยงานอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบต้นตอของการรั่วไหล พร้อมเตรียมดำเนินคดีกับผู้ที่นำข้อมูลไปเผยแพร่โดยมิชอบ
แม้การสอบสวนยังไม่สิ้นสุด แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์เตือนตรงกันว่า ข้อมูลลักษณะนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาความเป็นส่วนตัว เพราะหากตกอยู่ในมือมิจฉาชีพ อาจกลายเป็น "วัตถุดิบ" สำคัญในการสวมรอย ยืนยันตัวตน ปลอมแปลงเอกสาร และต่อยอดไปสู่อาชญากรรมทางการเงินได้หลายรูปแบบ
คำถาม คือ เมื่อ ข้อมูลส่วนบุคคล ที่ถูกใช้ในระบบราชการ หรือ ข้อมูลจากบัตรประชาชน หลุดออกไปจริง สามารถสร้างความเสียหายทางการเงินให้เจ้าของข้อมูลได้อย่างไรบ้าง?
ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) และ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่ไว้ว่า หาก ข้อมูลทะเบียนราษฎร์ เช่น ชื่อ-นามสกุล, เลขบัตรประชาชน, วันเดือนปีเกิด, ที่อยู่, ชื่อบิดามารดา หรือข้อมูลในทะเบียนบ้าน หลุดไปอยู่ในมือมิจฉาชีพ
ความเสียหายไม่ได้หยุดแค่เรื่องความเป็นส่วนตัว แต่สามารถลุกลามไปเป็น ภัยทางการเงิน ได้หลายรูปแบบ เพราะข้อมูลเหล่านี้มักถูกใช้เป็นข้อมูลยืนยันตัวตนในหลายบริการ ทั้งภาครัฐและเอกชนได้
ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่
หากสงสัยว่าข้อมูลของตัวเองอาจรั่ว ควรทำทันที
ทั้งนี้ แม้ข้อมูลที่หลุดไปเพียงบางส่วน อาจยังไม่เพียงพอให้มิจฉาชีพขโมยเงินได้ทันที แต่เมื่อรวมกับข้อมูลที่รั่วจากแหล่งอื่น หรือเมื่อเหยื่อเผลอเปิดเผย OTP หรือกดยืนยันธุรกรรม ก็อาจนำไปสู่ความเสียหายทางการเงินได้อย่างรวดเร็ว จึงควรถือว่าข้อมูลเหล่านี้เป็น "กุญแจดอกแรก" ของการโจมตีทางการเงินในยุคดิจิทัล
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney