
ความต้องการเหรียญ 10 บาทเพิ่มขึ้นจาก 240 เป็น 300 ล้านเหรียญต่อปี เนื่องจากธุรกิจตู้หยอดเหรียญและเครื่องซักผ้า
นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า จากธุรกิจตู้หยอดเหรียญ (Vending Machine) เช่น ตู้เต่าบิน และเครื่องซักผ้า อบผ้า ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากย่ิงขึ้นจากช่วงก่อนหน้า โดยเฉพาะร้านเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ที่กำลังเป็นที่นิยมมากตามหอพัก คอนโดมิเนีบมและย่านชุมชน ทำให้เหรียญ 5 บาท และ้หรียญ 10 บาท มีความต้องการใช้เหรียญในตลาดเพิ่มสูงมากขึ้น โดยเฉพาะเหรียญ 10 บาท ที่ความต้องการเพิ่มขึ้นมาก จากยอดการผลิต 240 ล้านเหรียญต่อปี เพิ่มเป็น 300 ล้านเหรียญต่อปี
ขณะที่ความต้องการใช้เหรียญบาท และเหรียญ 2 บาทมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากกระแสสังคมไร้เงินสด โดยปริมาณการผลิตเหรียญ 1 บาท เฉลี่ย 620 ล้านเหรียญต่อปี ส่วนเหรียญ 5 บาท มีปริมาณการผลิตเฉลี่ย 100-200 ล้านเหรียญต่อปี ส่วนเหรียญ 2 บาท ใช่วงต่อไปจะมีการเลิกผลิตแล้ว เนื่องจากมีความต้องการใช้น้อย
“ขณะนี้กรมธนารักษ์ อยู่ระหว่างการศึกษาการจ้างผลิตภัณฑ์เหรียญบาทสำเร็จรูปจากต่างประเทศ เนื่องจากต้นทุนการผลิตในประเทศเริ่มสูงเมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าแรงและค่าสาธารณูปโภค ซึ่งการจ้างผลิตอาจมีความคุ้มค่ามากกว่า”
นายอัครุตม์ ยังได้กล่าวต่อถึงกรณีความคืบหน้าโครงการที่พักอาศัยผู้สูงอายุ รามาฯ-ธนารักษ์" (Senior Complex) ที่ ต.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยนายอัครุตม์ ยอมรับว่า โครงการมีความล่าช้า เนื่องจากผู้รับเหมาทิ้งงาน ทำให้ในช่วงหลังจากเทศกาลสงกรานต์ จะมีการนัดประชุมร่วมกับโรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อหาข้อยุติ อย่างไร็ตาม ขอยืนยันว่า สำหรับผู้ที่จองสิทธิ์ไว้ ไม่ต้องกังวลในเรื่องดังกล่าว ในขณะนี้ยังไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และกรมฯ ยังคงเดินหน้าโครงการต่อเนื่องอย่างแน่นอน