ข้อมูลส่วนบุคคลหลุด เสี่ยงอะไรบ้าง? เปิด 5 ภัยการเงินที่คนไทยควรรู้

Economics

Thai Economics

Tag

ข้อมูลส่วนบุคคลหลุด เสี่ยงอะไรบ้าง? เปิด 5 ภัยการเงินที่คนไทยควรรู้

Date Time: 5 ส.ค. 2569 11:32 น.

Video

เจาะลึก IPO SpaceX และการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของ หุ้นเทคสหรัฐฯ | Money Issue EP.64

Summary

ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ช่องทางสำคัญ ของ "มิจฉาชีพ" สวมรอย หลอกทำธุรกรรม หรือก่ออาชญากรรมทางการเงินได้ เปิด 5 ความเสี่ยงสำคัญ พร้อมวิธีป้องกัน ก่อนข้อมูลของคุณจะถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

Latest


กรณีการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย แม้แต่ของ นายกรัฐมนตรี “อนุทิน ชาญวีรกูล” บนโลกออนไลน์ กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่จุดคำถามถึงความปลอดภัยของข้อมูลภาครัฐ หลังข้อมูลที่ถูกเผยแพร่มีทั้งภาพบัตรประชาชนและข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วน ขณะที่หลายหน่วยงานอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบต้นตอของการรั่วไหล พร้อมเตรียมดำเนินคดีกับผู้ที่นำข้อมูลไปเผยแพร่โดยมิชอบ

แม้การสอบสวนยังไม่สิ้นสุด แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์เตือนตรงกันว่า ข้อมูลลักษณะนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาความเป็นส่วนตัว เพราะหากตกอยู่ในมือมิจฉาชีพ อาจกลายเป็น "วัตถุดิบ" สำคัญในการสวมรอย ยืนยันตัวตน ปลอมแปลงเอกสาร และต่อยอดไปสู่อาชญากรรมทางการเงินได้หลายรูปแบบ

คำถาม คือ เมื่อ ข้อมูลส่วนบุคคล ที่ถูกใช้ในระบบราชการ หรือ ข้อมูลจากบัตรประชาชน หลุดออกไปจริง สามารถสร้างความเสียหายทางการเงินให้เจ้าของข้อมูลได้อย่างไรบ้าง?

ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) และ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยแพร่ไว้ว่า หาก ข้อมูลทะเบียนราษฎร์ เช่น ชื่อ-นามสกุล, เลขบัตรประชาชน, วันเดือนปีเกิด, ที่อยู่, ชื่อบิดามารดา หรือข้อมูลในทะเบียนบ้าน หลุดไปอยู่ในมือมิจฉาชีพ 

ความเสียหายไม่ได้หยุดแค่เรื่องความเป็นส่วนตัว แต่สามารถลุกลามไปเป็น ภัยทางการเงิน ได้หลายรูปแบบ เพราะข้อมูลเหล่านี้มักถูกใช้เป็นข้อมูลยืนยันตัวตนในหลายบริการ ทั้งภาครัฐและเอกชนได้ 

ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่

  • เปิดบัญชีหรือสมัครสินเชื่อโดยสวมรอย หากมิจฉาชีพได้ข้อมูลส่วนบุคคลครบถ้วน และหลอกลวงให้เหยื่อเปิดเผย OTP หรือผ่านขั้นตอนยืนยันตัวตนเพิ่มเติม ก็อาจนำไปใช้สมัครสินเชื่อ บัตรเครดิต หรือบริการทางการเงินในชื่อของเหยื่อได้
  • ยึดบัญชีธนาคาร (Account Takeover) ใช้ข้อมูลส่วนตัวโทรหลอกธนาคารหรือผู้ให้บริการ อ้างว่าเป็นเจ้าของบัญชี เพื่อรีเซ็ตรหัสผ่านหรือเปลี่ยนข้อมูลติดต่อ
  • หลอกลวงแบบเจาะจง (Spear Phishing) เมื่อรู้ชื่อ ที่อยู่ หรือข้อมูลครอบครัว มิจฉาชีพจะสร้างเรื่องที่น่าเชื่อถือขึ้น ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินง่ายกว่าเดิม
  • ปลอมตัวทำธุรกรรม เช่น สมัครกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเบอร์โทรศัพท์ หรือใช้บริการออนไลน์ต่าง ๆ ในนามของเหยื่อ
  • ซื้อขายข้อมูลต่อในตลาดมืด ข้อมูลทะเบียนราษฎร์ที่รั่วไหลมักถูกนำไปจับคู่กับข้อมูลที่หลุดจากแหล่งอื่น เช่น เบอร์โทร อีเมล หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหลายเท่า

หากสงสัยว่าข้อมูลของตัวเองอาจรั่ว ควรทำทันที

  1. เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีสำคัญทั้งหมด และเปิดการยืนยันตัวตน 2 ชั้น (2FA)
  2. ห้ามบอก OTP หรือรหัสยืนยันกับใคร ไม่ว่าผู้ที่ติดต่อจะอ้างว่าเป็นธนาคารหรือหน่วยงานรัฐ
  3. ตรวจสอบรายการเดินบัญชีและบัตรเครดิตเป็นประจำ
  4. หากพบความผิดปกติ รีบแจ้งธนาคาร อายัดบัญชีหรือบัตรที่เกี่ยวข้อง และแจ้งความโดยเร็ว
  5. หากมีการนำข้อมูลไปใช้เปิดสินเชื่อหรือทำธุรกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้รีบติดต่อสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตรวจสอบ

ทั้งนี้ แม้ข้อมูลที่หลุดไปเพียงบางส่วน อาจยังไม่เพียงพอให้มิจฉาชีพขโมยเงินได้ทันที แต่เมื่อรวมกับข้อมูลที่รั่วจากแหล่งอื่น หรือเมื่อเหยื่อเผลอเปิดเผย OTP หรือกดยืนยันธุรกรรม ก็อาจนำไปสู่ความเสียหายทางการเงินได้อย่างรวดเร็ว จึงควรถือว่าข้อมูลเหล่านี้เป็น "กุญแจดอกแรก" ของการโจมตีทางการเงินในยุคดิจิทัล

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney



Author

อุมาภรณ์ พิทักษ์

อุมาภรณ์ พิทักษ์
เศรษฐกิจ การเงิน ลงทุน และ อสังหาริมทรัพย์