
นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (ซีพี) เปิดเผยว่า เครือซีพีมีแผนเปิดให้บริการธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) ภายในสิ้นเดือนมิ.ย. 2569 ภายใต้ชื่อ “ธนาคารแอสเซนด์” ส่วนจะเปิดใหญ่หรือเล็ก เป็นเรื่องที่กำลังคิด เงื่อนเวลาดังกล่าวเป็นไปตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)กำหนด ซึ่งเราต้องปฏิบัติตามให้ทัน โดยขณะนี้ทีมกำลังเร่งสะสางข้อธุรกรรม เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขใบอนุญาต”
ทั้งนี้ กลุ่มซีพีถือเป็น 1 ใน 3 กลุ่มที่ผ่านการคัดเลือกให้ได้รับใบอนุญาตธนาคารไร้สาขาจากธปท. โดยเป็นการดำเนินงานภายใต้กลุ่มเอซีเอ็ม โฮลดิ้ง ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างแอสเซนด์มันนี่ในเครือซีพีและ Ant International ฟินเทคในเครืออาลีบาบาจากประเทศจีน ภายใต้ทุนจดทะเบียน 5,000 ล้านบาท
นายศุภชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 2569 เรื่องที่ประชุมบอร์ดมีมติไม่เห็นด้วยในการโอนบริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด, บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด และบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) (CPAXT) เข้าไปรวมอยู่ในเครือธนาคารแอสเซนด์ว่า การนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ด เป็นการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ธปท.กำหนดว่า หากผู้ได้รับใบอนุญาตธนาคารไร้สาขา มีธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตทางการเงินจากธปท.เดิมอยู่แล้ว อาจต้องรวบรวมให้เข้ามาอยู่ภายใต้ธุรกิจ Virtual Bank ทั้งหมด
“ซีพีไม่มีนโยบายที่จะนำธุรกิจค้าปลีก ไปรวมกับธุรกิจธนาคารไร้สาขา การจะเอาซีพี แอ็กซ์ตร้า (ห้างแมคโคร ห้างโลตัส)เข้ามาร่วมกับธนาคารแอสเซนด์ มันน่าจะไม่ใช่ ใบอนุญาตที่ได้จากธปท.ในธุรกิจค้าปลีก มีไว้รองรับการชำระบิล ค่าน้ำ ค่าไฟ เพื่อความคล่องตัวในการบริการ เป็นคนละวัตถุประสงค์กับธุรกิจธนาคารไร้สาขา”
สิ่งที่เกิดขึ้น จึงเป็นการทำตามเงื่อนไขธปท. ที่ต้องการให้มีการรวบรวมใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงิน (Payment License) เช่น เคาน์เตอร์เซอร์วิส เข้าด้วยกัน และบริษัทต้องปฏิบัติตาม แต่ต้องเคารพการตัดสินใจของบอร์ดและให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเคาะตัดสินใจสุดท้าย แล้วจึงนำแจ้งธปท. ว่าเครือซีพีได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างถึงที่สุดแล้ว
วันเดียวกัน (24 เม.ย. 2569) นายศุภชัยได้เป็นประธานแถลงข่าวความร่วมมือระหว่างซีพีกับ NTT DOCOMO Group บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจากญี่ปุ่น หลังจากที่ NTT ได้เข้ามาถือหุ้นร่วมในบริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด บริษัทลูกของซีพี ในสัดส่วน 20% เมื่อเดือนธ.ค. 2568 โดยซีพีลดสัดส่วนถือหุ้นเหลือ 80% จากเดิมถือหุ้นแต่เพียงผู้เดียวที่ 100%
ความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับแพลตฟอร์ม Amaze แอปพลิเคชันอีคอมเมิร์ซและโปรแกรมสะสมคะแนน ภายใต้แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ให้สามารถพลิกโฉมประสบการณ์ด้านคะแนนสะสม ทั้งการรับ การเติม การแลก และใช้คะแนนข้ามหลากหลายธุรกิจในเครือซีพี จากความเชี่ยวชาญของ NTT DOCOMO Group
นายศุภชัย กล่าวว่า NTT เป็นเจ้าของ d POINT โปรแกรมสะสมคะแนนยอดนิยมอันดับ 1 และใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น มีสมาชิกกว่า 100 ล้านราย เมื่อนำมาผนวกเข้ากับศักยภาพของแอปพลิเคชัน Amaze ซึ่งมีสมาชิกเป็นฐานลูกค้าในเครือซีพี ตั้งแต่ร้าน 7-11, แมคโคร,โลตัส, ทรู และทรูมันนี่ รวมทั้งคะแนนสะสมจากการใช้จ่ายของสมาชิก เชื่อว่าในอนาคต จะมีศักยภาพมากพอในการพัฒนาสู่ระบบเหรียญโทเคนหรือสกุลเงินดิจิทัลในระดับภูมิภาคหรือระดับโลกได้
นายธรินทร์ ธนียวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด เปิดเผยว่า หลังเปิดตัวเมื่อเดือนเม.ย. 2568 ใช้เวลา 1 ปี แพลตฟอร์ม Amaze มียอดดาวน์โหลดแล้ว 9.1 ล้านครั้ง มีสมาชิก 1 ล้านคนเข้าร่วมโปรแกรมแลกคะแนน “ในปีแรกของการเปิดบริการ Amaze รองรับลูกค้าในเครือซีพี ก่อนขยายสู่การแลกใช้คะแนนสะสมจากธนาคารและปั๊มน้ำมัน ขณะที่ไตรมาสแรกของปี 2569 ขยายสู่การแลกคะแนนสะสมใช้แทนเงินสดในร้านอาหาร เครื่องดื่ม บิวตี้สโตร์ และมีแผนขยายสู่ร้านอาหารในวงกว้างขึ้น